โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘No Worry Time’ กำหนดช่วงเวลาห้ามวิตกกังวล ช่วยให้ผู้หญิงคนหนึ่งกลับมามีความสุข

the Opener

เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 06.49 น. • The Opener

‘No Worry Time’ คำแนะนำจากนักจิตบำบัด ช่วยให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่ดำดิ่งและทุกข์ทรมานกับโรควิตกกังวลมานานหลายปี ค่อยๆ ปล่อยวาง เริ่มมองโลกแง่ดี และกลับมามีชีวิตที่มีความสุขได้อีกครั้ง

เมล แบรดแมน ถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์เกี่ยวกับการตกอยู่ในภาวะวิตกกังวลอย่างรุนแรงของเธอในเดอะการ์เดี้ยน เธอบอกว่า โดยปรกติเวลาที่เผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิต เธอจะสามารถดึงตัวเองกลับขึ้นมาจากภาวะจมดิ่งกับความทุกข์ได้ค่อนข้างเร็ว

แต่นับจากช่วงครึ่งหลังของปี 2011 เธอเผชิญกับงานที่เต็มไปด้วยความเครียด และรู้สึกเจ็บปวดจากการที่แม่ของเธอเริ่มมีอาการป่วย และคิดถึงพ่อที่จากไปหลายปีก่อนอย่างมาก เธอบอกว่า ช่วงเวลานั้นเหมือนถูก“พายุที่สมบูรณ์แบบ” พัดถล่มเข้าใส่ชีวิตของเธอ

“จู่ๆ ฉันก็ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ภาวะวิตกกังวลสูง แม้ว่าจะยังคงดำเนินชีวิตไปตามปกติ ไปทำงาน ไปนอกบ้าน แต่ความวิตกกังวลกลับควบคุมทุกอย่าง แม้แต่การต้องตัดสินใจกับเรื่องเล็กน้อยที่สุด ก็ยังทำให้ฉันตื่นตระหนกได้” เมลเล่า

เธอบอกว่า เครื่องมือที่เคยใช้รับมือกับความวิตกกังวล เช่น การทำตัวให้ยุ่ง การจองทริปไปเที่ยว หรือการเดินเล่นไกลๆ กลับไม่ช่วยอะไรเลย เธอคิดว่า จำเป็นที่ต้องหานักจิตบำบัดเพื่อช่วยทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

เมลลองไปพบกับนักจิตบำบัดหลายคน แต่ก็รู้สึกว่า ไม่เจอนักบำบัดที่เหมาะกับเธอ จนเพื่อนคนหนึ่งแนะนำนักจิตบำบัดที่คิดว่าน่าจะเข้ากับเมลได้ดี

เมลเล่าว่า นักจิตบำบัดคนนั้นเป็นชาวนอร์เวย์ เธอรู้สึกสงบและโล่งใจอย่างประหลาดตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินเข้าไปในห้องให้คำปรึกษาที่ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงิน สีครีม และสีเอิร์ธโทน

เมลเล่าปัญหาของเธอให้นักจิตบำบัดฟัง นักจิตบำบัดรายนั้นบอกว่า เธอสามารถหาทางออกได้ให้กับเมลได้ ทีแรกเมลไม่เชื่อแต่หลายสัปดาห์ต่อมา วิธีการของนักจิตบำบัดทำให้เมลรู้สึกอุ่นใจ และรู้สึกว่ามีคนคอยพยุง แม้ความวิตกกังวลของเธอจะยังพุ่งสูงแบบไม่หยุดหย่อนเลยก็ตาม

จนกระทั่งในระหว่างการบำบัดครั้งหนึ่ง เมลซึ่งยังติดอยู่ในวงจรของการวิตกกังวล ก็ได้ยินนักจิตบำบัดพูดขึ้นว่า

“เย็นนี้หลังหกโมงครึ่งเป็นต้นไป คือ No Worry Time” นักจิตบำบัดกล่าว

“หมายความว่ายังไง?” เมลถาม

“ความหมายก็ตรงตัวเลย ตั้งแต่หกโมงครึ่งไปจนถึงเวลาที่คุณตื่นในเช้าวันถัดไป คุณไม่ได้รับอนุญาตให้กังวล” นักจิตบำบัดตอบ

