โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหรัฐฯจับ “หลานสาว-เหลน” พลเอก IRGC ของอิหร่าน “กอเซม โซไลมานี” ใช้ชีวิตเสวยสุขในอเมริกามานานหลายปี “ใช้ของแบรนด์เนม-ถ่ายรูปในชุดวาบหวิว” ขัดกับประเพณีบังคับหญิงอิหร่านในประเทศ

Manager Online

เผยแพร่ 05 เม.ย. เวลา 16.31 น. • MGR Online

รอยเตอร์/เอเจนซีส์ - กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯแถลงวันเสาร์(4 เม.ย) จับกุมหลานสาวและเหลนของอดีตผู้บัญชาการกองกำลังคัดส์ภายใต้กองกำลังพิทักษ์การปฎิวัติอิหร่าน IRGC พลเอก กอเซม โซไลมานี ที่ถูกโดรนสหรัฐฯลอบสังหารที่สนามบินแบกแดดเมื่อวันที่ 3 ม.ค ปี 2020 พบทั้งสองอาศัยในอเมริกาที่ LA ใช้ชีวิตหรูหราโชว์ชุดวาบหวาม อาบแดด ขัดประเพณีบังคับหญิงอิหร่าน ช้อปแบรนด์หรู ชมการแข่ง F-1 แต่เป็นกระบอกเสียงเตหะรานสนับสนุนต่อต้านอเมริกา

รอยเตอร์รายงานวันเสาร์(4 เม.ย)ว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯกล่าวผ่านแถลงการณ์วานนี้(4)ว่า “ฮามิเดห์ โซไลมานี อัฟชาร์ (Hamideh Soleimani Afshar)และลูกสาวของเธอกำลังอยู่ในเรือนจำสำนักงานการกำกับการเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE)” และเสริมว่า รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ ได้ถอนสถานะการเป็นผู้มีถิ่นพำนักถาวรในอเมริกาหรือ “กรีนการ์ด”

แต่ทว่ากระทรวงไม่ได้เปิดเผยว่าการจับกุมเกิดขึ้นเมื่อใด แถลงการณ์เปิดเผยเพียงว่า ฮามิเดห์ โซไลมานี อัฟชาร์และลูกสาวถูกจับกุมตัวในวันศุกร์(3)

ทั้งนี้อัฟชาร์หลานสาวโซไลมานีมีความสุขต่อการใช้ชีวิตที่หรูหราในแอลเอ โดยมีการบันทึกไว้ผ่านอินสตาแกรมของอัฟชาร์ที่ถูกลบไปไม่นานมานี้

อัลญะซีเราะฮ์ของกาตาร์รายงานว่า ในแถลงการณ์นี้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯได้กล่าวหา ฮามิเดห์ โซไลมานี อัฟชาร์ ว่าเป็นกระบอกเสียงสำคัญของเตหะรานในการสนับสนุนอิหร่านและต่อต้านอเมริกา

รอยเตอร์รายงานว่า อย่างไรก็ตามสื่อทางการอิหร่านได้อ้าง แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ประจำกระทรวงต่างประเทศอิหร่านในวันอาทิตย์(5)ยืนยันว่า พลเมืองอิหร่านที่โดนจับกุมในอเมริกาเมื่อไม่นานมานี้ไม่มีความเกี่ยวข้องเป็นญาติกับโซไลมานี

สำนักข่าวอิหร่านต่างรายงานวันเสาร์(4)ว่า นาเจส โซไลมานี (Narjes Soleimani) บุตรสาวของโซไลมานี ออกมาเปิดเผยว่าครอบครัวของนายพลกอเซม โซไลมานี ไม่เคยอาศัยในสหรัฐฯและอีกทั้งเขามีหลานชาย 2 คนไม่ใช่หลานสาว

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯแถลงว่า อัฟชาร์สนับสนุนรัฐบาลเตหะรานของอิหร่านและโฆษณาชวนเชื่อจากเตหะราน กระทรวงยังแถลงประกาศห้ามสามีของอัฟชาร์เดินทางเข้าสหรัฐฯ

การประกาศข่าวการจับกุมเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามอิหร่านย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 นับตั้งแต่เริ่มเปิดฉากเมื่อวันที่ 28 ก.พ

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ของสหรัฐฯรายงานว่า ลูกสาววัย 25 ปีของอัฟชาร์คือ ซารินาซาดัต ฮอสไซนี (Sarinasadat Hosseiny) ที่โดน ICE จับกุมถ่ายภาพโชว์ลงอินสตาแกรมในชุดบิกินีสีดำอวดลายสักที่หน้าท้องที่ซึ่งไม่สามารถกระทำได้ในประเทศอิหร่านของเธอที่ผู้หญิงต้องแต่งกายมิดชิดและสวมผ้าคลุมศีรษะฮิญาบอย่างถูกต้อง

อินสตาแกรมที่โพสต์โชว์เหลนโซไลมานีเมื่อไม่นานมานี้เดินทางไปเมืองไมอามี รัฐฟลอริดาและโพสต์ถ่ายกับเครื่องดื่ม และที่รัฐอะแลสกาที่เธออยู่ในชุดบิกินี ส่วนที่เมืองลาสเวกัสพบว่า เธอได้เข้าชมการแข่ง F-1

ขณะที่อัฟชาร์ซึ่งขับรถเทสลาสีดำาโมเดล 3 ที่ด้านในรถเต็มไปด้วยสินค้าแบรนด์เนมรวม กระเป๋า Miss Dior หมอนอิง Hermes สินค้าเครื่องสำอางค์จากร้าน Sephora

นิวยอร์กโพสต์รายงานว่า เฟซบุกของอัฟชาร์ยังเปิดเผยว่า เธอเคยไปยิงปืนที่สนามซ้อมยิงปืนในสหรัฐฯที่เธอเรียกว่า “รัฐซาตาน”

รอยเตอร์รายงานต่อว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯได้เปิดเผยว่า เมื่อต้นเดือนได้สั่งยุติสถานะทางกฎหมายของฟาเตเมห์ อาร์เดชีร์-ลาริจานี( Fatemeh Ardeshir-Larijani) ลูกสาวนักการเมืองอิหร่าน อาลี ลาริจานี(Ali Larijani) พร้อมกับสามีคือ เซเยด คาลันตาร์ โมตาเมดี (Seyed Kalantar Motamedi)

อาร์เดชีร์-ลาริจานี และสามีไม่ได้อยู่ในสหรัฐฯและถูกสั่งห้ามเข้าอเมริกา

ทั้งนี้พบว่าลูกสาวของลาริจานีนั้นทำงานตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำสถาบันมะเร็งวินชิป (Winship Cancer Institute) ชื่อดังของมหาวิทยาลัยอีโมรี ( Emory University)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...