โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปอนด์ เปิดใจนาทีระทึก วิ่งหนีซาแซง - ภูวินทร์ เผยเคยเห็นซาแซงปะทะการ์ด

Khaosod

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ปอนด์ ณราวิชญ์ เปิดใจนาทีระทึก วิ่งหนีซาแซงกลางเซี่ยงไฮ้ ห่วงคนรอบข้างมากกว่าตัวเอง - ภูวินทร์ เผยเคยเห็นซาแซงปะทะการ์ด เพราะไม่ได้คลิป ทีมงานคือด่านแรกที่โดนก่อน

จากเหตุการณ์ที่ทำเอาแฟนๆ ใจหาย หลังคลิปของ “ปอนด์ ณราวิชญ์” ถูกแชร์ว่อนขณะรีบวิ่งหนีกลุ่มคนที่พยายามเข้าประชิดตัวกลางโรงแรมในเซี่ยงไฮ้ จนทีมงานต้องเร่งพาเข้าลิฟต์ และช่วยกันกันพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ท่ามกลางความชุลมุนที่หลายคนมองว่าเป็นอีกตัวอย่างของปัญหาซาแซงและการล้ำเส้นพื้นที่ส่วนตัวของศิลปินที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในต่างประเทศ

ล่าสุด ปอนด์ ณราวิชญ์ และ ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน มาร่วมงาน “LEGO CERTIFIED STORE OPENING” ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยปอนด์ยอมรับว่านาทีนั้นรู้สึกตกใจและเลือกรีบออกจากพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายหรือกระทบคนรอบข้าง พร้อมยืนยันว่าทางทีมงานและต้นสังกัดมีการวางระบบรักษาความปลอดภัยไว้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทั้งคู่กังวลที่สุดกลับไม่ใช่ตัวเอง หากเป็นผู้คนทั่วไป ทีมงาน และนักท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ลักษณะนี้มากกว่า ทั้งยังฝากถึงแฟนๆ ให้รักและสนับสนุนศิลปินอย่างมีขอบเขต เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่ายด้วย

ช่วยเล่าเหตุการณ์ที่เราวิ่งหนีซาแซงหน่อย?

ปอนด์ : “คือด้วยสถานการณ์ ณ ตอนนั้นคือผมรู้สึกตกใจมากกว่า ด้วยแบบบรรยากาศต่างๆ ที่มีคนเข้ามาโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว มันก็จะมีความกลัวนิดนึง เพราะว่าด้วยความที่ครั้งนึงในชีวิตเราไม่เคยเจอเลย แล้วก็ที่เห็นเป็นภาพวิ่งอย่างงั้นเพราะว่ามันเป็นพื้นที่ในโรงแรม เราก็ไม่อยากสร้างความชุลมุนกันมาก แต่ว่าทางทีมงานเขาก็มีจัดเตรียมลิฟต์ให้แล้ว พอเราลงจากรถปุ๊บ เราก็เข้าลิฟต์เลยอะไรอย่างเงี้ยครับ”

ก่อนที่จะตัดสินใจที่จะวิ่ง มันมีเหตุการณ์อะไรก่อนหน้านั้นมั้ย?

ปอนด์ : “โห จริงๆ หลักๆ ผมแค่กลัวว่าคนแถวนั้นจะเดือดร้อนมากกว่า คือสมมติถ้าผมค่อยๆ เดิน ค่อยๆ เดินช้าๆ นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ หรือแบบคนอื่นๆ ที่เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไร เขาอาจจะตกใจได้ เราไม่ได้อยากสร้างความชุลมุน เราก็เลยรีบเข้าลิฟต์แล้วก็กลับเข้าห้องเราดีกว่า”

ทีมงานเคยบอกเราก่อนมั้ยว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้?

