พระสารสาสน์พลขันธ์ : จากนักปฏิวัติสู่รัฐมนตรีเศรษฐการ (8)
My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง
พระสารสาสน์พลขันธ์
: จากนักปฏิวัติสู่รัฐมนตรีเศรษฐการ (8)
“ลอง” กับความโดดเดี่ยวในการเสนอเค้าโครงการเศรษฐกิจทั่วไป
หลังจากการสำรวจเศรษฐกิจภาคใต้ในเดือนพฤษภาคม พระสารสาสน์พลขันธ์เสนอแนวคิดโครงการเศรษฐกิจในรูปของแผนผังภาพเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี ประมาณปลายเดือนมิถุนายน ใช้งบประมาณปีแรก 25 ล้านบาท และผูกพันงบประมาณต่อไปอีก 75 ล้านบาท (น่าจะเสนอก่อนวันที่ 24 มิถุนายน) (กรุงเทพฯ วารศัพท์ฉบับ 24 มิ.ย. 2477) แต่คณะรัฐมนตรีไม่เข้าใจ ในระหว่างนั้น เขาได้ทำบันทึกถึงนายกรัฐมนตรี เสนอให้กระทรวงต่างๆ ที่มีโครงการเกี่ยวกับเศรษฐกิจของชาติ แต่กระทรวงไม่ได้ทำนั้น ขอให้เสนอมายังกระทรวงเศรษฐการ (หจช.(2)สร. 0201.22/9 เรื่องโครงการณ์เศรษฐกิจของพระสารสาสน์พลขันธ์)
โครงการที่เขานำเสนอในครั้งนั้นเป็นเหตุเกิดมรสุมการต่อต้านจากรัฐมนตรีและที่ปรึกษาชาวตะวันตกอย่างมากเป็นเวลาต่อเนื่องถึง 3 เดือนตั้งแต่เดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2477 จนกระทั่งเขาถูกกันให้พ้นไปจากศูนย์กลางแห่งอำนาจ
สาระสำคัญใน “เค้าโครงการเศรษฐกิจทั่วไป” ของพระสารสาสน์ฯ จำนวน 12 หน้า มีวัตถุประสงค์ให้ประชาชน ต่างประเทศ และรัฐร่วมมือกันเป็น “สามเส้า” โดยมีการแบ่งบันส่วนแบ่งกันอย่างยุติธรรม โดยกำหนดให้รัฐมีหน้าที่ทำให้ทุนกับแรงเจอกัน ให้องคาพยพทำงาน ให้คนงานมีเครื่องมือ และวินิจฉัยเหตุแห่งการเพาะขุด (การผลิต) เขาเสนอให้มี “แปลนรวม” ในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ โดยใช้สหกรณ์และเทศบาล หรือกลไกรัฐเป็นหลักในการดำเนินงานร่วมกัน สหกรณ์มีหน้าที่ซื้อ ขาย และปล่อยกู้ ให้มีหอซื้อขายในการเป็นตัวกลางซึ่งรัฐเป็นผู้ดำเนินการ และในท้ายที่สุดเทศบาลจะเข้าควบคุมสหกรณ์
ความครึกโครมของโครงการเศรษฐกิจของพระสารสาสน์ฯ นั้น กรุงเทพฯ วารศัพท์ วันที่ 24 มิถุนายน 2477 ลงข่าวว่า เขาให้สัมภาษณ์หยั่งกระแสว่าจะเสนอโครงการเศรษฐกิจต่อสภาในสมัยประชุมวิสามัญเดือนสิงหาคม ไม่กี่วันหลังจากนั้น เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ ในขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลังหัวอนุรักษนิยม ทำบันทึกพระยาพหลฯ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น โดยวิจารณ์ว่า การให้ข่าวโครงการเศรษฐกิจของพระสารสาสน์ฯ เกิดขึ้นแต่รัฐบาลยังมิได้พิจารณาโครงการเลย กระทรวงการคลังได้ทำเรื่องสอบถามไปยังกระทรวงเศรษฐการก็ยังไม่ได้คำตอบ เขาเห็นว่าการกระทำของพระสารสาสน์ฯ เป็นการหาเสียงเพื่อ “ปิดปากรัฐบาล” และการที่พระสารสาสน์ฯ พิมพ์เอกสารแจกจ่ายอย่างแพร่หลายนั้นทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่ารัฐบาลได้อนุมัติแล้ว
เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ รมต.คลังหัวอนุรักษนิยม วิพากษ์วิจารณ์โครงการของพระสารสาสน์ฯ อย่างรุนแรง เขาเห็นว่าโครงการนี้ “เป็นการกระทำที่เป็นการเผยแพร่ลัทธิ ” (หจช.(2)สร. 0201.22/9 เรื่องโครงการณ์เศรษฐกิจของพระสารสาสน์พลขันธ์ ดู บันทึกลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2477 จากเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ ถึงนายกรัฐมนตรี และดู บันทึกของ เจมส์ แบกซ์เตอร์ ถึงรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2477) และเมื่อพิจารณาโครงการแล้วเป็น “โครงการณ์นี้มีหลักการที่น่าสงสัยและขัดแย้ง”
แบกซ์เตอร์เห็นว่า โครงการนี้จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศมาก เนื่องจากใช้เงินมหาศาลก่อให้เกิดปัญหาการเมือง “เกิดความหวาดเสียว” จะทำให้ชาวต่างประเทศตกใจ ทำให้ผู้มีทรัพย์ส่งเงินออกนอกประเทศ และมีผลต่อการเจรจาแปลงเงินกู้ ดังนั้น รัฐบาลควรปฏิเสธ และยังไม่มีการอนุมัติเงิน และ “โครงการณ์นี้เป็นของพระสารสาสน์ฯ คนเดียว”
ทั้งนี้ เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศแนบบันทึกที่เจมส์ แบกซ์เตอร์ ที่ปรึกษากระทรวงการคลัง ทำมาถึงเขา เพื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาประกอบด้วย แบกซ์เตอร์เห็นว่า รัฐบาลควรรีบปฏิเสธโครงการของพระสารสาสน์ฯ โดยแบกซ์เตอร์ให้เหตุผลว่า พระสารสาสน์ฯ ดำเนินการผิดธรรมเนียมก้าวก่ายหน้าที่ของกระทรวงการคลัง พิมพ์เอกสารโครงการจำนวนมากแจกจ่ายประชาชน และให้ข่าวกับสาธารณะก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติ ในบันทึกของเขาอ้างว่า รัฐมนตรีคลังและเขาได้เห็นตรงกันว่า “โปรแกรมของพระสารสาสน์พลขันธ์มิได้ก่อสร้างอยู่บนหลักฐานที่มั่นคง” (the fundamental unsoundness of proposal)
แบกซ์เตอร์ย้ำว่า หากรัฐบาลสยามดำเนินการตามโครงการนี้จะทำลายเศรษฐกิจและการเงิน และเขาเห็นว่า “หากเขาเป็นคนไทยจะต่อสู้ให้ถึงที่สุดเพื่อให้โครงการณ์ล้มไป” การเผยแพร่โครงการของพระสารสาสน์ฯ เป็นการข้ามหน้ารัฐบาล และเขาเห็นว่า “รัฐบาลต้องให้พระสารสาสน์ฯ ลาออก”
ในวันเดียวกันนั้นเอง หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้รับบันทึกจากกระทรวงการคลัง รัฐบาลได้สั่งการให้สำนักงานโฆษณาการปฏิเสธข่าวโครงการเศรษฐกิจที่พระสารสาสน์ฯ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ทันที อย่างไรก็ตาม ต่อมา พระยาสุริยานุวัตร ผู้เขียนทรัพยาศาสตร์ครั้งระบอบเก่าที่สร้างความไม่พอใจให้กับชนชั้นปกครอง ภายหลังการปฏิวัติ เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เขาเห็นว่า รัฐบาลต้องไล่แบกซ์เตอร์ออกไปเพราะเขามุ่งรักษาผลประโยชน์ให้กับอังกฤษอย่างเดียว (หจช.สร. 0201.8/20 เรื่องพระยาสุริยานุวัตร)
