การดี ชี้วิกฤตฝุ่นไทยพุ่ง 50 เท่าของเกณฑ์โลก เสนอ 6 มิติแก้-เดดไลน์ พ.ร.บ.อากาศ ใน 6 สัปดาห์
การดี เสนอ 6 มิติแก้ PM2.5 พ.ร.บ.อากาศสะอาดก่อนเดดไลน์ ใน 6 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อเอาผิดผู้ก่อมลพิษ ไม่ใช่ประชาชน สร้างพื้นที่อากาศสะอาด-ห้องปลอดฝุ่นให้กลุ่มเปาะบาง ฟื้นการท่องเที่ยวภาคเหนือ ลั่นไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกในปีหน้า
เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 โดยมี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานในการประชุม เพื่อเสนญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องของปัญหาฝุ่น PM 2.5 นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเสนอญัตติเรื่องขอให้ตั้งกมธ.วิสามัญติดตามการแก้ไขปัญหาวิกฤต PM2.5 ในภาคเหนือและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อทั้งประเทศ ว่า ฝุ่น PM2.5 อยู่กับเรามาเป็น10 ปี ในฐานะที่ตนเคยเป็นนักวิจัยเรื่องคุณภาพชีวิต อนาคตของเมื่อ สิ่งนี้เป็นตัวแปรสำคัญกับการพฒนาทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาประเทศ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ที่ภาคเหนือ ข้อมูลจากจิสด้า จะเห็นว่านาทีนี้จุดร้อน จุดไฟป่า อยู่ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งเหนือตอนบนแทบทั้งหมดพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนในภาคเหนือในหลายหลายพื้นที่ถ้าย้อนไปดูข้อมูลจากจิสด้า สัปดาห์ที่ผ่านมาจะบอกกันคนละเรื่อง เพราะก่อนหน้านั้นข้อมูลจุดร้อนเกิดจากพื้นที่การเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีข้อสังเกตว่าถ้าพูดถึงการขยายตัวของจุดร้อน หรือฮอตสปอตเพียงแค่จากวันที่ 23 มี.ค.ถึงวันที่ 29 มี.ค.การขายตัวของฮอตสปอตมากขึ้นกว่า 3 เท่าตัว
นางการดี กล่าวต่อว่า วันนี้เรื่องการควบคุม ทรัพยากรที่ให้ไปสำหรับผู้ควบคุมไฟป่ามีเพียงพอแล้วหรือไม่ ถ้าเราสามารถจัดการได้แต่ต้น พี่น้องชาวภาคเหนือตอนบนก็คงจะไม่ต้องลำบากอย่างที่เราเห็น ประกอบกับการจัดการกระบวนการทางการเกษตรที่เราต้องการให้มีการช่วยเหลือเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น
และวันนี้ถ้าเราพูดถึงปริมาณ AQI ข้อมูลล่าสุดที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน สูงถึง 1,956 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นค่าที่สูงกว่ามาตรฐานที่ WHO จะรับได้กว่า 50 เท่า จึงเป็นคำถามว่า เมื่อถึงนาทีนี้เราที่กำลังสูดดมอากาศที่เป็นพิษเหล่านี้แซงนะ เรายังไม่สามารถประกาศให้เขตนี้เป็นเขตภัยพิบัติได้ สิ่งหนึ่งที่อยากให้จับตาดูแซงนะ ถ้าเราพูดถึงการประกาศเขตภัยพิบัติตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย 2550 เราคงจะคุ้นเคยกับภัยพิบัติที่มาอย่างฉับพลัน ทั้งน้ำท่วม สึนามิ แผ่นดินไหว แต่วันนี้เรายังไม่ครอบคลุมถึงผลกระทบที่ค่อยๆ ก่อตัว แล้วส่งผลในระยะยาวจะทำให้เกิดมีข้อจำกัดในการจัดการระดับจังหวัด หรือความสามารถที่เจ้าหน้าที่ ในการขนย้ายอพยพคนออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
นางการดี กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องของสุขภาพนั้น ทุกอากาศที่เราสูดดมเข้าไปที่มาจากฝุ่น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กทารกในครรภ์ผู้สูงอายุและผู้ที่ป่วยเรื้อรังคนเหล่านี้มีปัญหามากเพราะจะทำให้เกิดการติดขัดการทำงานของร่างกายอย่างเฉียบพลันแต่สำหรับคนทั่วไปที่ดูเหมือนสุขภาพแข็งแรง แต่วันนี้ฝุ่นพิษเหล่านี้เข้าไปอยู่ในกระแสเลือด ส่งผลต่อปอด ถุงลมโป่งพอง สมองและการพัฒนา
“เรากำลังพูดถึงความเสี่ยงต่อการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งวันนี้เราลำบากในเรื่องอื่นอยู่แล้วไม่ว่าจะเศรษฐกิจ ขีดความสามารถ และความพร้อม แต่เรามีเรื่องฝุ่นพิษเข้ามาอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่ดิฉันมั่นใจว่าเราควรจะต้องป้องกันได้ และควรจะต้องลงมือทำ เพื่อประโยชน์ของลูกหลานเราในระยะยาวเสียที นั่นเป็นสิ่งที่ เราต้องการบอกว่าไม่ใช่เรื่องเฉพาะหน้าซึ่งดิฉันไม่อยากกลับมาพูดเรื่องนี้อีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกฤดูการที่มีฝุ่น” นางการดี กล่าว
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวช่วงระยะเวลานี้เป็นช่วงสำคัญ ระยะเวลา 2-3 สัปดาห์หน้า จะมีเรื่องการท่องเที่ยวในเขตภาคเหนือ เพราะมีสถิติชัดเจนแล้วว่ามีการยกเลิกจากนักท่องเที่ยว ทั้งระยะไกลและระยะใกล้ เพิ่มเติมสูงขึ้น ยังไม่นับทิศทางยุทธศาสตร์ของประเทศอยากจะเป็นเมืองสุขภาพ ขณะที่คนของเรายังไม่มีสุขภาพดีในฐานะพลเมืองประเทศไทยได้เลยจึงเป็นสิ่งที่เราควรจะต้องเร่งแก้ไข
“ขอนำเสนอในมิติที่เร่งด่วน คือการระดมทรัพยากรสำคัญในการที่จะดับไฟป่าครั้งนี้และไม่อยากให้เกิดการสูญเสียอีกต่อไป ดิฉันคิดว่าการระดมทรัพยากรครั้งนี้ หากจะมาจากท้องถิ่นคงไม่เพียงพอ เพราะพื้นที่เพลิงไหม้ไฟป่าและผลกระทบกระจายไปเกินกว่าที่จะสามารถควบคุมได้ด้วยการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นเท่านั้น จึงอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญ และเวลาที่จะแก้ไขในเรื่องของภัยพิบัติไม่อยากให้เอาการเมืองมาเป็นตัวนำ ควรเอาข้อมูลที่แท้จริงมาวิเคราะห์วิจัยและใช้งานมากยิ่งขึ้น” นางการดี กล่าว
นางการดี กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาเรื่องฝุ่นที่เราพบมา 10 ปี เราเพียงแก้ในมิติการเมืองอย่างเดียวหรือกระทรวงใครกระทรวงมันเป็นไปไม่ได้ เพราะ วิเคราะห์ผลกระทบในภาพรวมต้นขอเสนอใน 6 มิติ 6 ด้านคือ
1. เชื่อมั่นว่าอากาศสะอาดควรจะเป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนของพลเมืองไทยทุกคน สมาชิกในสภาแห่งนี้หลายคนตอนนั้นก็เป็นรัฐบาตอนนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งได้มีการยื่น ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดไป แต่ยุบสภาเสียก่อน ดังนั้น ณ นาทีนี้ความเร่งด่วนเกิดขึ้น จึงเห็นว่าเราควรจะยื่นร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด และพิจารณาอีกครั้ง ก่อนถึงเส้นตายเพียง 6 สัปดาห์ข้างหน้า นี่คือเรื่องเร่งด่วนที่ทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดชอบเพราะอนาคตของลูกหลานอยู่ในมือเรา ทั้งนี้เห็นว่าสิ่งที่อยู่ใน พ.ร.บ.อากาศสะอาด และเป็นประโยชน์ คือ ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นคนรับผิดชอบ ไม่ใช่ประชาชนคนทั่วไป
