สันติภาพในมือปากีสถาน เจ้าภาพเจรจาหยุดโลก “สหรัฐ-อิหร่าน”
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ว่านายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ ผู้นำปากีสถาน ประกาศความสำเร็จ ในการเป็นตัวกลางประสานให้สหรัฐ และอิหร่าน ตกลงหยุดยิง "ในทุกพื้นที่" เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่า เป็นชัยชนะทางการทูตครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีของปากีสถาน ในการสามารถจัดการกับโจทย์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงเช่นนี้ได้สำเร็จ
ทั้งนี้ หนึ่งในจุดแข็ง "ที่มีความเฉพาะตัว" ของปากีสถาน คือ เป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่มีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งสหรัฐและอิหร่าน
ปากีสถานและอิหร่านมีพรมแดนติดกันเป็นระยะทาง 900 กิโลเมตร มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยปากีสถานมีประชากรชาวมุสลิมชีอะห์มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอิหร่านเท่านั้น นอกจากนี้ ปากีสถานยังดูแลผลประโยชน์ทางการทูตในสหรัฐให้กับอิหร่านด้วย
ขณะที่ พล.อ.อาซิม มูเนียร์ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมปากีสถาน มีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และทรัมป์ถึงกับเคยกล่าวว่า ปากีสถาน "รู้จักอิหร่านดีกว่าใครส่วนใหญ่"
อย่างไรก็ตาม มีรายงาน ความสำเร็จทางการทูตของปากีสถานในครั้งนี้ไม่ได้มาโดยลำพัง แต่มีการประสานงานกับมหาอำนาจอื่นอีกหลายประเทศ อาทิ จีน ซึ่งกล่าวว่า สนับสนุนบทบาท "อันเป็นเอกลักษณ์และสำคัญ" ของปากีสถานในการคลี่คลายสถานการณ์นี้ และผู้นำปากีสถานเพิ่งหารือกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีแห่งซาอุดีอาระเบีย ที่ถือเป็น "มหาอำนาจ" ในตะวันออกกลาง
หากถามว่า แล้วปากีสถานจะได้อะไรจากเรื่องนี้ แน่นอนว่า หนึ่งในนั้นคือ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากปากีสถานนำเข้าน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากสงครามยิ่งยืดเยื้อจะทำให้ราคาเชื้อเพลิงพุ่งและรัฐบาลต้องเผชิญกับมาตรการรัดเข็มขัดที่หนักขึ้น
นอกจากนี้ การทำหน้าที่คนกลางให้กับการเจรจาครั้งสำคัญนี้ จะช่วยยกระดับฐานะของปากีสถานบนเวทีโลก ในช่วงที่รัฐบาลอิสลามาบัดกำลังมีปัญหากับทั้งอัฟกานิสถานและอินเดีย
ในฐานะเจ้าภาพการเจรจา ซึ่งนัดแรกจะเกิดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด ในวันที่ 10 เม.ย. การเดินทางมายังปากีสถานน่าจะช่วยสร้าง "ความรู้สึกปลอดภัย" และความสบายใจให้กับอิหร่าน พร้อมทั้งสามารถทำหน้าที่ล่ามและเป็น "คนส่งสาร" หากทั้งสองฝ่ายยังไม่พร้อมเผชิญหน้ากันโดยตรง
ทั้งนี้ทั้งนั้น การหยุดยิงยังคงมีความย้อนแย้งในรายละเอียด เมื่อชารีฟยืนยันว่า ครอบคลุมเลบานอนด้วย แต่อิสราเอล กลับออกมาปฏิเสธและยืนยันว่าจะถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนต่อไป ซึ่งเป็นโจทย์หินที่ปากีสถานต้องเร่งแก้ไข.
เครดิตภาพ : AFP