24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
>> ไฟไหม้อาคาร และลุกลามบ้านเรือนประชาชน ซอยสาธุประดิษฐ์ 49 เสียหายวอด
07.49 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยสาธุประดิษฐ์ 49 พื้นที่เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น และอาคารคอนกรีตชั้นเดียว ปลูกติดกัน จำนวน 4 อาคาร ภายในรั้วเดียวกัน ประกอบกิจการ ให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในอาคารที่ 3 เพลิงลุกไหม้อาคารที่ 1, 2 และ 3 เสียหายทั้งหมด ลุกลามอาคารที่ 4 เสียหายบริเวณประตูและหน้าต่าง พื้นที่เสียหายโดยประมาณ 50 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้อาคารต้นเพลิงเสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย รายที่ 1 เป็นเพศหญิง อายุ 46 ปี ถูกไฟลวกบริเวณต้นแขนเล็กน้อย อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ รายที่ 2 เป็นเพศชาย อายุ 40 ปี ถูกไฟลวกบริเวณต้นแขนเล็กน้อย อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ รายที่ 3 เป็นเพศหญิง อายุ 68 ปี ถูกไฟลวกบริเวณต้นแขนเล็กน้อย อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ รายที่ 4 เป็นเพศชาย อายุ 50 ปี (เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยานนาวา) โดนไฟฟ้าดูดที่บริเวณแขนด้านขวา ปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยถนนจันทน์
>> รถกระบะชนกับรถจักรยาน ริมถนนสาย ตาคลี - หัวหวาย คุณตาวัย 70 กว่าปีเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.
08.10 น. หน่วยบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิการกุศลตาคลี รับแจ้งเหตุ มีอุบัติเหตุ รถยนต์กระบะ ชนกับรถจักรยาน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ริมถนนสาย ตาคลี - หัวหวาย ใกล้เคียงแยกบ้านม่วงน้อย ในพื้นที่ ตำบลหัวหวาย อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา จอดอยู่ในสภาพกันชนหน้าฝั่งซ้ายมีร่องรอยการชนได้รับความเสียหาย ห่างออกไป พบรถจักรยานล้มคว่ำอยู่ข้างทาง สภาพพังเสียหาย ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้ชายไทย อายุประมาณ 70 ปี ไม่รู้สึกตัว มีบาดแผลที่ศีรษะ อาการสาหัส ทางอาสาสมัครช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนมอบให้ทางรถกู้ชีพดำเนินการนำส่ง รพ.ตาคลี และได้รับแจ้งว่า ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตาคลี
>> คนร้ายลอบยิง "ปลัดอำเภอจะแนะ" เสียชีวิตกลางดึก ที่ บ้านสุแฆ จ.นราธิวาส
10.39 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืน ลอบยิงรถกระบะของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง บนทางหลวงชนบทหมายเลข นธ. 4115 บริเวณบ้านสุแฆ หมู่ที่ 3 ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เมื่อเวลา 01.00 น.ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้เสียชีวิตคือนายมนชัย (สงวนนามสกุล) ตำแหน่งปลัดอำเภอจะแนะ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง และนางสาวฮัยด๊ะ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี
รายงานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ นายมนชัย พร้อมด้วย น.ส.ฮัยด๊ะ ได้เดินทางกลับจากการทำธุระนอกบ้าน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ กลุ่มคนร้ายซุ่มโจมตีโดยใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่รถหลายนัด
เบื้องต้น อยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุและหาสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ ซึ่งมีทั้งประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว และความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
>> เพลิงไหม้เรือนไม้ห้องพักของเจ้าหน้าที่ เสียหายวอด 6 คูหา จ.สิงห์บุรี
12.00 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สิงห์บุรี รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพัก ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช ในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นเรือนไม้สองชั้น เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถน้ำดับเพลิง จำนวน 5 คัน เข้าระงับเหตุ จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา ตรวจสอบเสียหาย 6 คูหา ขณะเกิดเหตุไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้ นายณรงค์พันธ์ แจ่มจันทร์ รก.หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช อำเภอเมืองสิงห์บุรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลม่วง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์