การเสนอโครงการเศรษฐกิจทั่วไปของพระสารสาสน์ฯ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 6 กรกฎาคม 2477 โดยกระทรวงเศรษฐการขอให้กระทรวงต่างๆ ส่งโครงการเศรษฐกิจที่มีในกระทรวงให้กับกระทรวงเศรษฐการ อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือจากรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่มีต่อคำร้องขอของรัฐมนตรีเศรษฐการนั้น จากหลักฐานพบว่า มีเพียง 3 จาก 7 กระทรวงเท่านั้นที่ตอบกลับมา ครึ่งหนึ่งของกระทรวงที่ตอบกลับไม่ให้ความร่วมมือ มีเพียงกระทรวงธรรมการ (ในขณะนั้น พระสารสาสน์ประพันธ์เป็นรัฐมนตรี) เท่านั้นที่ร่วมมือเสนอโครงการกลับมาให้กระทรวงเศรษฐการ
การเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการของพระสารสาสน์ฯ เริ่มต้นอีกเป็นระลอกที่สอง เมื่อบรรดาเหล่าที่ปรึกษาชาวยุโรป ประกอบด้วย ชาลส์ เลเว็ก เจมส์ แบกซ์เตอร์ และเรย์มอน สตีเวนส์ ทำบันทึกร้องเรียนปฏิเสธการมีส่วนในการร่างโครงการเศรษฐกิจของพระสารสาสน์ฯ ตามที่ให้สัมภาษณ์ และพวกเขาปฏิเสธว่าสิ่งที่พระสารสาสน์ฯ อ้างว่าทำไปตามข้อถกเถียงของโครงการของสภาการเศรษฐกิจนั้นไม่เป็นความจริง การร้องเรียนได้เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ประชุมขอให้รัฐมนตรีเศรษฐการชี้แจงเรื่องดังกล่าว กรมเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ทำบันทึกถึงรัฐมนตรีเศรษฐการสองครั้ง เพื่อให้ชี้แจงคำร้องของที่ปรึกษาชาวยุโรป ภายหลังพระสารสาสน์ฯ ตอบกลับว่า ยังไม่ว่างที่จะทำการชี้แจงเนื่องจากมีงานมาก
ระหว่างที่เขารอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติโครงการเศรษฐกิจในวันที่ 4 สิงหาคม 2477 พระสารสาสน์ฯ ได้เสนอโครงการจัดตั้งหอซื้อขาย โดยเขาให้เหตุผลว่านโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมาสนใจแต่การส่งเสริมการผลิต ไม่สนใจการตลาด ทำให้การตลาดตกไปอยู่ในมือของต่างชาติ (หจช.(2)สร. 0201.6/5 เรื่อง กระทรวงเศรษฐการเสนอโครงการณ์หอซื้อขายหรือหอการค้า)
นับแต่ระบอบเก่าสร้างความเป็นสมัยใหม่ให้กับสยามตามแนวการยอมรับอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจจากเจ้าจักรวรรดินิยมตะวันตก และเป็นเวลายาวนานที่รัฐบาลระบอบเก่าปล่อยให้ชาวต่างชาติเข้ามาประกอบการทางเศรษฐกิจอย่างอิสระ มีผลทำให้สยามตกเป็นเบี้ยล่างในการพึ่งพิงเจ้าจักรวรรดินิยมเป็นอันมาก ต่อมา รัฐบาลใหม่ภายหลังการปฏิวัติ 2475 ต้องการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจแบบชาตินิยม เพื่อสร้างผู้ประกอบการและพึ่งพาตนเองในทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น
แต่นโยบายใหม่ต้องเผชิญหน้ากับกระแสการต่อต้านจากที่ปรึกษาชาวตะวันตก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระสารสาสน์พลขันธ์ : จากนักปฏิวัติสู่รัฐมนตรีเศรษฐการ (8)
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly