โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Social offloading ยกโหลดเข้าสังคมให้ AI

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

Social offloading

ยกโหลดเข้าสังคมให้ AI

ไม่มีใครชอบการต้องเผชิญหน้า บอกปฏิเสธ บอกปัด หรือบอกข่าวร้ายกับคนอื่น อย่างการจะบอกเลิกใครสักคนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เราจะต้องเรียบเรียงถ้อยคำ ให้เหตุผลและหาวิธีในการพูดแบบบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น

ที่ผ่านมาต่อให้เราไม่อยากทำหรือคิดคำไม่เก่งแค่ไหนเราก็จะต้องถูกบังคับให้ทำอยู่ดี แต่ในยุคที่ AI ทำแทนเราได้แทบทุกอย่าง หน้าที่ของการคิดถ้อยคำปฏิเสธแบบสวยๆ ก็ถูกยกให้ตกเป็นของ AI ไปโดยปริยาย

CNN รายงานว่า การยกให้ AI ช่วยคิดคำพูดให้ในสถานการณ์ที่เราไม่อยากคิดเองเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากในหมู่ Gen Z โดยยกเคสของผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ Emily ที่ได้รับข้อความกลางดึกจาก Patrick ผู้ชายที่เธอไปออกเดตด้วยเมื่อสองวันก่อนหน้า

ข้อความยืดยาวที่ Patrick ส่งมาเริ่มต้นด้วยการถามไถ่ว่าเธอไปวิ่งมาราธอนมาเป็นอย่างไรบ้าง จากนั้นก็ค่อยๆ นำเข้าเรื่องแบบเนียนๆ โดยมีเนื้อหาใจความว่ายังอยากจะเจอ Emily อยู่นะ แต่ตัวเขาเองไม่ได้มองหาความสัมพันธ์จริงจังอะไรในช่วงนี้

ในตอนแรก Emily ก็ไม่ได้คิดว่าข้อความของเขาผิดปกติอะไร กลับรู้สึกว่าก็เขียนได้สุภาพดี อ่านแล้วให้ความรู้สึกว่าเขาเป็นคนดีคนหนึ่ง แต่หลังจากนำข้อความของเขาไปให้เพื่อนๆ อ่าน และเอาเข้าโปรแกรทดสอบว่าเป็นผลงานของ AI หรือไม่ ก็ได้ผลลัพธ์ว่า 99 เปอร์เซ็นต์ AI เป็นคนเขียนขึ้นมา

เมื่อเธอเอาเรื่องนี้กลับไปเผชิญหน้ากับ Patrick เขาก็ยอมรับสารภาพว่าเขาให้ AI เป็นคนร่างข้อความบอกปัดนี้แทนให้จริง เพราะตัวเขาเองก็ห่างหายจากการออกเดตมานานก็เลยไม่ค่อยแน่ใจว่าควรจะบอกปฏิเสธผ่านข้อความยังไงดี ก็เลยหันไปพึ่ง ChatGPT

เทรนด์ของการให้ AI ช่วยเวลาที่เจอโจทย์ทางสังคมยากๆ เป็นสิ่งที่เห็นได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเจน Z ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเขียนข้อความปฏิเสธ การช่วยถอดรหัสข้อความกำกวมจากคนที่กำลังคบอยู่ หรือการช่วยร่างบทสนทนายากๆ แทนให้

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าหากทำบ่อยๆ จนเป็นนิสัยก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตด้านอารมณ์ โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่ถือเป็นเจเนอเรชั่นที่ค่อนข้างโดดเดี่ยวเพราะต้องเผชิญหน้ากับการล็อกดาวน์ในช่วงโรคระบาดจนทำให้ไม่มีประสบการณ์ในการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันตามแบบที่ควรจะเป็นภายใต้สถานการณ์ปกติ

ทาง Patrick เองก็บอกว่าเขาก็ไม่ได้ปล่อยให้ ChatGPT เขียนข้อความทั้งหกย่อหน้านั้นล้วนๆ นะ จริงอยู่ที่เขาก๊อบปี้ เพสต์ แทบทั้งหมด แต่เขาก็ยังอุตส่าห์ใส่อีโมจิเพิ่มเข้าไปนะ จะได้ดูไม่เป็นหุ่นยนต์มากจนเกินไป