>> อาสาดับไฟป่าพลัดหลง ก่อนพบเสียชีวิตกลางดอยแม่ริม จ.เชียงใหม่
12.36 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จังหวัดเชียงใหม่ได้รับรายงานจากอำเภอแม่ริม กรณีเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังและดับไฟป่าในพื้นที่บ้านสะลวง หมู่ที่ 2 ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พลัดหลงระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ก่อนจะพบเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากรายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. อำเภอแม่ริมได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านสะลวง ว่ามีเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังและดับไฟป่าของหมู่บ้านสูญหาย จำนวน 1 ราย หลังเสร็จสิ้นภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่
ทราบชื่อผู้สูญหาย คือ นายบุญมา อายุ 56 ปี ซึ่งได้เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าร่วมกับชุดปฏิบัติการของหมู่บ้าน โดยในวันเกิดเหตุได้ร่วมกับทีมลาดตระเวนเข้าดำเนินการดับไฟป่าและทำแนวกันไฟจนแล้วเสร็จในช่วงเย็น ก่อนจะขาดการติดต่อ
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ระดมกำลังค้นหาในพื้นที่ที่พบเห็นครั้งสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานญาติ ซึ่งยืนยันว่าผู้สูญหายยังไม่กลับเข้าบ้าน ต่อมาในวันที่ 1 เมษายน 2569 นายอำเภอแม่ริมได้สั่งการเปิดศูนย์ค้นหาและบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 200 นาย ลงพื้นที่ค้นหาอย่างเร่งด่วน
จนกระทั่งเวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่พบร่างผู้สูญหายอยู่ในพื้นที่ป่า ห่างจากจุดทำแนวกันไฟประมาณ 300 เมตร โดยไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเสียชีวิตจากอาการอ่อนเพลียสะสม ประกอบกับสภาพอากาศร้อน และมีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ประสานแพทย์เพื่อดำเนินการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงตามขั้นตอนต่อไป
>> นายกฯ มอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่น ปลุกพลังข้าราชการยุคใหม่ต้อง “พลัส” ทันโลก - ทันเทคโนโลยี ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง
14.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช 2568 เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ หอประชุมใหญ่ กรมประชาสัมพันธ์ กรุงเทพฯ
นายกฯ กล่าวยินดีกับข้าราชการพลเรือนที่ได้รับคัดเลือก พร้อมย้ำว่า ข้าราชการคือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยนอกจากคุณสมบัติพื้นฐาน คือ ความซื่อสัตย์สุจริต ความเที่ยงธรรม ความมีวินัย และการมีจิตสำนึกในการให้บริการประชาชนแล้ว สิ่งที่ต้องมีเพิ่มขึ้นคือ ความเท่าทันต่อโลกที่เปลี่ยนไป สามารถมองเห็นความท้าทายล่วงหน้า และพร้อมรับสถานการณ์อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ นายกฯ ขอให้ข้าราชการทุกคนรักษาคุณงามความดี ยึดมั่นในเกียรติศักดิ์ศรี ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละรอบคอบ และ “สร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ของการทำงานร่วมกัน” เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงานของรัฐบาล เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาของประเทศ และเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงอย่างยั่งยืน
>> รถบรรทุก 6 ล้อพลิกตะแคงลงข้างทาง ริมถนนเส้นขึ้นเขาบ้านนาไฮ มีผู้บาดเจ็บหลายราย จ.ชัยภูมิ
14.30 น.มูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ กู้ภัยมังกรเกษตรสมบูรณ์ รับแจ้งว่ามีอุบัติหตุ รถ 6 ล้อพลิกตะแคงลงข้างทาง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ริมถนนเส้นขึ้นเขาบ้านนาไฮ ในพื้นที่ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ
ที่เกิดเหตุ พบรถ 6 ล้อ อีซูซุ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน ชัยภูมิ ลักษณะพลิกตะแคงอยู่ข้างทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย ทางเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยให้การช่วยเหลือ และนำส่งโรงพยาบาลเกษตรสมบูรณ์ จำนวน 4 ราย ส่วนอีก 2 รายปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกษตรสมบูรณ์
>> สกัดแก๊งวัยรุ่นสร้างตัว รับงานขนยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด หวังเงินค่าจ้าง 500,000 บาท
