กรมอุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อนถล่ม เปิดรายชื่อจังหวัดโดนเต็ม 19 เม.ย.
สถานการณ์อากาศแปรปรวนยังน่ากังวล กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน “พายุฤดูร้อน” ปกคลุมไทยตอนบนต่อเนื่องถึง 20 เมษายนนี้ หลายพื้นที่เสี่ยงฝนหนัก ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง“พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 10 (29/2569) ลงวันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 05.00 น. ระบุว่า ในช่วงวันที่ 19–20 เมษายน ประเทศไทยตอนบนจะยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก
ลักษณะของพายุจะมีทั้งฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงมีความเสี่ยงเกิดฟ้าผ่าในบางพื้นที่ สาเหตุสำคัญมาจากลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุม ขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง
เปิดพื้นที่เสี่ยง “โดนเต็ม” วันที่ 19 เม.ย. 2569
พื้นที่เสี่ยงสูงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
- ภาคเหนือ: เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์
- ภาคกลาง: ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว
ขณะที่พื้นที่เสี่ยงปานกลางกระจายตัวในหลายจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ แพร่ กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี รวมถึง นครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง นครปฐม สมุทรสาคร และพื้นที่ภาคตะวันออกอย่าง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
- แนวโน้มวันที่ 20 เม.ย. ยังต้องเฝ้าระวัง
แม้ความรุนแรงจะลดลงเหลือระดับเสี่ยงปานกลาง แต่ยังครอบคลุมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ และภาคตะวันออกบางจังหวัด เช่น นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และชลบุรี
เตือนประชาชน-เกษตรกรรับมือ
กรมอุตุนิยมวิทยาแนะประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง เพื่อลดความเสี่ยงจากลมกระโชกแรงและฟ้าผ่า
ขณะที่ภาคเกษตรต้องเร่งเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมมาตรการป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตและสัตว์เลี้ยง เนื่องจากพายุฤดูร้อนอาจสร้างผลกระทบต่อภาคการเกษตรในวงกว้าง
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยจะมีการออกประกาศฉบับถัดไปในเวลา 17.00 น. ของวันเดียวกัน และสามารถติดตามข้อมูลได้ผ่านเว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วน 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง