โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เช็คลิสต์ 59 สินค้าควบคุม ห้ามขึ้นราคาเอง ต้องขออนุญาตทุกครั้ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 มี.ค. เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. เวลา 04.04 น.

ก.พาณิชย์ยกระดับคุมเข้มสินค้า 59 รายการ สั่งเบรกขึ้นราคาพุ่งเป้าบรรเทาผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง สั่งกรมการค้าภายในทบทวนรายการสินค้าควบคุมปรับเกณฑ์จากเดิมเพียง "แจ้งเพื่อทราบ" เป็น "ต้องขออนุญาต" ก่อนปรับราคาจริงทุกครั้ง เพื่อสกัดการฉวยโอกาสซ้ำเติมค่าครองชีพ ชี้โทษสูงสุดจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หากกักตุนหรือค้ากำไรเกินควร

24 มีนาคม 2569 ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลก กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศยกระดับการกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้นไปที่สินค้า 59 รายการที่จำเป็นต่อการดำรงชีพภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เพื่อป้องกันการปรับขึ้นราคาสินค้าโดยพลการและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาคครัวเรือน

นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกลไกการกำกับดูแลในครั้งนี้ว่า กลุ่มสินค้าที่ถูกจัดอยู่ในหมวด "จำเป็นเร่งด่วน" อาทิ อาหารสำเร็จรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง นมสด นมผง ปุ๋ยเคมี และอาหารสัตว์ เป็นกลุ่มที่ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายไม่สามารถปรับราคาเองได้ โดยต้องยื่นเรื่องขออนุญาตและได้รับการอนุมัติจากกระทรวงพาณิชย์ก่อนดำเนินการเท่านั้น

ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป เช่น ผงซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน รวมถึงเวชภัณฑ์และยารักษาโรค แม้ในเบื้องต้นจะกำหนดให้เพียงแจ้งการเปลี่ยนแปลงราคาให้กระทรวงฯ ทราบ แต่ล่าสุดได้รับข้อสั่งการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้ดำเนินการทบทวนหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

"รัฐมนตรีกว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในทบทวนสินค้าควบคุมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ จากเดิมบางกลุ่มที่แจ้งเปลี่ยนราคา อาจต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคาทุกครั้ง" นางสาวกนิษฐา กล่าว

สำหรับการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การควบคุมราคานี้ จะต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบอย่างรอบด้าน ก่อนจะนำเสนอต่อคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นมาตรการเชิงโครงสร้างที่นำมาใช้เพื่อจำกัดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกประเทศที่อาจส่งผ่านมายังราคาสินค้าในประเทศ

ในเชิงปฏิบัติ กระทรวงพาณิชย์ได้ใช้วิธีการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ พลังงานจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์สต็อกสินค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันปัญหาการปฏิเสธการจำหน่ายหรือการกักตุนสินค้าที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน

บทลงโทษทางกฎหมายและการบรรเทาค่าครองชีพ

กระทรวงพาณิชย์ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้ฝ่าฝืน ดังนี้:

  • กรณีไม่ติดป้ายแสดงราคาสินค้า: มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  • กรณีจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควร/กักตุนสินค้า/ปฏิเสธการจำหน่าย: มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากมาตรการป้องปรามทางกฎหมายแล้ว กระทรวงฯ ยังได้ขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนผ่าน "โครงการธงฟ้าราคาประหยัด" โดยขยายจุดจำหน่ายสินค้าจำเป็นราคาพิเศษครอบคลุมทั่วประเทศ และ "โครงการธงเขียวราคาประหยัด" เพื่อลดต้นทุนปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร

ขณะเดียวกันยังได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ในการกระจายสินค้ากลุ่มสบู่ แชมพู และผงซักฟอก ในราคาพิเศษผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีกรายย่อยและร้านค้าชุมชน รวมถึงการใช้กลไกร้านอาหารราคาประหยัดของกรมการค้าภายใน เพื่อเป็นทางเลือกในการลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างสมดุลให้กับราคาสินค้าในตลาดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมภายใต้สภาวะวิกฤตเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...