โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกิดอะไรขึ้น? พิพัฒน์ถอย เปิดทางเอกนิติคุม ศบก.พลังงาน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เกิดอะไรขึ้นในทีมพลังงานรัฐบาล พิพัฒน์พร้อมถอยจาก ศบก. เปิดทางเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ คุมแทน ท่ามกลางแรงกดดันสังคมและวิกฤตราคาน้ำมัน

สถานการณ์บริหารพลังงานของรัฐบาลเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ พิพัฒน์ รัชกิจประการ ส่งสัญญาณชัดว่า พร้อมถอยจากบทบาทกำกับดูแลด้านพลังงาน โดยเฉพาะตำแหน่งในศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์พลังงาน หรือ ศบก. หากสังคมยังมีข้อกังวล

คำให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์ในช่วงเช้าวันที่ 1 เมษายน กลายเป็นจุดเริ่มของแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง เมื่อพิพัฒน์ยอมรับตรงไปตรงมาว่า ไม่สามารถห้ามความรู้สึกของประชาชนได้ และหากมีผู้ที่เหมาะสมกว่า ก็พร้อมเปิดทางทันที พร้อมทิ้งท้ายว่า “ปล่อยผมไปเถอะ”

ประเด็นที่เป็นแรงกดดันสำคัญ มาจากกระแสตั้งคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเกี่ยวกับธุรกิจพลังงานของครอบครัว ซึ่งพิพัฒน์ย้ำว่า ได้ลาออกจากการบริหารตั้งแต่ปี 2546 และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานมานานกว่า 20 ปี เหลือเพียงสถานะผู้ถือหุ้นเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าไม่สามารถเข้าไปกำหนดราคาน้ำมันหรือแทรกแซงบริษัทได้

อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าตัวยืนยันความบริสุทธิ์ใจ แต่แรงกดดันทางสังคมยังคงมีอยู่ ทำให้รัฐบาลต้องขยับโครงสร้าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในช่วงที่สถานการณ์พลังงานยังผันผวน

ด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล ยอมรับว่า มีแนวคิดให้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เข้ามารับหน้าที่กำกับดูแล ศบก. และภาพรวมพลังงานแทน โดยระบุว่าเป็นการ “ฟังเสียงประชาชน” เพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความสบายใจ

เอกนิติถือเป็นตัวละครสำคัญในทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยมีบทบาทหลักด้านการคลัง การบริหารงบประมาณ และมาตรการเยียวยาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน การเข้ามารับหน้าที่ด้านพลังงานโดยตรง จะทำให้การตัดสินใจเชื่อมโยงทั้ง “ต้นทุนพลังงาน” และ “ภาระงบประมาณรัฐ” เข้าด้วยกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

ในทางนโยบาย การให้เอกนิติคุม ศบก. ยังหมายถึงการรวมศูนย์การตัดสินใจ ทั้งเรื่องการอุดหนุนราคาน้ำมัน การบริหารกองทุนน้ำมัน และมาตรการภาษี เข้าไว้ภายใต้ทีมเศรษฐกิจเดียว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการรับมือกับราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนรายวัน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเดินหน้ามาตรการควบคุมสถานการณ์น้ำมัน ทั้งการสกัดการลักลอบส่งออก การดูแลปริมาณสำรอง และการจัดหาน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มเติม โดยย้ำชัดว่า น้ำมันที่กลั่นในประเทศต้องเพียงพอสำหรับประชาชนไทย

แม้ในทางปฏิบัติจะยังไม่มีคำสั่งทางการที่ระบุการเปลี่ยนตัวอย่างชัดเจน แต่ทิศทางการเมืองขณะนี้สะท้อนภาพ “การปรับบทบาท” มากกว่าการเปลี่ยนตัวฉับพลัน โดยพิพัฒน์ลดบทบาทเพื่อลดแรงเสียดทาน ขณะที่เอกนิติเข้ามาเสริมในจุดยุทธศาสตร์

อีกด้านหนึ่ง พิพัฒน์ยังคงเดินหน้าภารกิจหลักในกระทรวงคมนาคม โดยเน้นการพัฒนาระบบขนส่ง ลดต้นทุนพลังงาน และผลักดันการใช้พลังงานสะอาด เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ไฟฟ้า และระบบราง ซึ่งเป็นอีกกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาพลังงานในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...