2. เกษตรกรมีความจำเป็นต้องกำจัดขยะทางการเกษตรไม่มีทางเลือกอื่นมากไปกว่าการเผาบนพื้นที่เพื่อให้ฤดูกาลนั้นสามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็วต้นคิดว่าถ้าเราจะออกกฏหมายเพียงแค่ตามจับคนผิดก็คงจะไม่พอ ต้องตามมาด้วยต้องตามมาด้วยแรงจูงใจ ทั้งเครื่องมือ ทางเลือกที่ดีมากเพียงพอไม่ว่าจะเป็นแนวคิดนโยบายการคืนเงินอุดหนุนการตัดอ้อยสดที่เคยยกเลิกออกไป การให้สินเชื่อ 0% หรือการมีกลไกที่จะทำให้การใช้เครื่องมือเก็บเกี่ยว ที่สามารถการันตีได้ว่าการใช้เครื่องมือนั้นเป็นประโยชน์และไม่ก่อให้เกิดมลพิษได้อีกต่อไปรวมถึงวิธีเลือกของเราทุกคนที่เราควรจะมีความรับผิดชอบร่วมกัน
3. เรื่องสุขภาพที่รัฐต้องให้ความสำคัญ และลงมือป้องกันระดับเฉพาะหน้า ในเรื่องการแจกหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก กลุ่มเปราะบาง หรือการสร้างพื้นที่ที่เป็นอากาศสะอาดหรือแม้แต่ห้องปลอดฝุ่น ถึงการติดตามผลกระทบด้านสุขภาพในระยะยาว ประเทศไทยไม่ควรจะชะล่าใจถ้าบอกว่า 10 ปีที่ผ่านมาเราประชนกำกับ PM2.5 มาตลอดวันนี้พวกเราก็มีจุดบางๆในปอดของพวกเราทุกคนที่มาจากผลกระทบนี้ด้วย ซึ่งเอกชนเคยมีวิจัยการทำหอฟอกอากาศระดับเมืองที่จะสามารถใช้ได้ น้อยคนที่อยู่รอบพื้นที่นั้นๆ มาสได้ใช้อากาศสะอาดได้สิ่งต่างๆเหล่านี้ที่เป็นวิจัยและนำนวัตกรรมระดับประเทศนอกเหนือจากการป้องกันและการลงโทษคนผิดเราก็ควรจะมีการส่งเสริมสิ่งเหล่านี้ให้มีมากยิ่งขึ้น คนสวนก็แอบดีใจที่ รมว.อว.มีความเข้าใจอย่างดี เรื่องนี้คงจะเป็นการแก้ปัญหาในองค์รวม
4.เร่งฟื้นเรื่องการท่องเที่ยวและดึงความเชื่อมั่นให้กับเขามาประมาณ ประเทศไทยจะเดินต่อไปในทะในทิศทางที่หลายคนบอกว่าเป็นประเทศที่จะมีสุขภาพดีแต่แค่นี้เรายังจัดการไม่ได้เราก็ควรจะต้องเร่งแก้ไขขณะเดียวกันเรื่องเฉพาะหน้าของการฟื้นฟูการท่องเที่ยวและดึงความเชื่อมั่นต้นเชื่อว่ากลุ่ม sme การท่องเที่ยวทางภาคเหนือได้รับผลกระทบอย่างจริงจังเพราะฉะนั้นรัฐก็ควรจะต้องเตรียมการในการที่จะช่วยเหลือกลุ่ม sme เหล่านี้
5. ยกระดับข้อมูลต่างๆที่เรามี เข้ามาวิเคราะห์ ไม่ใช่เพียงแค่แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้นแต่ว่านำมาใช้ในการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นระดับความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ มลพิษข้ามแดน สามารถจับได้ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันซึ่งอย่างน้อยจะสามารถให้ท้องถิ่นนั้นๆเตรียมการป้องกันให้กับพี่น้องประชาชนได้ และ6. ความสามารถในการจัดการภายในประเทศความสามารถในการเจรจาระหว่างประเทศ ฮอตสปอร์ตที่เกิดในบ้านเรา เราต้องมีความสามารถในการจัดการให้ดีที่สุด
“ดิฉันไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในปีนี้ ณ เดือนมีนาคม แล้วปีหน้าในเวลาเดียวกันต้องมาพูดเรื่องซ้ำเดิมอีก จึงขอให้ยื่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้ทันก่อนเดดไลน์จะเกิด และตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อติดตามปัญหา PM2.5 เพื่อที่พี่น้องและลูกหลายเราทุกคนจะได้อยู่และใช้สิทธิ์พลเมืองได้อากาศสะอาดอย่างเท่าเทียม”นางการดี กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การดี ชี้วิกฤตฝุ่นไทยพุ่ง 50 เท่าของเกณฑ์โลก เสนอ 6 มิติแก้-เดดไลน์ พ.ร.บ.อากาศ ใน 6 สัปดาห์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th