"บรรณพจน์" เข้าเยี่ยม "ทักษิณ" ครั้งที่ 59 "ทนาย" ลุ้นมติพักโทษ 29 เม.ย. นี้
ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ซึ่งเป็นพี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (ภรรยาของนายทักษิณ ชินวัตร) เป็นตัวแทนครอบครัวเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 59 พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ
ใช้เวลาประมาณ 15 นาที นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ได้ออกมาเปิดเผยสั้น ๆ ว่า จากการพูดคุยกับท่านทักษิณ ท่านโอเคดีครับ แต่รายละเอียดต่าง ๆ ขอให้สื่อมวลชนพูดคุยสอบถามกับทนายวิญญัติ ชาติมนตรี แทน
ด้าน ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี เผยว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 23 เม.ย.69 ทางลูกและหลานได้เข้าเยี่ยมใกล้ชิดท่าน ได้สวมกอดและไหว้ขอพรท่าน ซึ่งท่านทักษิณและครอบครัวก็มีความสุขอย่างมาก เพราะก็ไม่ได้เจอและสัมผัสกันนานหลายเดือนแล้ว ก็ต้องขอบคุณเรือนจำกลางคลองเปรมที่ได้ให้โอกาสท่านทักษิณ และยังให้โอกาสผู้ต้องขังรายอื่น ๆ ได้เยี่ยมญาติใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม วันที่ 23 เม.ย.69 ก็เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ท่านจะได้เยี่ยมญาติใกล้ชิด และในฐานะที่ตนเป็นทนายความ มองว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ
ทนายวิญญัติ เผยอีกว่า ส่วนเรื่องสุขภาพ ท่านยังคงปกติดี แต่ก็มีโรคประจำตัวอย่างที่ทุกท่านทราบ แต่ก็ไม่ได้มีอาการโคม่าหรือน่ากังวลแต่อย่างใด เพราะท่านก็พยายามดูแลตัวเองให้ดี รับประทานยาอยู่เป็นประจำ อาการโดยรวมที่น่ากังวลใจจึงไม่มีเลย และสุขภาพจิตใจท่านก็ดีด้วย
ส่วนกระแสข่าวกรณีที่คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ ได้มีมติให้นายทักษิณ ชินวัตร มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษทั่วไปแล้ว จึงเหลือเพียงด่านสุดท้าย ในวันที่ 29 เม.ย.69 ซึ่งคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม จะได้ประชุมพิจารณานั้น ทนายวิญญัติ แจงว่า ตนไม่ทราบเรื่องการประชุมกันวันไหนอย่างไรตามที่สื่อมวลชนแจ้ง แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น ตนก็ขอความกรุณาคณะอนุกรรมการฯ ทุกท่านให้พิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อเท็จจริง เพราะส่วนตัวตนก็คิดว่าท่านจะได้รับการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา พร้อมย้ำว่า ในวันที่ 29 เม.ย.69 ที่จะมีการประชุมพิจารณาของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการลงมตินั้น ในฐานะทนายความ ตนก็อยากบอกว่า “อยากให้ท่านได้รับโอกาสพักโทษ” ส่วนเป็นห่วงหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่าทุกคนเป็นห่วงอยู่แล้ว แม้ญาติหรือครอบครัวของผู้ต้องขังรายใด เชื่อว่าความรู้สึกไม่ต่างกัน เพราะเรือนจำกลางคลองเปรมก็มีจำนวนผู้ต้องขังเยอะ ไม่ได้มีเพียงท่านคนเดียว อีกทั้งทั่วประเทศก็คงมีประมาณหลัก 500 ราย ซึ่งตนก็ไม่ก้าวล่วง และไม่อยากลงรายละเอียดมากนัก เพราะเจ้าหน้าที่หรือคณะอนุกรรมการฯ ก็ยังคงทำหน้าที่กันอยู่ ส่วนสถานที่สำหรับพักโทษคุมประพฤตินายทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า ดังเดิม
ทั้งนี้ กรณีที่มีรายงานด้วยว่านายทักษิณ ชินวัตร จะไม่ต้องติดกำไล EM เพราะเข้าเกณฑ์ผู้ต้องขังสูงวัยเกินกว่า 70 ปี นั้น ทนายวิญญัติ ยืนยันว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้จริง ๆ ขอให้รอฟังผลดีกว่าว่าจะเป็นจริงตามที่สื่อมวลชนสอบถามหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขอให้ท่านได้รับโอกาสตามระเบียบกฎหมาย เพราะท่านก็สูงอายุ และมีโรคประจำตัวด้วย ส่วนการประเมินต่าง ๆ ก็เป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ ตนไม่ขอมีความเห็นใด ๆ
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เนื่องด้วยวันนี้ถือเป็นวันที่สื่อมวลชนให้การจับตาความเคลื่อนไหวครอบครัวชินวัตร หลังมีกระแสข่าวว่าเมื่อวันศุกร์ที่ 24 เม.ย.69 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพักโทษระดับกรมราชทัณฑ์ ได้มีมติให้นายทักษิณ ชินวัตร มีคุณสมบัติผู้ต้องขังเด็ดขาดผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักโทษกรณีทั่วไป ก่อนที่รายชื่อของนายทักษิณ และผู้ต้องขังเด็ดขาดรายอื่น ๆ ที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดจะถูกส่งไปยังคณะกรรมการพักโทษระดับกระทรวงยุติธรรม (หรือชื่อเต็ม : คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ) ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 ในวันพุธที่ 29 เม.ย.69 โดยการนำเหตุปัจจัยมาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่ง กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 นำมาพิจารณาประกอบด้วย และเมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษและให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับพักการลงโทษ ก็ให้แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร
อย่างไรก็ดี มีรายงานด้วยว่า เนื่องด้วยนายทักษิณ ชินวัตร มีอายุกว่า 76 ปี และมีปัญหาด้านสุขภาพ ส่วนใหญ่จึงเข้าเงื่อนไขในกลุ่มผู้ต้องขังสูงวัยที่ไม่ต้องติดกำไล EM ส่วนการปล่อยตัวคุมประพฤติจะเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 และจะต้องรับการคุมประพฤติต่อเนื่องอีกเป็นเวลา 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษและได้รับอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 9 ก.ย.69