โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิกฤตใหม่ใต้ทะเล! สงครามอิหร่าน เสี่ยงตัด “สายเคเบิลใต้น้ำ” ช่องแคบฮอร์มุซ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 เม.ย. เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 08.16 น.

สงครามอิหร่าน เริ่มลามจากพลังงานสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล หลังอิหร่านเตือนความเสี่ยงต่อสายเคเบิลใต้น้ำในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรองรับข้อมูลอินเทอร์เน็ตโลกกว่า 99%

วันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 14.58 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มขยายจากพลังงานสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล หลังอิหร่านออกมาเตือนว่าสายเคเบิลใต้น้ำในช่องแคบฮอร์มุซ อาจกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค

ช่องแคบฮอร์มุซไม่เพียงเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก แต่ยังเป็นทางผ่านของสายเคเบิลใยแก้วนำแสงจำนวนมากที่เชื่อมโยงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ไปจนถึงยุโรป ผ่านกลุ่มประเทศอ่าวและอียิปต์

โครงสร้างพื้นฐานที่โลกมองไม่เห็น แต่ขาดไม่ได้

สายเคเบิลใต้น้ำเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับข้อมูลราว 99% ของการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ตามข้อมูลของ International Telecommunication Union (ITU) โดยใช้ส่งทั้งข้อมูล การสื่อสาร และพลังงานระหว่างประเทศ

หากสายเคเบิลได้รับความเสียหาย อาจส่งผลให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตลดลงหรือใช้งานไม่ได้ กระทบต่ออีคอมเมิร์ซ ธุรกรรมการเงิน และบริการคลาวด์ ซึ่งล้วนเป็นหัวใจของเศรษฐกิจยุคใหม่

ประเทศในอ่าวอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งกำลังลงทุนมหาศาลใน AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ต่างพึ่งพาระบบสายเคเบิลเหล่านี้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

เส้นเลือดดิจิทัลที่พาดผ่านฮอร์มุซ

สายเคเบิลสำคัญที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้แก่ AAE-1 เชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับยุโรป, FALCON เชื่อมอินเดีย ศรีลังกา กับตะวันออกกลาง และ Gulf Bridge International เชื่อมประเทศอ่าวรวมถึงอิหร่าน นอกจากนี้ ยังมีโครงการใหม่อยู่ระหว่างพัฒนา เช่น ระบบของ Ooredoo จากกาตาร์

ความเสี่ยง: ไม่ใช่แค่สงคราม

แม้ความเสี่ยงจากการก่อวินาศกรรมโดยรัฐจะมีอยู่ แต่ข้อมูลจาก International Cable Protection Committee ชี้ว่า 70-80% ของความเสียหายเกิดจากกิจกรรมมนุษย์โดยไม่ตั้งใจ เช่น อวนประมงหรือสมอเรือ ปัจจัยเสี่ยงอื่นยังรวมถึงแผ่นดินไหว กระแสน้ำใต้ทะเล และพายุ อย่างไรก็ตามสถานการณ์สงครามเพิ่มความเสี่ยงโดยอ้อม เช่น เรือที่ถูกโจมตีอาจลอยไปลากสมอจนทำให้สายเคเบิลขาด ตัวอย่างเคยเกิดขึ้นในปี 2567 เมื่อเรือพาณิชย์ที่ถูกโจมตีในทะเลแดงลากสมอไปตัดสายเคเบิลโดยไม่ตั้งใจ

ซ่อมไม่ง่ายในพื้นที่ขัดแย้ง

แม้การซ่อมสายเคเบิลจะไม่ซับซ้อนในเชิงเทคนิค แต่ในพื้นที่สงครามกลับเป็นเรื่องยาก ทั้งจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย การประกันภัย และข้อจำกัดด้านใบอนุญาตเข้าพื้นที่

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การขออนุญาตเข้าไปซ่อมในน่านน้ำที่เกิดความเสียหายอาจใช้เวลานาน และเป็นอุปสรรคสำคัญ

แม้จะมีทางเลือกอย่างเครือข่ายภาคพื้นดินหรือดาวเทียม แต่ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าไม่สามารถทดแทนสายเคเบิลใต้น้ำได้ เนื่องจากรองรับปริมาณข้อมูลได้น้อยกว่าและมีต้นทุนสูงกว่า

แม้เครือข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ เช่น Starlink จะเป็นทางเลือกเสริม แต่ยังไม่สามารถรองรับผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลได้

ภาพใหญ่ ความเสี่ยงที่กำลังเพิ่มขึ้น

แม้สายเคเบิลใต้น้ำในช่องแคบฮอร์มุซจะยังไม่ได้รับความเสียหายโดยตรงจากสงคราม แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ยิ่งความขัดแย้งยืดเยื้อนานเท่าใด ความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญนี้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

และหากเส้นเลือดดิจิทัลของโลกถูกตัดขาด ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภูมิภาค แต่ลุกลามไปสู่ระบบเศรษฐกิจโลกในวงกว้างทันที

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...