โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รับมือแล้งปีนี้ถล่มผลไม้ไทย ‘ลำไย’ เกรดตก ‘ลิ้นจี่’ วูบ 40%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 พ.ค. เวลา 14.41 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 01.31 น.

เตือนผลไม้ไทยปีนี้อุปสรรคเพียบ “แพลททินัม ไพร์ม ไรส์” เตือนเอลนีโญกระทบลำไยเต็ม ๆ ส่งออก ทำลำไยอบแห้งก็ลำบาก ขณะที่ “ลิ้นจี่” ก็อ่วม ผลผลิตหายแล้ว 40% จี้รัฐทำนโยบายโซนนิ่งสินค้าเกษตร เหมือนกำหนด GI ประกาศแหล่งปลูกเฉพาะ เพื่อเพิ่มคุณภาพ ยกระดับมาตรฐานส่งออก แก้ราคาตกต่ำซ้ำซาก

นายณธกฤษ เอี่ยมสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลททินัม ไพร์ม ไรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PPR ผู้นำธุรกิจส่งออกผลไม้คุณภาพ โดยเฉพาะทุเรียนไทยเกรดพรีเมี่ยมสู่ตลาดจีนเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้ไทยเจอสถานการณ์แล้งหนักกว่าปีก่อน จากภาวะเอลนีโญ ฝนทิ้งช่วง และน้ำต้นทุนลดลงต่อเนื่อง ปัญหาคือช่วงหลังเดือนมิถุนายนหากไม่มีฝนจะกระทบไม้ผลโดยเฉพาะลำไยภาคเหนือ พืชที่ต้องใช้น้ำในช่วงติดผล หากขาดน้ำจะทำให้ผลผลิตมีขนาดเล็ก คุณภาพลดลง

ทำให้ราคาปีนี้อาจแยกชัดระหว่าง “ลูกใหญ่แพง-ลูกเล็กราคาตก” เกษตรกรต้องเร่งกักเก็บน้ำฝาย และระบบชลประทานย่อย เพื่อรับมือและยังต้องเจอการแข่งขันจากจีนตอนใต้ รวมถึงการสนับสนุนจากรัฐ ทำให้ไทยต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์ลำไย ทั้งด้านน้ำ คุณภาพผลผลิต และหาพืชเศรษฐกิจทดแทน

“การให้เกษตรกรเปลี่ยนอาชีพทำได้ยาก เพราะปลูกลำไยมาทั้งชีวิต โจทย์ใหญ่จึงไม่ใช่แค่แก้ภัยแล้ง แต่ต้องวางแผนระยะยาวให้สวนลำไยอยู่รอด”

แนะรัฐบาลทำ “โซนนิ่งเกษตร”

นายณธกฤษกล่าวอีกว่า รัฐควรผลักดันนโยบาย “โซนนิ่งสินค้าเกษตร” เป็นวาระสำคัญ เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ และยกระดับมาตรฐานส่งออกในระยะยาว ซึ่งการจัดโซนนิ่งไม่ใช่การห้ามปลูก แต่เป็นการกำหนดพื้นที่ผลิต โดยรัฐทำหน้าที่รับรองคุณภาพ ตรวจสอบย้อนกลับ และวางระบบตลาดที่ชัดเจน แนวคิดดังกล่าวจะช่วยให้สินค้าเกษตรไทยมีจุดขายเชิงพื้นที่ คล้ายระบบ GI หรือแหล่งผลิตเฉพาะ

เช่น มะพร้าวบ้านแพ้ว ที่สามารถใช้คุณภาพและแหล่งกำเนิดสร้างมูลค่าเพิ่ม ประเด็นสำคัญคือ หากพื้นที่ใดอยู่ในโซนส่งออก รัฐสามารถกำหนดมาตรฐานการผลิต การตรวจสารตกค้าง การคัดคุณภาพ และระบบรับรองได้เข้มข้นกว่าเดิม ขณะที่พื้นที่นอกโซนยังสามารถปลูกได้ แต่หากต้องการส่งออกอาจต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและรับรองเพิ่มเติม เพื่อป้องกันปัญหาแมลง สารตกค้าง หรือคุณภาพไม่สม่ำเสมอ

ทั้งนี้ นโยบายนี้ต้องอาศัย “ความใจแข็ง” ของรัฐบาล เพราะอาจกระทบฐานเสียงในบางพื้นที่ แต่เป็นมาตรการจำเป็น หากต้องการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยที่ผ่านมาภาคเกษตรเผชิญปัญหาซ้ำซากจากซัพพลายไม่แน่นอน เมื่อผลผลิตมากเกินความต้องการ ราคาตกต่ำ ขณะที่เวลาขาดแคลนกลับไม่สามารถเติมตลาดได้ทัน การจัดโซนนิ่งจึงต้องเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งพื้นที่ปลูก ปริมาณผลผลิต มาตรฐานสินค้า ระบบโลจิสติกส์และตลาดรองรับ โดยเฉพาะผลไม้ส่งออก

“หากรัฐบาลเดินหน้าได้จริง จะช่วยให้สินค้าเกษตรไทยสร้างมูลค่าจากคุณภาพและแหล่งผลิต ไม่ใช่แข่งขันด้วยปริมาณหรือราคาต่ำเพียงอย่างเดียว”

ผลผลิตลิ้นจี่หายแล้ว 40%

รายงานข่าวจากสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปกลุ่มผลไม้ระบุว่า ภัยแล้งเริ่มกระทบผลผลิตผักและผลไม้บางชนิด โดยเฉพาะลิ้นจี่ที่คาดว่าผลผลิตอาจลดลงราว 40% ขณะที่ลำไยยังต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เนื่องจากหากน้ำไม่พอผลผลิตอาจมีขนาดเล็กและไม่เข้าเกณฑ์ส่งออก ด้านกลุ่มผลไม้แปรรูปยังสะท้อนปัญหาความไม่เชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรกับโรงงาน

โดยยกตัวอย่างกรณีมะม่วงที่มีข่าวว่าเกษตรกรขายได้เพียงกิโลกรัมละ 3 บาท แต่โรงงานบางแห่งกลับหาซื้อมะม่วงไม่ได้ และราคาที่พบจริงอยู่ราว 7-9 บาทต่อกิโลกรัม จึงตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาอาจอยู่ที่สเป็กสินค้า ขนาด คุณภาพ หรือช่องทางเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรกับผู้ซื้อ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการผลไม้ยังยืนยันพร้อมรับซื้อผลผลิต เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการ

เกษตรฯเร่งแก้ปัญหาส่งออกลำไย

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามแก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้าเกษตร ว่าที่ประชุมได้ติดตามแนวทางแก้ไขปัญหาการส่งออกลำไยไทย ภายหลังจีนกำหนดมาตรฐานใหม่ให้ลำไยมีสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างได้ไม่เกิน 50 mg/kg หรือ 50 ppm ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าของงานวิจัยการจัดการลำไยด้วยวิธีแช่กรดเกลือร่วมกับโซเดียมเมตาไบซัลไฟต์ ซึ่งผลการทดสอบล่าสุดพบว่าสามารถลดสารตกค้างให้อยู่ในระดับต่ำมากจนเกือบไม่พบสารตกค้าง หรือ Not Detected

ด้านการบริหารจัดการเส้นทางขนส่งและคุณภาพสินค้า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์โลจิสติกส์ปี 2568-2569 ซึ่งปัจจุบันการส่งออกลำไยไปจีนใช้เส้นทางขนส่งทางบกเป็นหลัก ได้แก่ เส้นทาง R3A ผ่านด่านโมฮาน และเส้นทางรถไฟลาว-จีน แต่ยังมีอุปสรรคสำคัญจากปัญหาขาดแคลนน้ำมันใน สปป.ลาว และจำนวนโบกี้รถไฟที่มีจำกัดต่อวัน ที่ประชุมจึงมอบหมายให้ประสานขยายโควตาตู้รถไฟ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ลดความแออัดบริเวณหน้าด่านโมฮาน และลดความเสี่ยงต่อคุณภาพสินค้าในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รายงานว่าปี 2568 ไทยมีผลผลิตลำไยรวม 1,532,290 ตัน ขณะที่ปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 1,483,317 ตัน ลดลง 3.20% สาเหตุหลักมาจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ทำให้การออกดอกไม่สม่ำเสมอ ประกอบกับเกษตรกรบางส่วนปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปปลูกพืชชนิดอื่น คาดว่าเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 ผลผลิตลำไยจะกระจุกตัว เข้าสู่ช่วงพีก ซึ่งกระทรวงเกษตรฯได้กำชับมาตรการตรวจสอบให้เข้มงวดเพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาสารตกค้าง การถูกตีกลับสินค้าหรือการส่งออกสะดุด ซึ่งอาจกระทบต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาพรวมตลาดลำไยไทยในจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญ

Fruit Board เข้มแก้ผลไม้ปีนี้

นายจเด็ศ จันทรา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าโครงการช่วยเหลือเกษตรกรและพิจารณามาตรการบริหารจัดการผลไม้ในฤดูกาลปี 2569

โดยมีมติเห็นชอบมาตรการเชิงรุกเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฤดูกาลผลไม้ปี 2569 ได้แก่ เห็นชอบอนุมัติหลักการโครงการฟื้นฟูสวนลำไยสำหรับต้นที่มีอายุเกิน 25 ปี ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ครอบคลุมเกษตรกรกว่า 45,000 ครัวเรือน เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตควบคู่ไปกับมาตรการไม่เผาในพื้นที่เกษตรเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 โดยมอบหมายกรมส่งเสริมการเกษตรเร่งนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้เห็นชอบนำมะพร้าวน้ำหอมเข้าสู่ระบบบริหารจัดการของ Fruit Board อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาเสถียรภาพสินค้ามะพร้าวน้ำหอมครบวงจร เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการจัดตั้งคณะทำงานย่อยพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์รายภาคซึ่งจะนำร่องในภาคตะวันตก เพื่อให้ข้อมูลการผลิตและการตลาดมีความเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับสถานการณ์ผลไม้ปี 2569 ที่ประชุมได้รับทราบภาพรวมผลผลิตทุเรียนในปีนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 ส่วนมังคุดในภาคตะวันออก พบว่าผลผลิตลดลงร้อยละ 32 เนื่องจากพื้นที่ปลูกลดลง ส่วนภาคเหนือได้เตรียมแผนบริหารจัดการผลผลิตลำไยส่วนเกินกว่า 2 หมื่นตันในพื้นที่ลำพูน เชียงใหม่ และเชียงราย พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการเปิดโควตานำเข้าลำไยแห้งตามข้อตกลง WTO ปี 2570-2572 ตามที่กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เสนอต่อที่ประชุม เพื่อบริหารจัดการตลาดอย่างเป็นระบบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รับมือแล้งปีนี้ถล่มผลไม้ไทย ‘ลำไย’ เกรดตก ‘ลิ้นจี่’ วูบ 40%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...