16.01 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมแถลงข่าวจับกุม ผู้ต้องหาลักลอบขนยาบ้า จำนวน 3 ราย แจ้งข้อหาฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยจับกุม บริเวณปั้มน้ำมัน ถนนเอเชียตาก - กำแพงเพชร อ.เมือง จ.ตาก
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่พริก จ.ลำปาง ได้มีการจับกุมผู้ต้องหา พร้อมยาบ้า จำนวน 2.5 ล้านเม็ด จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนขยายผล ประกอบกับได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดรายใหญ่ จากพื้นที่ทางภาคเหนือ ผ่านเส้นทางถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) เข้าสู่พื้นที่จังหวัดตาก โดยขบวนการนี้มีรถยนขบวน 2 คัน เป็นรถนำ 1 คัน และรถขนยาเสพติดอีก 2 คัน ลักลอบขนยาบ้าเข้ามาในพื้นที่ภาคกลาง
จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัย 2 คัน จอดพักอยู่ในปั๊มน้ำมัน ในพื้นที่ ต.หนองบัวใต้ อ.เมือง จ.ตาก แต่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ จึงได้ทำการตรวจสอบพื้นที่ร้านอาหารใกล้เคียง จนไปพบกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มีลักษณะตรงตามที่สายลับแจ้ง กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่
ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเข้าพูดคุยอยู่นั้น ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย แสดงอาการมีพิรุธ จึงได้เชิญตัวเข้าทำการตรวจสอบรถ ผลปรากฏว่าบริเวณท้ายกระบะตู้ทึบ พบถุงกระสอบสีดำต้องสงสัยจำนวน 27 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบเป็นยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายใน รวมจำนวนประมาณ 8,000,000 เม็ด (คิดเป็นมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท)
จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า รับงานจ้างขนยาเสพติดล็อตนี้มาจากจังหวัดเชียงราย เพื่อนำไปส่งในพื้นที่ภาคกลาง โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 500,000 บาท ระหว่างทางกลัวว่าน้ำมันรถยนต์จะหมดกลางทาง ประกอบกับยังไม่ได้ทานข้าว จึงแวะเติมน้ำมันรถยนต์ และพักรับทานอาหาร ก่อนเดินทางต่อ แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเสียหาย
>> “บิ๊กเต่า” รอลุ้น 3 สำนวนเว็บพนันเอี่ยว “บิ๊กโจ๊ก” ชงเลือกหน่วยทำคดี หลัง ป.ป.ช. ส่งคืนตำรวจ
16.14 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติส่งคืน 3 สำนวนคดีเว็บพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และพวก ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับไปดำเนินการต่อ โดยให้เหตุผลเพื่อความรวดเร็วในการสอบสวน ขณะนี้สำนวนทั้งหมดอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อมอบหมายหน่วยงานที่เหมาะสมรับผิดชอบดำเนินคดี
รอง ผบช.ก. ระบุว่า หากมอบหมายให้ บก.ปปป. ดำเนินการ ยืนยันสามารถเร่งรัดสำนวนได้รวดเร็วและรัดกุม เนื่องจากมีการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยขั้นตอนต่อไปจะเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม ก่อนสรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> ไทย–สหราชอาณาจักร สานต่อมิตรภาพ 170 ปี ยกระดับการค้า-การลงทุน ตั้งเป้าบรรลุ FTA สร้างโอกาสเศรษฐกิจใหม่
18.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เข้าร่วมและกล่าวเปิดงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–สหราชอาณาจักร และครบรอบ 80 ปี หอการค้าสหราชอาณาจักร โดยมีนายมาร์ก กุดดิง เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ผู้แทนหอการค้าสหราชอาณาจักร ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติจากทั้งสองประเทศ
นายกฯ ยินดีที่ได้เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยาวนานตลอดระยะเวลา 170 ปีที่ผ่านมา โดยความพิเศษของความสัมพันธ์นี้ มิได้เป็นเพียงความสัมพันธ์ที่ยาวนาน หากแต่เป็นความสามารถในการปรับตัว พัฒนา และสร้างประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง หลากหลายมิติ
ไทยตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจสูง และกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับโอกาสในอนาคต ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของภาคธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยไทยมองสหราชอาณาจักรเป็นหุ้นส่วนสำคัญในเส้นทางดังกล่าว ซึ่งการยกระดับความสัมพันธ์สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และหุ้นส่วนทางการค้าที่แน่นแฟ้น (Strategic Partnership and Enhanced Trade Partnership) เมื่อ 2 ปีก่อน จะ เป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือในอนาคต
