สัดส่วน EV ไทยยังต่ำ เปิดช่องโตต่อ ชี้ต้องเร่งนโยบายหนุน
สส.ปชน. เปิดข้อมูลการจดทะเบียนรถ EV ในไทย ทุกประเภทมีอยู่กว่า 1 ล้านคัน เฉพาะ BEV ประเภท รย.1 เพิ่มขึ้น แต่รวมกระบะ-เชิงพาณิชย์ ยังน้อย เสนอรัฐออกมาตรการหนุน ควบคู่ถอดรถเก่าออกอย่างเป็นระบบ
นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เปิดข้อมูลการจดทะเบียนของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย โดยมองว่าแม้สัดส่วนรถ EV ที่จดทะเบียน รย.1 จะมีมากขึ้นในปีนี้ แต่กลุ่มกระบะ-รถเชิงพาณิชย์ยังมีอยู่น้อย พร้อมเสนอภาครัฐให้ออกมาตรการหนุนผู้ซื้อ-ค่ายรถ ควบคู่การถอดรถเก่าออกอย่างเป็นระบบ
โพสต์ดังกล่าว ระบุว่า “ประเทศไทยมีรถยนต์ EV วิ่งอยู่บนถนน คิดเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซนต์ของรถยนต์ทั้งหมด?
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมสงสัยมานาน โดยเฉพาะในยุคน้ำมันแพง ยอดขายรถยนต์ EV ถล่มทลายจนส่งมอบไม่ทัน เพราะคนต้องการประหยัดน้ำมัน เราเห็นว่ายอดจอง EV ในงาน Motor Show 2026 คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 60% ของยอดจองทั้งหมดในงาน แต่ถ้าถามว่าแล้วมี EV วิ่งอยู่จริงๆ คิดเป็นสัดส่วนเท่าไร กลับไม่มีใครตอบได้
ผมเลยลองขุดข้อมูลดูครับ และพบว่าเอาจริงๆ แล้วกรมขนส่งทางบกก็ไม่รู้เหมือนกัน (ฮา) เพราะไม่มีใครในประเทศไทยรู้ว่า ตอนนี้มีรถอยู่บนถนนเป็นจำนวนเท่าไร เนื่องจากเรามีเฉพาะยอดรถที่จดทะเบียนเท่านั้น แต่ยังมีรถอีกมากที่ไม่ต่อทะเบียนแล้วยังวิ่งอยู่ โดยไม่มีใครรู้ว่าแค่ไหนกันแน่
แต่ถ้าเราตีโจทย์ให้แคบลง เอาเฉพาะรถยนต์ที่จดทะเบียนและต่อภาษีเป็นประจำทุกปีก็พอ ข้อมูลนี้พอหาได้จาก “สถิติการส่งขนส่งประจำปี” ของกรมการขนส่งทางบก (ลิงก์อยู่ในคอมเมนต์) ซึ่งผมขอใช้ตัวเลขถึงสิ้นปี 2568 เพื่อความสะดวกในการคิดเลข
== รถยนต์ในไทยมีทั้งหมดกี่คัน ==
ประเทศไทยมีรถยนต์ทุกประเภทที่ต่อทะเบียน (กรมการขนส่งทางบกใช้คำว่า “ยอดจดทะเบียนสะสม”) ทั้งหมด 44,138,719 คัน
ถ้านับเฉพาะรถนั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รถเก๋งทั่วไป นับรวม SUV แต่ไม่รวมกระบะ ไม่รวมมอเตอร์ไซค์ ไม่รวมรถบรรทุก รถบัส) หรือที่เรียกตามกฎหมายว่า รย.1 ทั้งหมด 12,522,390 คัน
== รถยนต์ไฟฟ้าในไทยมีทั้งหมดกี่คัน ==
อันนี้เริ่มยากขึ้นมา เพราะคำว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” ตามนิยามของกรมขนส่งทางบก นับรวมเครื่องยนต์แบบไฮบริด (ทั้งไฮบริด HEV และปลั๊กอินไฮบริด PEV) ดังนั้นเราต้องคิดแยกเป็น 2 กรณีคือ นับเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่อย่างเดียว (BEV) เพราะเราสนใจกรณี “ไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันเลย” และรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท (BEV + HEV + PHEV) ในกรณีของ “พึ่งพาน้ำมันบ้าง”