ปอนด์ : “โอ้ย จริงๆ แล้วมีการเตรียมไปอย่างดีเลยครับผม ไม่ว่าจะเป็นทีมการ์ดหรือว่าทีมงานทุกๆ คน เขาก็จะมีการบอกแล้วว่าให้ระวังตัวอะไรบ้าง แต่ว่าเราก็ไม่ได้อยากให้เดือดร้อนทีมงานเนาะ เพราะว่าถ้าเกิดเราเดินช้าๆ ทีมงานเขาก็ต้องคอยกัน ต้องคอยลำบากอะไรเงี้ย เราก็เลยรู้สึกว่าใช้ความเร็วดีกว่า”

จังหวะนั้นรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยของตัวเองมั้ย?

ปอนด์ : “ผมว่าตอนนั้นคือถ้าถามว่ามันปลอดภัยไม่ปลอดภัย คือมันก็ตอบไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าสิ่งนึงเลยที่เป็นๆ แน่นอนคือเราแค่รู้สึกว่าเราตกใจ แล้วก็เราเลือกเซฟตัวเองไว้ดีกว่า เพราะว่าเราก็ไม่ชัวร์เหมือนกันว่าคนตรงนั้นเขาใช่แฟนคลับของเราจริงๆ หรือเปล่าอะไรอย่างงี้ครับผม เป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในชีวิตเลยครับ”

ปกติเราไม่ได้ใช้วิธีแบบนี้?

ปอนด์ : “ใช่ครับ ปกติผมจะนิ่งๆ เงียบๆ แต่เรารู้สึกว่าบางทีอาจจะสร้างปัญหาให้คนรอบข้าง อันนั้นมันก็เป็นปัจจัยหลัก”

ภูวินทร์ : “ผมว่าจริงๆ ต้องพูดด้วยว่าในหลายๆ ที่ที่เราไป ไม่ว่าจะเป็นตัวเราเอง หรือว่าศิลปินคนอื่นในบ้านเราเอง หรือศิลปินในไทยคนอื่นๆ ที่ไปต่างประเทศกันเองเนี่ย ก็หลายๆ ครั้งก็เจอเหตุการณ์ประมาณนี้ครับผม แต่ว่าก็จะไม่ได้ถ่ายลงหรือว่าจะมีภาพหลุดออกมาให้ดูครับผม แต่ว่าในเคสทุกๆ เคสก่อนหน้านี้เนี่ย ทั้งทางทีมบ้านเราก็จะมีการพาการ์ดจากประเทศไทยไปด้วย และก็มีการ์ดของที่ประเทศนั้นๆ ประกบไปด้วย ซึ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเนี่ย ทางของตัว GMM TV เองก็เห็นว่าของทุกๆ คนที่ไปต่างประเทศมันก็เริ่มมีฐานแฟนเยอะขึ้น ก็เพิ่มปริมาณการ์ดของทั้งไทยและก็ทั้งที่ประเทศนู้นด้วย ก็อันนี้ก็เพิ่มแล้วเหมือนกันครับผม จริงๆแล้วไม่ใช่เป็นการไปแบบไม่ได้เตรียมตัวอะไร ทางค่ายก็มีการเตรียมตัวไว้อยู่แล้วด้วยเหมือนกัน ก็เป็นภาพที่เราในฐานะศิลปินอาจจะเห็นบ่อย แต่คิดว่าหลายคนอาจจะไม่ได้เห็นในมุมนี้บ่อยนักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ”

ที่ภูวินทร์บอกว่าเคยเห็นมั้ยว่าซาแซงต่อยการ์ดที่ไม่ได้คลิป มันเป็นยังไง?

ภูวินทร์ : “คือในบางครั้งพอเขาไม่ได้คลิป เขาก็โมโหนิดนึง แล้วก็อาจจะมีปากมีเสียงกับการ์ดบ้างครับผม เพราะว่าผลสุดท้ายคนที่เป็นด่านแรกระหว่างเรากับคนนั้นๆ ก็จะเป็นทั้งพี่การ์ดและพี่ทีมงาน ซึ่งพี่การ์ดกับพี่ทีมงานเขาก็ช่วยเซฟเรา เขาก็จะเป็นคนแรกที่โดนก่อน”

ตอนแรกที่เห็นคลิปปอนด์ ความรู้สึกแรกเราเป็นยังไง?

ภูวินทร์ : “ความรู้สึกแรกเหรอครับผม ตอนที่เห็นก็รู้สึกตกใจ รู้สึกตกใจตอนที่เห็น แล้วก็เลยเขียนไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นไงบ้าง แต่พอได้รับรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เราก็เข้าใจครับ”

การสื่อสารที่เราพยายามสื่อสารเกี่ยวกับซาแซง มันได้ผลบ้างมั้ย?

ภูวินทร์ : “ผมว่าเรื่องนี้ตอบยาก คนฟังไม่ใช่คนทำครับ และก็คนทำไม่ใช่คนที่จะมาดูสัมภาษณ์”

เราอยากบอกอะไรคนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้?

ปอนด์ : “จริงๆ แล้วเราหรือศิลปินหลายๆ คนเข้าใจนะครับว่าวันนึงเราเป็นคนสาธารณะก็ต้องเจออะไรแบบนี้ แต่ว่าคือสิ่งที่สำคัญที่พวกเราพยายามจะโฟกัสเนี่ย มันคือเรื่องความปลอดภัยคนรอบข้างมากกว่า เพราะว่าคือบางคนเขาอาจจะไม่ได้รู้จักเรา เขาอาจจะแบบมาท่องเที่ยว หรือเขาอาจจะมาตรงนั้นที่อาจจะโดนผลกระทบไปด้วย ผมว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญกว่าและก็น่าคอนเซิร์นเป็นพิเศษครับผม”

ภูวินทร์ : “ในมุมมองผมแล้วกัน ศิลปินโดนเนี่ยเรารับได้ แต่ว่าคนรอบตัวที่เป็นคนที่แค่อยู่ตรงนั้นเฉยๆ และโดนรับผลกระทบเพราะเราไปด้วยเนี่ย เอ่อในพาร์ตเราด้วยความที่มันเกิดขึ้นเพราะเรา เราไม่สบายใจครับ อย่างเช่นถ้าในกรณีโรงแรมแล้วเขาวิ่งแล้วเขาไปชนกับคนอื่นที่มาพักโรงแรมเฉยๆ และเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นเพราะเราเอง เราก็ไม่สบายใจครับ เราจะห่วงคนที่อยู่รอบๆ มากกว่าครับ”

ต้องยกระดับการจัดการขึ้นมั้ย สำหรับเหตุการณ์ที่ต้องป้องกันในอนาคต?

ปอนด์ : “จริงๆ แล้วทีมงานก็มีพูดคุยกับเรื่องนี้บ้างครับผม ว่าเป็นเหมือนการตั้งรับและก็วางแผนว่าเออถ้าเกิดมีอีกคราวหน้าก็จะต้องทำยังไงอะไรอย่างงี้ครับผม ก็อาจจะเพิ่มความป้องกันเป็นพิเศษอะไรอย่างงี้แหละ”

ภูวินทร์ : “แต่โดยปกติแล้วเวลาทั้งงานของศิลปินไทยเองและผมเห็นหลายๆ ครั้งศิลปินต่างชาติเองเนี่ย ก็มีการเตรียมการอยู่แล้วครับผม ว่าเอ่อเราจะเข้าออกยังไง เราจะทำอะไร เราจะจัดการตรงนี้ยังไงบ้าง แต่ว่าในบางครั้งสถานการณ์มันก็เลยเถิดไปนิดนึง”

แต่ว่าในส่วนของเราอ่ะเราเตรียมการแล้ว แต่เราห่วงแค่คนที่เขาไม่ได้รู้เรื่องด้วย?

ภูวินทร์ : “ใช่ครับ หรือว่าคนอื่นที่จะโดนผลกระทบไปด้วยหรือบาดเจ็บเพราะเหตุการณ์แบบนี้ไปด้วยครับผม”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปอนด์ เปิดใจนาทีระทึก วิ่งหนีซาแซง - ภูวินทร์ เผยเคยเห็นซาแซงปะทะการ์ด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...