อย่างไรก็ดี ทั้งสองประเทศควรเดินหน้าความร่วมมือให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อเปิดโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ ให้ครอบคลุมและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
“หาก 170 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ในอีก 170 ปีข้างหน้าจะต้องเป็นช่วงเวลาแห่งการร่วมกันสร้างอนาคต โดยเชื่อมั่นว่าทั้งไทยและสหราชอาณาจักรจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวร่วมกันได้ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของทั้งสองประเทศที่มาร่วมงานในวันนี้” นายกรัฐมนตรีกล่าว
>> กองทัพเรือ เร่งสืบสวนปมคนกัมพูชาลงคลิป ลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงไปขายนอกประเทศไทย
18.51 น. ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน ระบุว่า
กองทัพเรือได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกองทัพเรืออยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน หากพบว่ามีการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงออกนอกราชอาณาจักรจริง จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยไม่ละเว้น
กองทัพเรือ ขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ควบคุมดูแลการใช้ทรัพยากรและการปฏิบัติกิจกรรมในพื้นที่ทางทะเลให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งไม่สนับสนุนการกระทำใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ กองทัพเรือขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ได้ร่วมเป็นหูเป็นตา แจ้งข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการอย่างทันท่วงที ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ และขอความร่วมมือในการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารก่อนการเผยแพร่ เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนหรือความเข้าใจผิดในสังคมกองทัพเรือจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะต่อไป
>> คนร้ายใช้อาวุธปืน ยิงเจ้าหน้ากู้ภัยเทศบาล เสียชีวิตคารถจักรยานยนต์ จ.ปัตตานี
20.20 น. รับแจ้งเหตุ คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายบูรานูดิง พนักงานขับรถกู้ภัยเทศบาลตำบลเตราะบอน เสียชีวิต
เหตุเกิด บนถนนใต้สะพานลอย ใกล้เคียงโรงเรียนบ้านกะลาพอ หมู่ที่ 11 ตำบลเตราะบอน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สายบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ และเร่งสอบสวนเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป
>> รถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟข้างทาง หนุ่มน้อยวัย 16 ปีเสียชีวิต
20.50 น. อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิต ภายในซอยสังฆสันติสุข 48 พื้นที่ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะเสียหลักชนเสาไฟฟ้า และใกล้กันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุประมาณ 16 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หนองจอก
>> ต่างชาติข้ามถนน ปากทางลงอุโมงค์ลอดพัทยากลาง รถเก๋งเบรกไม่ทัน ชนเข้าอย่างจัง เจ็บสาหัส
01.46 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนเดินเท้า มีผู้ได้รับได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร ช่วงทางลงอุโมงค์ลอดพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า ยาริส สีขาว มี หญิงไทย อายุ 40 ปี เป็นคนขับ โดยมีแฟนหนุ่มชาวตุรกีนั่งโดยสารมาด้วย ตัวรถได้รับความเสียหายที่บริเวณด้านหน้า กระจกบานหน้าแตก บนพื้นถนน พบร่าง ผู้ชาย อายุ 46 ปี สัญชาติอเมริกัน ได้รับบาดเจ็บนอนหายใจรวยรินจมกองเลือดอยู่กลางถนน เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
สอบถาม หญิงคนขับ เล่าว่า ตนเองขับรถยนต์เก๋งมุ่งหน้าไปส่งแฟนหนุ่มที่สนามบิน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุชาวต่างชาติรายนี้วิ่งข้ามถนน ตัดหน้ารถอย่างกะทันหันตนเองเบรกไม่ทันจึงชนเข้าอย่างจัง จนร่างของชาวต่างชาติรายนี้กระเด็นตกลงไปกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บ ตนเองจึงรีบหยุดรถแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือดังกล่าว
เบื้องต้น พ.ต.ท.สุธีรพันธ์ ทาปศรี สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา บันทึกภาพที่เกิดเหตุ พร้อมตรวจสอบกล้องกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐาน ในการดำเนินคดีเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป