สดุดีวีรบุรุษดับไฟป่า! พลีชีพเพื่อลมหายใจคนเชียงใหม่ ห่างแนวกันไฟ 300 ม.
พบร่าง “อ้ายบุญมา” อาสาสมัครดับไฟป่าบ้านสะลวงใน เสียชีวิตหลังสูญหายข้ามคืนขณะปฏิบัติหน้าที่ คาดร่างกายทนความร้อนและอ่อนเพลียสะสมไม่ไหว สิ้นลมหายใจห่างแนวกันไฟเพียง 300 เมตร
เหตุการณ์ความสูญเสียครั้งสำคัญของอาสาสมัครพิทักษ์ป่ ได้รับการยืนยันเมื่อ 1 เมษายน 2569 หลังเจ้าหน้าที่และชาวบ้านกว่า 200 นาย ร่วมระดมกำลังค้นหา นายบุญมา ผ้าแดง อายุ 56 ปี อาสาสมัครเฝ้าระวังและดับไฟป่าบ้านสะลวงใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่ขาดการติดต่อสูญหายไปตั้งแตช่วงเย็นวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังเสร็จสิ้นภารกิจทำแนวกันไฟและดับไฟป่าในพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.สะลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
ไทม์ไลน์เหตุการณ์สลด จากภารกิจสุดท้ายสู่การพลีชีพ
31 มี.ค.69 (20.00 น.) – ผู้ใหญ่บ้านสะลวงแจ้งเหตุลูกทีมชุดลาดตระเวนสูญหาย 1 ราย หลังจากออกไปปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่ากับทีมหมู่บ้านแต่ไม่ได้เดินทางกลับมาพร้อมคณะ
1 เม.ย.69 – อำเภอแม่ริมเปิดศูนย์อำนวยการค้นหา ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และชาวบ้านเดินเท้าปูพรมค้นหาในจุดสุดท้ายที่พบตัว
1 เม.ย.69 (10.00 น.) – ทีมค้นหาพบร่างนายบุญมานอนเสียชีวิตอยู่ภายในป่าลึก ห่างจากจุดทำแนวกันไฟประมาณ 300 เมตร
ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรืออุบัติเหตุจากไฟคลอก เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจาก “ภาวะอ่อนเพลียสะสม” ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในพื้นที่ป่า และผู้ตายมีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง ทำให้ร่างกายรับภาระหนักเกินไปจนวูบหมดสติและเสียชีวิตในที่สุด
อ้างอิงข้อมูลจาก สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่ได้ประสานแพทย์เพื่อดำเนินการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงตามขั้นตอนต่อไป โดยจังหวัดเชียงใหม่ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกภาคส่วนที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองอย่างเต็มกำลัง
พร้อมกันนี้ ขอเน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะการทำงานในสภาพอากาศร้อนจัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
การจากไปของอาสาสมัครดับไฟป่าบ้านสะลวงในรายนี้สร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวและชาวเชียงใหม่อย่างมาก ในฐานะฟันเฟืองเล็กๆ ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเข้าหาเปลวเพลิงเพื่อปกป้องผืนป่าและลดปัญหาฝุ่นควันพิษ (PM 2.5) เพื่อให้คนเมืองได้มีลมหายใจที่สะอาดขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนราคาแพงของเหล่านักรบชุดเขียวที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา สภาพอากาศ และข้อจำกัดทางร่างกายในทุกๆ ปี.
อ่านข่าวเพิ่มเติม