โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เมื่อ ‘วัฒนธรรม’ คือตัวเปลี่ยนเกม

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 02.31 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 02.31 น. • The Bangkok Insight

มีคำถามหนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยมาก จากผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ คือ "ทำไมองค์กรเราถึงเปลี่ยนแปลงไม่ได้สักที"

บางคนลงทุนไปกับการฝึกอบรมหลายล้านบาท บางคนจ้างที่ปรึกษาระดับโลกมาวางกลยุทธ์ บางคนปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ทั้งหมด แต่พอผ่านไปหกเดือน หนึ่งปี ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม พนักงานทำงานเหมือนเดิม ผู้นำตัดสินใจเหมือนเดิม และผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนเดิม

วัฒนธรรม

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากการขาดทักษะ ขาดเงิน หรือขาดความตั้งใจ แต่เกิดจากการที่ผู้นำองค์กรมักมองข้ามสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนแปลง นั่นคือ วัฒนธรรมองค์กร (Organizational Culture)

Peter Drucker นักคิดด้านการจัดการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก เคยกล่าวประโยคอมตะไว้ว่า"Culture eats strategy for breakfast" หรือแปลตรง ๆ ว่าวัฒนธรรมกินกลยุทธ์เป็นอาหารเช้า ฟังดูเว่อร์ไหม

แต่ถ้าคุณเคยอยู่ในองค์กรที่มีแผนงานดีเยี่ยม มีเป้าหมายชัดเจน แต่คนในองค์กรไม่เชื่อใจกัน ไม่กล้าพูดความจริง หรือคิดแค่ว่าจะรอดวันนี้ไปได้อย่างไร คุณก็จะเข้าใจทันทีว่า ประโยคนี้จริงแค่ไหน

งานวิจัยจาก McKinsey & Company พบว่า 70% ของการเปลี่ยนแปลงองค์กรล้มเหลว และสาเหตุหลักที่ถูกอ้างถึงมากที่สุดคือ การที่ผู้นำไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรได้

วัฒนธรรมองค์กรคือ "วิธีที่เราทำสิ่งต่าง ๆ ที่นี่" มันไม่ได้อยู่ในคู่มือพนักงาน ไม่ได้แปะไว้บนผนัง และไม่ได้อยู่ในสไลด์งาน Town Hall แต่มันอยู่ในพฤติกรรมประจำวันของทุกคน ตั้งแต่ผู้นำระดับสูงสุด ไปจนถึงพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาวันแรก

ที่สำคัญกว่านั้น มันสะท้อนออกมาในสัญญาณเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม เช่น ทุกคนพยักหน้าในห้องประชุมแต่ไม่มีใครทำตาม ข่าวร้ายไม่เดินทางขึ้นไปถึงผู้บริหาร คนเก่งๆ ทยอยลาออก หรือความผิดพลาดถูกซ่อน แทนที่จะถูกเรียนรู้

สัญญาณเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาของคน แต่เป็นอาการของวัฒนธรรมที่กำลังป่วย

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือการมอบหมายให้ฝ่าย HR เป็นผู้รับผิดชอบ "วัฒนธรรมองค์กร" แล้วก็แปลกใจที่ทำไมมันไม่เปลี่ยน ความจริงคือ วัฒนธรรมถูกสร้าง และรักษาไว้โดยพฤติกรรมของผู้นำ ไม่ใช่โปรแกรมหรือนโยบาย

Edgar Schein นักจิตวิทยาองค์กรจาก MIT อธิบายไว้ว่า วัฒนธรรมองค์กรหยั่งรากลึกในสามระดับ ตั้งแต่สิ่งที่มองเห็นได้ (Artifacts) ค่านิยมที่ประกาศไว้ (Espoused Values) ไปจนถึงสมมติฐานพื้นฐาน (Basic Assumptions) ซึ่งเป็นความเชื่อลึกๆ ที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของคนในองค์กร

ปัญหาคือองค์กรส่วนใหญ่พยายามเปลี่ยนแค่ระดับแรก แต่ไม่แตะสองระดับข้างล่าง และนั่นคือเหตุผลที่การเปลี่ยนแปลงไม่ยั่งยืน

วัฒนธรรม

แล้วจะเริ่มต้นจากตรงไหน

ผมเชื่อว่าวัฒนธรรมที่สามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงได้จริง ต้องตั้งอยู่บนรากฐานสำคัญ 4 ประการ

ประการแรก คือ ความไว้วางใจ (Trust) ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้นได้ในองค์กรที่คนไม่ไว้ใจกัน

Patrick Lencioni เขียนไว้ใน The Five Dysfunctions of a Team ว่าความไว้วางใจคือรากฐานของทุกอย่าง ถ้าขาดสิ่งนี้ ทีมจะไม่ยอมเปิดเผยจุดอ่อน ไม่ยอมถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ และในที่สุดก็ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้จริงๆ

ผู้นำที่ต้องการสร้างความไว้วางใจต้องเริ่มจากการแสดงให้เห็น ไม่ใช่แค่พูด ต้องยอมรับเมื่อตัวเองผิดพลาด ต้องพูดสิ่งที่รู้สึกจริงๆ และต้องรักษาคำพูดอย่างสม่ำเสมอ

ประการที่สอง คือ ความปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety) Amy Edmondson ศาสตราจารย์จาก Harvard Business School อธิบายว่า มันคือความเชื่อที่ว่าตัวเองจะไม่ถูกลงโทษ หรือทำให้ขายหน้าเมื่อพูด ถาม หรือทำผิดพลาด

Google ใช้เวลา 2 ปีศึกษาทีมภายในกว่า 180 ทีม และพบว่า Psychological Safety คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด ในการสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพสูง (High-performing Team) สำคัญกว่าแม้แต่ความสามารถส่วนบุคคลของสมาชิก

การสร้างสิ่งนี้ไม่ได้แปลว่าต้องไม่มีมาตรฐาน แต่หมายถึงการสร้างบรรยากาศที่คนกล้าพูดความจริง กล้าทดลอง และกล้าล้มเหลว เพราะพวกเขารู้ว่าการเรียนรู้สำคัญกว่าการหาคนรับผิด

ประการที่สาม คือ วัตถุประสงค์ร่วมกัน (Shared Purpose) คนเราพร้อมเปลี่ยนแปลงเมื่อพวกเขาเข้าใจว่า "ทำไมต้องเปลี่ยน"

Simon Sinek อธิบายใน Start With Why ว่าองค์กรที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้ขายสินค้า หรือบริการ แต่ขาย "ความเชื่อ" การสร้าง Shared Purpose ไม่ใช่การนั่งประชุมแล้วเขียน Mission Statement สวยๆ แต่คือการทำให้ทุกคนเชื่อมโยงงานที่ตัวเองทำ กับสิ่งที่ใหญ่กว่า ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคุณค่าให้ลูกค้า หรือการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

ประการที่สี่ คือ ความสม่ำเสมอของพฤติกรรม (Behavioral Consistency) วัฒนธรรมเกิดจากสิ่งที่ผู้นำทำซ้ำ ๆ ไม่ใช่สิ่งที่พูดครั้งเดียว ถ้าผู้นำประกาศว่าให้ความสำคัญกับ Work-life Balance แต่ตัวเองส่งอีเมลตีสองทุกคืน และคาดหวังให้ลูกน้องตอบทันที ไม่มีค่านิยมไหนจะมีผลในโลกความเป็นจริง

ผู้นำคือ Role Model ที่มีพลังมากที่สุดในองค์กร และทุกการตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำทุกวันคือการส่งสัญญาณให้คนในองค์กรว่ าอะไรคือสิ่งที่ “ยอมรับได้” จริงๆ ที่นี่

สำหรับผู้นำและเจ้าของธุรกิจที่อยากเริ่มต้น ผมอยากแนะนำให้วินิจฉัยวัฒนธรรมปัจจุบันก่อน (Culture Diagnosis) โดยไม่ใช่แค่ถามตัวเองในฐานะผู้บริหาร แต่ต้องฟังเสียงจากทุกระดับในองค์กร สิ่งที่คนพูดถึงกันตอนที่ผู้บริหารไม่อยู่ในห้อง นั่นแหละครับ คือวัฒนธรรมที่แท้จริง

จากนั้นเลือกพฤติกรรมที่ต้องการเปลี่ยนอย่างเฉพาะเจาะจง เพราะวัฒนธรรมที่ดี ไม่ได้เกิดจากการประกาศค่านิยม 5 ข้อในวันจันทร์ แต่เกิดจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน

และสุดท้ายตรวจสอบให้แน่ใจว่า ระบบการประเมินผล การเลื่อนตำแหน่ง และการให้รางวัลในองค์กรสอดคล้องกับวัฒนธรรมที่ต้องการสร้าง เพราะพฤติกรรมที่ได้รับการยกย่องจะถูกทำซ้ำ และพฤติกรรมที่ถูกลงโทษจะหายไปเอง

การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน (Lasting Change) ไม่ได้เกิดจากกลยุทธ์ที่ฉลาด เทคโนโลยีที่ล้ำ หรืองบประมาณที่มากพอ มันเกิดจากการที่คนในองค์กรเปลี่ยนวิธีคิด และวิธีปฏิบัติร่วมกัน

ผู้นำที่เข้าใจเรื่องนี้ จะไม่มองวัฒนธรรมเป็นแค่ “Soft Skill” แต่จะมองว่ามันคือสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในองค์กร และที่สำคัญที่สุด คือการเข้าใจว่า ตัวเองคือสถาปนิกของวัฒนธรรมนั้น ทุกคำที่พูด ทุกการตัดสินใจที่ทำ

ทุกพฤติกรรมที่แสดงออกมาวันต่อวัน ล้วนเป็นการวางรากฐานของวัฒนธรรม ที่จะกำหนดอนาคตขององค์กร

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...