โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทุกยุคทุกสมัย!...ต้องบริหารด้วย “ข้อมูล”

สยามรัฐ

อัพเดต 33 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รศ. ดร.สุขุม แลยทรัพย์

ที่ปรึกษาสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ทุกยุคสมัยการบริหารมหาวิทยาลัยตั้งอยู่บน "ข้อมูล" แม้บริบทจะเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีและสังคม แต่หลักการพื้นฐานยังคงเหมือนเดิม การตัดสินใจที่มีคุณภาพเริ่มต้นจากข้อมูลที่ดี ผู้บริหารในอดีตอาศัยรายงานตัวเลข การสังเกตภาคสนาม และประสบการณ์ ขณะที่ผู้บริหารยุคปัจจุบันมีเครื่องมือที่เหนือกว่าทั้งระบบวิเคราะห์ข้อมูล ซอฟต์แวร์สถิติ และ Dashboard เรียลไทม์ แต่ความแตกต่างที่สำคัญมากกลับอยู่ที่ความซับซ้อนและความเร็วของการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ข้อมูลกลายเป็นปัจจัยสำคัญกว่าที่เคยเป็นมา

ปัจจุบันสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยแรงกระแทกจากเทคโนโลยีดิจิทัล การแข่งขันเชิงนวัตกรรม พฤติกรรมผู้เรียนที่เปลี่ยนไป และความคาดหวังของสังคมที่สูงขึ้น ความรู้หรือประสบการณ์ที่เคยใช้ได้ผลในอดีตไม่ได้เป็นหลักประกันความสำเร็จ เมื่อบริบทใหม่เกิดขึ้น การตัดสินใจต้องอาศัยข้อมูลใหม่ที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันสมัย เพื่อให้ผู้บริหารมองเห็นภาพความจริงขององค์กร

ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับ "ช่องว่างของความรู้" ที่ไม่ได้เกิดจากความสามารถ แต่เกิดจากช่วงห่างระหว่างองค์ความรู้ที่เรียนจบมานานกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทการศึกษาสมัยใหม่ ผู้บริหารบางท่านมาจากสาขาวิชาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารทำให้ยึดติดกับรูปแบบเดิมที่คุ้นเคย เมื่อข้อมูลมีความซับซ้อนมากขึ้น ความรู้เก่าไม่เพียงพอสำหรับการขับเคลื่อนองค์กร

แม้เครื่องมือของยุคปัจจุบันจะทำให้ข้อมูลมีศักยภาพมากกว่าที่เคย เช่น Dashboard ที่แสดงแนวโน้มผู้เรียนแบบเรียลไทม์ ระบบ Analytics ที่ติดตามผลลัพธ์การเรียนรู้ หรือซอฟต์แวร์สถิติที่วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยต่าง ๆ หากผู้บริหารไม่คุ้นชินกับเครื่องมือ ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่มหาวิทยาลัยมีอยู่ก็เป็นแค่ทรัพยากรที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ไม่สามารถแปลงเป็นข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์

อย่างไรก็ดี งานวิจัยสมัยใหม่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างข้อมูลที่กระจัดกระจายกับการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ของผู้บริหาร เพราะข้อมูลที่ผ่านกระบวนการวิจัยอย่างเป็นระบบจะถูกกลั่นกรอง จัดระเบียบ และตีความอย่างมีหลักฐานรองรับ ทำให้ผู้บริหารมีความเชื่อมั่นมากขึ้นและสามารถพัฒนานโยบายที่มีน้ำหนักมากกว่าการคาดเดาหรือประสบการณ์ส่วนตัวอย่างเดียว

นอกจากนี้ งานศึกษาทางพฤติกรรมองค์การชี้ว่าการตัดสินใจที่อาศัยประสบการณ์เดิมเพียงอย่างเดียวมักมีความเสี่ยงของ "อคติ" เช่น Confirmation bias ที่เลือกเฉพาะข้อมูลที่สนับสนุนความเชื่อของตน หรือ Overconfidence bias ที่เชื่อมั่นในประสบการณ์ของตนมากเกินไป อคติเหล่านี้ทำให้ผู้บริหารมองปัญหาคับแคบ ตีความสถานการณ์จากความเคยชินมากกว่าข้อเท็จจริง และอาจพลาดโอกาสในการมองมุมใหม่ การอาศัยข้อมูลวิจัยและหลักฐานที่เป็นกลางเข้ามาช่วยจึงเป็นวิธีสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ความคิดหลากหลาย ลดอคติ และขยายกรอบการมองปัญหา

การบริหารด้วยข้อมูลเปลี่ยนบทบาทของผู้บริหารจาก "ผู้สั่งการ" ไปเป็น "ผู้นำทางปัญญา" ผู้ตั้งคำถามที่ถูกต้อง ผู้มองเห็นความเชื่อมโยงเชิงระบบ และผู้วิเคราะห์ข้อมูลอย่างลึกซึ้ง ผู้บริหารลักษณะนี้สามารถตั้งคำถามเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ เช่น องค์กรกำลังมุ่งหวังผลลัพธ์ใด ตัวเลขใดสะท้อนสภาพความจริง ปัญหาเชิงระบบอยู่ตรงไหน นโยบายแบบใดตอบโจทย์ความยั่งยืนที่สุด คำถามที่ดีคือจุดเริ่มต้นของนโยบายที่ดี และข้อมูลที่ถูกต้องคือรากฐานของคำถามที่ทรงพลัง

การใช้ข้อมูลวิจัยไม่ได้หมายถึงการอ่านรายงานหรือเช็กตัวเลขเท่านั้น แต่คือการนำข้อมูลมาช่วยตัดสินใจในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การวางนโยบายกำลังคน การบริหารงบประมาณ การพัฒนาหลักสูตร การประเมินคุณภาพการเรียนการสอน ไปจนถึงการกำหนดทิศทางมหาวิทยาลัยระยะยาว ผู้บริหารที่เข้าใจข้อมูลจะมองเห็นแนวโน้มล่วงหน้า ประเมินผลกระทบของนโยบาย และปรับเปลี่ยน กลยุทธ์อย่างสอดคล้องกับความจริงที่เกิดขึ้น

การบริหารที่ตั้งอยู่บนข้อมูลสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีเหตุผล เมื่อผู้บริหารสื่อสารนโยบายที่มี หลักฐานรองรับ บุคลากรจะเข้าใจง่าย เห็นความจำเป็นของแต่ละมาตรการ เกิดความยอมรับ และเปิดใจต่อการเปลี่ยนแปลง องค์กรจึงขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่นและร่วมมือกันมากขึ้น มหาวิทยาลัยจะกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเห็นคุณค่าของข้อมูล ตั้งคำถามอย่างมีเหตุผล และกล้าวิเคราะห์มากกว่าเดิม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสถาบันการศึกษาที่มีหน้าที่สร้างความรู้ให้สังคม

การบริหารด้วยข้อมูลคือแก่นกลางของการบริหารในทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากประสบการณ์ในอดีตหรือข้อมูล เชิงลึกจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบัน ข้อมูลคือทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ที่บอกสถานะ จุดเสี่ยง และโอกาสขององค์กร ผู้บริหารที่พึ่งพาความรู้เดิมเพียงอย่างเดียวกำลังนำองค์กรเดินทางด้วยเครื่องมือที่ไม่รองรับความเปลี่ยนแปลง แต่ผู้บริหารที่เปิดรับข้อมูลใหม่อย่างเป็นระบบกำลังลงทุนในความอยู่รอดและศักยภาพการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว

บทบาทสำคัญที่สุดของผู้บริหารคือ การเปิดใจกับความเปลี่ยนแปลงและยอมรับว่าความรู้ในอดีตอาจไม่ใช่คำตอบของปัญหาทุกอย่าง การบริหารด้วยข้อมูลไม่ใช่การลดทอนคุณค่าของประสบการณ์ แต่เป็นการผสานประสบการณ์เข้ากับหลักฐานและความรู้ใหม่ เพื่อให้การตัดสินใจมีคุณภาพสูงที่สุด มหาวิทยาลัยที่มีผู้นำซึ่งบริหารด้วยข้อมูลย่อมเป็นองค์กรที่ยืดหยุ่น ทันโลก และพร้อมพัฒนาเสมอ ไม่ว่าจะเผชิญคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงใดในวันข้างหน้า

#บริหารองค์กร #DataDriven #ผู้นำยุคใหม่ #มหาวิทยาลัย #การศึกษาไทย #วิเคราะห์องค์กร #BigData #DecisionMaking #Leadership #AI #siamrathonline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...