โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เช็กที่นี่! เปิดโผ 7 สินค้าใหม่ ถูกคุมเข้มควบคุมราคา "ศุภจี" อัดมาตรการ ดูแลวิกฤตน้ำมัน หวั่นกระทบ "ค่าครองชีพ"

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 04.14 น.
เช็กที่นี่! เปิดโผ 7 สินค้าใหม่ ถูกควบคุมราคา

"พาณิชย์" คุมเข้ม เพิ่ม 7 สินค้าควบคุมใหม่ ดันยอดรวมแตะ 66 รายการ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ยกระดับความเข้มข้นในการดูแลราคาสินค้าและบริการทั่วประเทศ โดยสั่งการให้กรมการค้าภายในร่วมกับพาณิชย์จังหวัด ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนและค่าครองชีพของประชาชน

โดยล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้มีมติเพิ่มรายการสินค้าควบคุมอีก 7 รายการ จากเดิม 59 รายการ เป็น 66 รายการ ครอบคลุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปสงค์และอุปทาน และมีความจำเป็นต้องกำกับดูแลในภาวะวิกฤต โดยเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

สำหรับสินค้า 7 รายการ ได้แก่

เม็ดพลาสติก

มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์

ปลากะพงขาว

น้ำดื่มบรรจุขวด

น้ำปลา

ซีอิ๊ว

และกากถั่วเหลือง

ขณะเดียวกัน กระทรวงยังได้ปรับระดับความเข้มงวดในการกำกับดูแลสินค้า โดยแบ่งเป็น 5 ระดับ ซึ่งระดับสูงสุดคือ“ต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา” ปัจจุบันมี 8 รายการ เช่น ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นมผง นมเหลว และน้ำมันปาล์ม และมีการขยายรายการสินค้าที่ต้องขออนุญาตเพิ่มขึ้น เช่น กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย และสบู่ เพื่อป้องกันการปรับราคาที่ไม่เป็นธรรม

สำหรับสินค้าบางประเภท เช่น น้ำตาลทราย ยังคงอยู่ในกลุ่มที่ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนปรับราคา ขณะที่บางรายการได้ยกระดับจาก “แจ้ง” เป็น “ต้องขออนุญาต” เพื่อให้การควบคุมมีประสิทธิภาพมากขึ้น

"พาณิชย์" อัดมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ

ในด้านมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ รัฐบาลได้เห็นชอบ 7 มาตรการ โดยกระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การดูแลกลุ่มเปราะบาง การควบคุมราคาสินค้า และการช่วยเหลือภาคเกษตรและผู้ประกอบการ โดยมีการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจาก 300 บาท เป็น 400 บาท เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” ร่วมกับผู้ผลิตและผู้ค้าปลีก-ค้าส่ง นำสินค้าจำเป็นมาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดราคาสินค้าอุปโภคสูงสุด 50% และสินค้าบริโภคสูงสุด 25% ผ่านสินค้าเฮาส์แบรนด์ กระจายสู่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงร้านโชห่วย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้

"สต็อกปุ๋ย" มีเพียงพอถึงเดือนเมษายน เร่งหาแหล่งนำเข้าเพิ่ม

ในภาคเกษตร กระทรวงพาณิชย์ได้หารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะปุ๋ย ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและวัตถุดิบนำเข้า ปัจจุบันมีสต๊อกเพียงพอถึงเดือนเมษายน และอยู่ระหว่างหาแหล่งนำเข้าเพิ่มเติม พร้อมส่งเสริมการใช้ปุ๋ยทางเลือกและปุ๋ยอินทรีย์ รวมถึงโครงการ “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” ที่ตั้งเป้าลดต้นทุนเกษตรกรกว่า 10 ล้านกระสอบ

ด้านการกำกับดูแล กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ลงตรวจสอบราคาสินค้าอย่างเข้มงวด ล่าสุดตรวจสถานีบริการน้ำมันแล้ว 1,935 แห่ง ร้านค้าและตลาด 645 แห่ง และร้านปุ๋ย 662 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเน้นตรวจปริมาณสินค้า การแสดงราคา และป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา รวมถึงเปิดสายด่วน 1569 รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน

ขณะเดียวกัน ยังมีการดูแลสต๊อกสินค้าไม่ให้มีการกักตุนหรือขาดแคลน และใช้มาตรการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด หากพบการเอาเปรียบผู้บริโภค

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุเพิ่มเติมว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีสัดส่วนในตะกร้าเงินเฟ้อประมาณ 7% การปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งต้นทุนพลังงาน อาหาร และการขนส่ง โดยกระทรวงได้เตรียมฉากทัศน์รองรับในช่วงราคาน้ำมัน 80-120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล รวมถึงกรณีที่ราคาสูงกว่านั้น เพื่อให้สามารถออกมาตรการได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยืนยันจะใช้ทุกกลไกในการดูแลราคาสินค้าและบริการให้เกิดความสมดุล ควบคู่กับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถผ่านพ้นสถานการณ์ต้นทุนสูงในช่วงนี้ไปได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...