อย่างไรก็ตาม คนอ่านข้อความอย่าง Emily ก็บอกว่าแทนที่ ChatGPT จะช่วยทำให้การบอกปฏิเสธนั้นชัดเจน อ่านแล้วเข้าใจตรงกัน แต่เธออ่านยังไงก็ยังสับสนอยู่ดี ไม่แน่ใจว่าตกลงเขาอยากจะเป็นแค่เพื่อนหรือจะเอายังไงกันแน่

การให้ AI ช่วยในเวลาที่เจอปัญหายากๆ ของการเข้าสังคมแบบนี้ก็มีคำศัพท์ไว้ใช้เรียกโดยเฉพาะด้วยนะคะ นั่นก็คือคำว่า social offloading หรือการยกหน้าที่ด้านการเข้าสังคมไปให้ AI ทำแทน

แม้ Gen Z จะใช้กันเยอะ แต่ก็ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ Gen Z เท่านั้น เจเนอเรชั่นก่อนหน้านั้นอย่างมิลเลเนียลก็ทำด้วยเหมือนกัน

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าการใช้ AI ช่วยร่างข้อความที่จะส่งให้เพื่อนหรือคนรักก็คือการยกหน้าที่ในการสื่อสารนั้นให้ AI ไปเลย ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหา 2 เด้ง

เด้งแรก ก็คือการสร้างความคาดหวังที่ไม่ตรงจุด เพราะคนที่ได้รับสารไปถือว่าไม่ได้สื่อสารกลับมาที่ตัวผู้ส่งโดยตรง แต่เป็นการสื่อสารกับ AI มากกว่า

เด้งที่สอง หากเราใช้ AI ช่วยเขียนข้อความให้เยอะๆ ก็จะเป็นการกัดกร่อนความมั่นใจในการคิด การเขียน ของตัวเองให้สึกหรอลงเรื่อยๆ ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้ฝึกทักษะที่สำคัญยิ่งยวด อย่างการอ่านจับใจความ การคาดการณ์อารมณ์ของคนอื่น หรือการฝึกรับมือกับการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่คลุมเครือ เป็นต้น

ท้ายที่สุด หากเราไม่มีโอกาสได้ฝึกการเข้าสังคมในสถานการณ์ยากๆ ด้วยตัวเองบ้าง ก็จะนำไปสู่ความรู้สึกว่าถ้อยคำของเราหรือสัญชาตญาณของเรานั้นไม่ดีพอ จนจะต้องพึ่ง AI เสมอ

อย่างไรก็ตาม เราสามารถพลิกสถานการณ์ได้โดยไม่จำเป็นต้องตัดขาดเครื่องมือ AI ทิ้งไปเลยโดยสิ้นเชิง เพราะหากใช้ได้ถูกวิธี มันจะเป็นเหมือนโค้ชให้เราฝึกเข้าสังคมได้

นอกจากการใช้ social offloading แล้ว ก็ยังมี Gen Z ที่ใช้ AI อย่าง ChatGPT ในการช่วยฝึกซ้อม ฝึกปรือ ก่อนจะไปเผชิญหน้ากับสถานการณ์ยากๆ กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในชีวิตจริง

สถานการณ์ที่เราสามารถซ้อมก่อนลงสนามจริงได้ก็อย่างเช่น การคุยกับผู้จัดการเพื่อขอขึ้นเงินเดือน การให้ฟีดแบ็กด้านลบ ไปจนถึงการรับมือกับความขัดแย้งในที่ทำงาน

วิธีการใช้งานคือปรับให้ ChatGPT อยู่ใน voice mode บอกโจทย์ว่าเราต้องการทำอะไร เช่น อยากซ้อมขอคุยขึ้นเงินเดือน แล้วให้มันรับบทบาทเป็นผู้จัดการ จำลองสถานการณ์ให้เราลองคุย พร้อมให้คำสั่งไปว่าอยากให้ AI ช่วยเพิ่มความยาก เพิ่มความท้าทาย ให้ลองขัดจังหวะ หรือโต้แย้งกลับ ในแบบที่ผู้จัดการอาจจะทำในสถานการณ์จริง

เมื่อฝึกจนพร้อมรับมือกับทุกความเป็นไปได้แล้วก็ไปลงสนามจริงได้อย่างมั่นใจ

เครื่องมือเดียวกัน เราสามารถใช้มันยกโหลดในการทำงานออกจากเราจนหมดก็ได้ แต่วิธีนั้นเราก็จะไม่เรียนรู้อะไร

หากเราปรับวิธีใช้นิดเดียว นอกจากจะได้ผลลัพธ์แล้ว เราก็จะได้ทักษะที่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Social offloading ยกโหลดเข้าสังคมให้ AI

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...