“แล้วมันจะช่วยฉันได้ยังไง?” เมลซัก

“มันจะช่วยให้สมองของคุณได้พัก และเปิดโอกาสให้ส่วนอื่นของตัวคุณที่ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยความกังวลกลับเข้ามา” นักจิตบำบัดตอบ

เมลเล่าว่า นักจิตบำบัดบอกว่า ความวิตกกังวลก็คือ พวกที่ชอบมาข่มขู่กลั่นแกล้งเราเป็นประจำตลอดเวลา เหมือนกับพวกอันธพาล และพวกอันธพาลจำเป็นต้องถูกจัดให้อยู่ในที่ในทางของตัวเอง

ทีแรก เมลฉันไม่เชื่อว่าวิธีนี้จะได้ผล เธอบอกว่า หนทางเดียวที่จะหลุดพ้นจากภาวะนี้ จะต้องขบคิดเกี่ยวกับสิ่งที่วิตกกังวลอย่างไม่หยุดหย่อน คิดถึงมันทุกนาทีที่ตื่นอยู่ จนกว่าจะ “แก้ไข” มันได้

“การปิดกั้นความกังวลเหล่านั้นไว้ แม้จะแค่เพียงไม่กี่ชั่วโมง น่าจะยิ่งทำให้มันแย่ลงไม่ใช่หรือ?” เมลถามนักจิตบำบัด

“ความกังวลของคุณจะยังอยู่ที่เดิมในตอนเช้าเมื่อคุณตื่น และถ้าคุณอยากกลับไปหามัน มันก็อยู่ที่นั่นแหละ” นักจิตบำบัดตอบ คำตอบของเธอทำให้เมลรู้สึกดีขึ้น

เมลพยายามทำตามกฎ No Worry Time อย่างค่อนข้างฝืนใจ ในคืนแรกเธอสามารถกันความคิดที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลไว้ได้จนถึงสองทุ่ม ก่อนจะมันไหลกลับเข้ามาในสมองอีก แต่นั่นถือเป็นชัยชนะเล็กๆ สำหรับเธอ

เมลไปพบกับนักจิตบำบัดในอีกสองถึงสามสัปดาห์ต่อมา เมลบอกว่า เธอยืดช่วงเวลาห้ามวิตกกังวลออกไปได้จนถึงสี่ทุ่มครึ่ง และคิดว่าวิธีนี้อาจช่วยอะไรไม่ได้มากนัก ขณะที่นักจิตบำบัดบอกให้เมลทำต่อไป

ในที่สุดเมลก็ขยายเวลา “ห้ามวิตกกังวล” ไปได้จนถึงเช้าวันถัดไป ไม่นานหลังจากนั้น เมลบอกว่า เหมือนมีบางอย่างคลิกเข้าที่เข้าทาง

“ฉันรู้สึกเบาขึ้น ไม่ได้ลอยขึ้นลงอยู่ในทะเลแห่งความวิตกกังวลอีกต่อไป และเริ่มกลับมารู้สึกมีความสุขและมองโลกในแง่ดี ฉันบอกนักบำบัดว่ามันได้ผล” เมลกล่าว

หลังจากผ่านไป 18 เดือน เมลบอกว่า เธอรู้สึกว่าพร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปด้วยตัวเอง และแน่นอนว่า สิ่งที่ช่วยดึงเธอขึ้นมาจากภาวะวิตกกังวล คือ กฎ “ห้ามวิตกกังวล” ผสมผสานกับการบำบัดด้วยการพูดคุยและคำแนะนำเชิงปฏิบัติ เช่น การกินให้ดี นอนให้ดี ออกกำลังกาย และไม่ใช้ชีวิตแบบเร่งรีบจนเกินไป ซึ่งช่วยทำให้เธอดีขึ้น

“ปีที่แล้ว ตอนที่ฉันเดินทางอยู่ในกรุงเทพฯ ฉันเห็นป้ายที่บาร์แห่งหนึ่งเขียนว่า 'No worry zone' ฉันชอบมาก มันเป็นเครื่องเตือนใจว่า ฉันสามารถทำให้ชีวิตตัวเองปลอดจากความกังวลได้” เมลกล่าว

ที่มา
I couldn’t stop worrying – until I learned about the 6.30pm rule

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...