“นิวซีแลนด์” เล็งเก็บน้ำมันสำรองในสิงคโปร์-มาเลเซีย รับมือวิกฤตฮอร์มุซ
"นิวซีแลนด์" เล็งเก็บน้ำมันสำรองในสิงคโปร์-มาเลเซีย รับมือวิกฤตฮอร์มุซ ขณะที่รัฐบาลยอมรับประเทศมีศักยภาพสำรองเชื้อเพลิงภายในจำกัด
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.06 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่านิวซีแลนด์กำลังพิจารณาแนวทางจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองในต่างประเทศ โดยเฉพาะในมาเลเซียและสิงคโปร์ หลังสงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้รัฐบาลตระหนักถึงความเสี่ยงด้านพลังงานจากข้อจำกัดในการสำรองเชื้อเพลิงภายในประเทศ
Shane Jones รัฐมนตรีทรัพยากรของนิวซีแลนด์ เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันนิวซีแลนด์ไม่มีความสามารถในการจัดเก็บเชื้อเพลิงส่วนเกินภายในประเทศมากพอ และเจ้าหน้าที่ได้ศึกษาทางเลือกในการเก็บน้ำมันไว้ต่างประเทศ โดยหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับคำแนะนำคือมาเลเซียและสิงคโปร์
นิวซีแลนด์สูญเสียความสามารถในการสำรองน้ำมันจำนวนมาก หลังโรงกลั่นน้ำมันแห่งเดียวของประเทศที่ Marsden Point ทางเหนือของเมืองโอ๊กแลนด์ปิดตัวลงในปี 2565 ขณะที่สิงคโปร์และตอนใต้ของมาเลเซียถือเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการกลั่นและจัดเก็บน้ำมันของเอเชีย
สงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซได้เพิ่มแรงกดดันต่อประเทศในเอเชีย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลางอย่างมาก ส่งผลให้หลายประเทศเร่งหาทางล็อกอุปทานพลังงานและสร้างความมั่นใจว่าจะมีเชื้อเพลิงใช้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลของ Christopher Luxon นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ได้ทำสัญญากับ Channel Infrastructure NZ ผู้ดำเนินการท่าเทียบเรือนำเข้าน้ำมันในพื้นที่โรงกลั่นเดิม เพื่อกลับมาใช้งานถังเก็บน้ำมันดีเซลอีกครั้ง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังประกาศข้อตกลงกับ Z Energy ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Ampol เพื่อสำรองน้ำมันดีเซลเพิ่มเติมอีก 9 วัน และกำลังประเมินว่าจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงอากาศยานหรือไม่
Jones ระบุว่า แนวคิดการสำรองน้ำมันในต่างประเทศถูกหยิบยกขึ้นมาระหว่างการหารือกับ Z Energy เพื่อสร้าง “กันชน” เพิ่มเติมด้านพลังงาน และขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเดินหน้าศึกษาทางเลือกดังกล่าวอย่างจริงจัง
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียง 2 วัน หลังสิงคโปร์และนิวซีแลนด์ลงนามข้อตกลงร่วมกันเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน และปกป้องการไหลเวียนของสินค้าสำคัญ เช่น อาหารและพลังงาน
ข้อมูลรัฐบาลนิวซีแลนด์ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธยังระบุว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศลดลงเล็กน้อย โดยน้ำมันเบนซินและดีเซลมีปริมาณเพียงพอสำหรับรองรับความต้องการไม่ถึง 50 วัน
ปัจจุบัน นิวซีแลนด์ใช้ระบบความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงแบบ 4 ระดับ ซึ่งสามารถยกระดับได้หากมีความเสี่ยงขาดแคลน โดยขณะนี้ประเทศยังอยู่ในระดับ 1 ซึ่งเป็นขั้นเฝ้าติดตามสถานการณ์โลก
Jones กล่าวว่า เขายังไม่ได้รับสัญญาณว่ารัฐบาลจำเป็นต้องยกระดับมาตรการไปสู่ขั้นที่สูงกว่าในเร็ว ๆ นี้
ด้าน Nicola Willis รัฐมนตรีคลังนิวซีแลนด์ เตรียมชี้แจงเพิ่มเติมภายในสัปดาห์นี้ว่า หากประเทศต้องเข้าสู่ระดับ 3 หรือ 4 ของระบบความมั่นคงด้านเชื้อเพลิง จะมีมาตรการจำกัดการใช้น้ำมันอย่างไรบ้าง หลังภาคธุรกิจเรียกร้องความชัดเจนมากขึ้นจากรัฐบาล
อ้างอิง : bloomberg.com