ขุมทรัพย์หุ้น PTG เจ้าของปั้มPT-กาแฟพันธุ์ไทย ตระกูล ‘รัชกิจประการ’
ขุมทรัพย์หุ้น PTG เจ้าของปั้มน้ำมันPT และกาแฟพันธุ์ไทย ของตระกูล "รัชกิจประการ"
ถ้าพูดถึงตัวเลขหลักในธุรกิจปั๊มน้ำมันเมืองไทย หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ ปั๊มพีที (PT) ด้วยจำนวนสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ 2,245 แห่งทั่วประเทศ มีเจ้าของ คือ หุ้น PTG หรือ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ผ่านการปลุกปั้นและถือหุ้นใหญ่โดยกลุ่มครอบครัว"รัชกิจประการ"
หุ้น PTG จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 2556 หรือยาวนานกว่า 13 ปีแล้ว ด้วยราคา IPO ที่ระดับ 3.90 บาทต่อหุ้น (พาร์ 1.00 บาท) ปัจจุบันหุ้นก็เติบโตต่อเนื่องจนราคาอยู่ที่ประมาณ 8.25 บาทต่อหุ้น (ณ วันที่ 3 เม.ย.69) ปัจจุบันมีขนาด Market Cap. กว่า 13,000 ล้านบาท
ปั๊มน้ำมัน PT แกนหลักของหุ้น PTG
ธุรกิจหลักของ PTG คือการค้าปลีกน้ำมัน ผ่านสถานีบริการ PT ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยมีจุดแข็งสำคัญ คือ
1. การตั้งราคาที่แข่งขันได้
2. การขยายสาขาเชิงรุก โดยเฉพาะในต่างจังหวัด
3. การสร้างฐานลูกค้าประจำผ่านระบบสมาชิก PT Max Card
ทำให้ PTG กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีปริมาณการขายน้ำมันสูงติดอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยเน้นการขายกลุ่มน้ำมันดีเซลเป็นหลักถึง 70% ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทมีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวม 6,685 ล้านลิตร แบ่งเป็น ค้าปลีกผ่านสถานีบริการ PT จำนวน 6,569 ล้านลิตร และค้าส่งผ่านอุตสาหกรรม 116 ล้านลิตร
สำหรับจำนวนสถานีบริการ PT ล่าสุดอยู่ที่ 2,269 แห่ง แบ่งเป็น สถานีบริการน้ำมันประเภท COCO ที่ 1,892 แห่ง และสถานีบริการน้ำมันประเภท DODO อยู่ที่ 377 แห่ง
ทั้งนี้ ส่วนแบ่งการตลาดน้ำมัน ผ่านช่องทางค้าปลีกของ PTH ในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 22.3% แต่อย่างไรก็ดี โจทย์สำคัญของบริษัทคือ ธุรกิจน้ำมันมี Margin ต่ำ และผันผวนตามราคาพลังงานโลก ดังนั้น จึงต้องมุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพมากยิ่งขึ้น
กาแฟพันธุ์ไทย การเติบโตด้าน Non-Oil ของ PTG
สิ่งที่น่าสนใจคือ PTG เริ่มเปลี่ยนตัวเองจาก Oil Company ไปสู่ Consumer Company มากขึ้น ผ่านการลงทุนในธุรกิจ Non-Oil เช่น ร้านสะดวกซื้อ Max Mart, การทำร้านอาหาร Sybway, ศูนย์บริกำรซ่อมแซมและบำรุงรักษำรถยนต์ Autobacs และที่สำคัญที่สุดอย่างธุรกิจ “ร้านกาแฟพันธุ์ไทย”
เพราะรายได้จาก Non-Oil มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และให้ Margin สูงกว่าธุรกิจน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ปัจจุบันร้านกาแฟพันธุ์ไทย มีจำนวนสาขาถึง 2,151 แห่ง เติบโต 59.7% จากปีก่อน และธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยมีรายได้จากการขายและการบริการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญที่ 3,043 ล้านนบาท หรือ 134.3% YoY เป็นจำนวน 5,309 ล้านบาท เป็นผลจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเติบโตของ SSSG จากการกลับมาใช้บริการของกลุ่มลูกค้าสมาชิก
PTG แสดงจุดยืนเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจนว่าต้องการให้ธุรกิจ Non-Oil กลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนหลักแห่งอนาคต โดยมีหัวหอกหลักคือแบรนด์ “กาแฟพันธุ์ไทย” ซึ่งถูกวางตำแหน่งให้เป็นมากกว่าแค่ธุรกิจเสริม แต่เป็นแกนกลางของการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจใหม่ในสถานีบริการ PT
มุมมองนักวิเคราะห์ต่ออนาคต PTG
บทวิเคราะห์ บล. กรุงศรี ระบุว่า การฟื้นตัวของค่าการตลาดน้ำมันเลื่อนออกไป แต่คาดจะกลับมาฟื้นตัวในระยะยาว หลังผ่านช่วงความผันผวนของสงคราม โดยที่ PTH คงเป้าหมายปริมาณขายน้ำมันเติบโต 3-5% ในปีนี้ และจากสถานการณ์ตะวันออกกลางบริษัทได้มีการปรับรอบการขนส่งเพื่อให้พอรองรับ และเอาน้ำมันสำรองราว 0.5% มาใช้ ซึ่งเชื่อว่ามีน้ำมันเพียงพอรองรับการใช้ถึงเดือน 6
นอกจากนี้ คงแผนขยายสาขาพันธุ์ไทย 800 สาขาในปี 2569 มองต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสามารถบริหารจัดการได้ โดยปัจจุบันสามารถตรึงราคาวัตถุดิบได้ถึงเดือนมิถุนายน ส่วนค่าขนส่งมีแนวทางในการบริหารจัดการโดยลดความถี่ของการจัดส่ง (ส่งรอบใหญ่ขึ้น)
ทั้งนี้ ผู้บริหารมองมีโอกาสบรรลุเป้าขยายสาขาจากแนวโน้มความต้องการบริโภคกาแฟที่เติบโต 9-10% ต่อปี และอัตราการบริโภคกาแฟของไทย 340 แก้วต่อคนต่อปี ยังมีโอกาสเติบโตได้อีก
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'พิพัฒน์' ลั่น! ปล่อยผมไปเถอะ
- หวานฉ่ำ! พิพัฒน์ ขอบคุณ นายกฯ อนุทิน ที่ไว้วางใจ พร้อมทำหน้าที่ต่อเต็มกำลัง
- อนุทิน ลั่นไม่ให้ พิพัฒน์ ลาออกจาก ศบก. หลังทัวร์ลงยับ มั่นใจไม่เอื้อครอบครัว
ติดตามเราได้ที่