โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สศอ.ชี้สัญญาณอุตฯไทยเปราะบาง จับตาพลังงาน-ภูมิรัฐศาสตร์กดต้นทุน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยถึงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ว่า อยู่ที่ระดับ 97.70 หดตัว 0.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.21% เนื่องจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียมกลับมาหดตัว จากโรงกลั่นบางโรงหยุดซ่อมบำรุงชั่วคราว

โดยอุตสาหกรรมปิโตรเลียมหดตัว 4.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ส่งผลต่อรายได้และความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกของไทยลดลง อีกทั้งความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อกระทบบรรยากาศการค้าโลก ทั้งความผันผวนของต้นทุนโลจิสติกส์และพลังงานที่อาจปรับสูงขึ้น

สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้แก่ การใช้จ่ายของประชาชนขยายตัว โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีเทศกาลที่กระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนทั้งเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ คาดว่าในส่วนของเทศกาลตรุษจีนมีเงินสะพัดกว่า 54,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทศกาลวาเลนไทน์มีเงินสะพัดเกือบ 2,900 ล้านบาท ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อาหาร บรรจุภัณฑ์ กระดาษ เครื่องประทินผิว เป็นต้น อีกทั้งการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกลับมาขยายตัวในรอบ 11 เดือน ส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ หมูแช่แข็ง ทูน่ากระป๋อง มันฝรั่งทอดกรอบ และไส้กรอก

ด้านระบบการเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนมีนาคม 2569 ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง โดยปัจจัยต่างประเทศส่งสัญญาณเฝ้าระวัง และมีแนวโน้มเผชิญความผันผวนสูง จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง

ส่วนปัจจัยในประเทศโดยรวมส่งสัญญาณเฝ้าระวัง จากต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น รวมถึงปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงต้องเฝ้าระวังประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้า

สศอ.ชี้สัญญาณอุตฯไทยเปราะบาง จับตาพลังงาน-ภูมิรัฐศาสตร์กดต้นทุน

ภาพรวมภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังมีแรงหนุนจากการใช้จ่ายช่วงเทศกาลและการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว และในปี 2569 มีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวได้ หากสามารถบริหารความเสี่ยง ด้านนโยบายการค้าโลกและทิศทางการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องจับตามองผลกระทบจากความขัดแย้งตะวันออกกลางที่กระทบต้นทุนโลจิสติกส์และพลังงาน

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้เร่งบูรณาการการทำงานเพื่อดูแลผู้ประกอบการทั้งระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กับการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาดและแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการ รวมถึงส่งเสริมการใช้ Local Content และ Made in Thailand อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แม้ยังมีความท้าทายจากความผันผวนของราคาพลังงานและสถานการณ์เศรษฐกิจโลก แต่ยังมีอุตสาหกรรมบางกลุ่มที่สามารถสร้างโอกาสและต่อยอดได้ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง และบรรจุภัณฑ์กระดาษ

สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่

น้ำมันปาล์ม ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 59.91% จากน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ เป็นหลัก ตามปริมาณผลปาล์มออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย

เคมีภัณฑ์ขั้นมูลฐาน ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 32.60% จากโซดาไฟและคลอรีน เป็นหลัก เนื่องจากฐานต่ำในปีก่อนจากผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุงในปีก่อน ประกอบกับผู้ผลิตบางรายขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น จากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพของตลาด

เหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.71% จากเหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดเย็น เหล็กเส้นข้ออ้อย และเหล็กเส้นกลม เป็นหลัก ตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น ยานยนต์ และอุตสาหกรรมก่อสร้าง รวมถึงฐานต่ำในปีก่อน

สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.82% จากน้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเบนซิน 91 แนฟทา และน้ำมันเตา เป็นหลัก เนื่องจากผู้ผลิตบางรายปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ของทุกหน่วยการผลิต

เครื่องจักรอื่น ๆ ที่ใช้งานทั่วไป หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.19% จากเครื่องปรับอากาศ เป็นหลัก ตามคำสั่งซื้อที่ลดลงหลังตัวแทนจำหน่ายมีสินค้าในสต๊อกจำนวนมาก ประกอบกับมีสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ และคำสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศที่มี BTU สูงเพิ่มขึ้น

ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.35% จากยางแท่ง น้ำยางข้น และยางแผ่น เป็นหลัก ตามปริมาณน้ำยางที่ออกสู่ตลาดลดลงจากสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ผู้ผลิตหลายรายชะลอการผลิตเนื่องจากน้ำยางมีราคาสูง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...