โชคดีที่ทางกรมขนส่งทางบกได้แยกประเภทรถยนต์แต่ละแบบมาให้ด้วย
นับเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ BEV
– นับเฉพาะ รย.1 มีจำนวน 272,779 คัน (แปลว่ารถนั่งส่วนบุคคล BEV คิดเป็น 2.18% ของรถนั่งส่วนบุคคลทั้งหมด)
– รถยนต์ทุกประเภท มีจำนวน 372,703 คัน (แปลว่ารถ BEV ทั้งหมด รวมมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า มีสัดส่วน 0.84% ของรถทั้งหมดในไทย)
นับรวม EV ทุกประเภท (BEV+HEV+PHEV)
– นับเฉพาะ รย.1 มีจำนวน 947,315 คัน (แปลรถนั่งส่วนบุคคลที่มีระบบไฟฟ้า คิดเป็น 7.56% ของรถนั่งส่วนบุคคลทั้งหมด)
– รถยนต์ทุกประเภท มีจำนวน 1,059,087 คัน (แปลรถที่มีระบบไฟฟ้าใดๆ รวมมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า มีสัดส่วน 2.40% ของรถทั้งหมดในไทย)
== สัดส่วนรถ EV ในไทย ถือว่ามากหรือน้อย? ==
ตัวเลขพวกนี้มากหรือน้อย ต้องลองเทียบกับประเทศอื่นๆ ครับ
ถ้าเรานับเฉพาะกรณี BEV ล้วนๆ ไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันเลย ประเทศที่นำหน้าใครเพื่อนคือ ฟินแลนด์ที่ 32% ของรถยนต์ทั้งหมดบนถนน, จีน 11%, เยอรมนี 6.5%, สหราชอาณาจักร 6.4%, สหรัฐอเมริกา 2.7% (ตัวเลขทั้งหมดจาก IEA นับถึงสิ้นปี 2024 อาจเก่าไปสักนิด)
นั่นแปลว่าตัวเลข BEV ของประเทศไทย (ไม่ว่าจะนับแค่ รย.1 ที่ 2.8% หรือนับรถทั้งหมดที่ 0.84%) ยังถือว่าค่อนข้างน้อย และสามารถเพิ่มสัดส่วนขึ้นอีกได้มาก เมื่อเทียบกับประเทศที่นำหน้าเราไปแล้ว
ผมคิดว่ายอดขาย BEV ที่เติบโตอย่างมากในปี 2026 (จากปัจจัยการขับเคลื่อนของตลาดเองล้วนๆ เพราะผู้บริโภคต้องการซื้อ สินค้าพร้อมขาย) จะช่วยเพิ่มสัดส่วน BEV แบบ รย.1 ขึ้นได้มากในปีนี้
แต่สัดส่วนการใช้รถ BEV ประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะกระบะ รถบรรทุก รถบัส รถเชิงพาณิชย์ต่างๆ ยังถือว่าน้อยอยู่มาก ผมคิดว่ามาตรการของภาครัฐจะเข้ามาช่วยตรงนี้ได้ ทั้งการให้ส่วนลดฝั่งผู้ซื้อ (รถเก่าแลกรถใหม่) และการจูงใจให้บริษัทรถเอกชนเข้ามาพัฒนาสินค้า BEV กลุ่มนี้มากขึ้น
อีกเรื่องที่ควรทำไม่แพ้กันคือ การทยอย “ถอดรถเก่า” ออกจากถนนอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยเรื่องประสิทธิภาพของการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง, การลด CO2, การลดฝุ่นควันดำจากเครื่องยนต์เก่าๆ รวมถึงปัญหาซากรถจอดทิ้งตามพื้นที่ต่างๆ ด้วย”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สัดส่วน EV ไทยยังต่ำ เปิดช่องโตต่อ ชี้ต้องเร่งนโยบายหนุน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net