โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เมื่อ “ฮูตี” เข้าสู่สงครามอิหร่าน ความขัดแย้ง-ภูมิภาคจะเปลี่ยนไปอย่างไร?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 05.02 น.

การเข้าสู่สงครามของกลุ่มฮูตีในเยเมน อาจเปลี่ยนความขัดแย้งจากสงครามอิหร่าน กลายเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ความสามารถของฮูตีในการคุกคามเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง

วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 09.41 น. สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า ความสำคัญที่แท้จริงของการที่กลุ่มฮูตีในเยเมนเข้าสู่สงครามอิหร่านนั้น ไม่ได้อยู่ที่การยิงขีปนาวุธหรือโดรนใส่อิสราเอลเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่ากลุ่มฮูตีจะใช้ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของตนใกล้ช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab al-Mandab) เพื่อปิดเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงหรือไม่ เหมือนกับที่อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซไปแล้วในทางปฏิบัติ

หากช่องแคบทั้งสองแห่งถูกปิดพร้อมกันสำหรับเรือพาณิชย์ของประเทศที่อิหร่านและฮูตีไม่เป็นมิตร ผลกระทบจะรุนแรงมากต่อการค้าโลก โดยคำกล่าวของนโปเลียน โบนาปาร์ต ที่ว่า “นโยบายของรัฐขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ของมัน” ดูจะสะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างชัดเจน

กลุ่มฮูตีเป็นกลุ่มมุสลิมนิกายชีอะห์ที่ควบคุมพื้นที่ขนาดใหญ่ของเยเมน รวมถึงกรุงซานา ตั้งแต่ปี 2557 เป็นขบวนการที่มีความซับซ้อนและยืดหยุ่นสูง แม้จะถูกโจมตีอย่างหนัก ในเดือนสิงหาคม 2568 อิสราเอลสามารถสังหารนายกรัฐมนตรีของฮูตี เสนาธิการทหาร และรัฐมนตรีหลายคนได้ในการโจมตีครั้งเดียว แต่จนถึงปัจจุบัน อิสราเอลยังไม่สามารถระบุตำแหน่งของ อับดุล มาลิก อัล-ฮูตี ผู้นำกลุ่มได้

แม้ว่ากลุ่มฮูตีจะได้รับอาวุธจำนวนมากจากอิหร่านตามรายงานของสหประชาชาติ แต่ที่ผ่านมา ฮูตีไม่ได้สู้รบโดยตรงในนามของอิหร่าน โดยในปี 2568 มีการหยุดยิงกับสหรัฐ ซึ่งเกิดจากการไกล่เกลี่ยของโอมาน ส่งผลให้การโจมตีเรือสหรัฐในช่องแคบบับเอลมันเดบที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2566 ยุติลง

การหยุดยิงดังกล่าวส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ฮูตีได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐและบางครั้งมีสหราชอาณาจักรสนับสนุน อย่างไรก็ตามฮูตีระบุว่าการหยุดยิงไม่ได้ครอบคลุมอิสราเอล และยังมีการโจมตีบางส่วนต่อเนื่อง

หนึ่งในเหตุผลของการหยุดยิงในเวลานั้น คือ อิหร่านต้องการสร้างบรรยากาศทางการเมืองก่อนการเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐในปี 2568 ต่อมา ฮูตีขยายการหยุดยิงไปยังอิสราเอลในเดือนตุลาคม 2568 เมื่ออิสราเอลตกลงหยุดยิงกับฮามาสในฉนวนกาซา และแม้ในช่วงสงคราม 12 วันระหว่างอิสราเอล-สหรัฐกับอิหร่านในปีที่ผ่านมา ฮูตีก็ยังค่อนข้างหลีกเลี่ยงการยกระดับสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม บริษัทขนส่งสินค้ารายใหญ่ เช่น Maersk เพิ่งเริ่มกลับมาใช้เส้นทางทะเลแดงอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ต้องอ้อมไปแหลมกู๊ดโฮป ซึ่งมีต้นทุนสูงและใช้เวลานานกว่า

ช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งอยู่ระหว่างเยเมนกับแอฟริกาตะวันออก เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เปราะบางต่อการโจมตีของฮูตี ไม่ว่าจะเป็นโดรน ขีปนาวุธ หรือเรือเร็ว ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางเตือนว่า หากการขนส่งในเส้นทางนี้ถูกรบกวนอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันสูงขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกที่เปราะบางอยู่แล้วจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ

นักวิเคราะห์มองว่า กลยุทธ์ของอิหร่านในการใช้กลุ่มพันธมิตรในภูมิภาคเริ่มปรากฏชัดขึ้น และในระยะยาว คนในเยเมนอาจมองว่าฮูตีใกล้ชิดกับอิหร่านมากเกินไป

ขณะเดียวกันฮูตีอาจดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะต้องการผลตอบแทนทางการเงินจากซาอุดีอาระเบีย ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียกำลังมีบทบาทหลักในอนาคตของเยเมน และอาจต้องเจรจากับทั้งฝ่ายใต้และกลุ่มฮูตีเพื่อลดความเสี่ยงการโจมตีในทะเลแดง

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว อำนาจที่แท้จริงของฮูตีไม่ได้อยู่ที่การยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล แต่อยู่ที่ความสามารถในการสกัดกั้นเรือสินค้าในทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าสำคัญของโลก และสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้เยเมนห่างไกลจากสันติภาพมากขึ้น หลังสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานานกว่าทศวรรษ

ทูตพิเศษสหประชาชาติประจำเยเมนเตือนว่า การยกระดับความขัดแย้งในครั้งนี้อาจดึงเยเมนเข้าสู่สงครามระดับภูมิภาค ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาสงครามในเยเมนยากขึ้น เศรษฐกิจยิ่งทรุด และประชาชนต้องเผชิญความทุกข์ยากยาวนานขึ้น

อ้างอิง : theguardian.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...