โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

5 บิ๊กสินค้าอุปโภคบริโภคส่งสัญญาณปรับขึ้นราคายกแผงเมษายนนี้หลังต้นทุนการผลิตพุ่งทลายเพดาน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 02.40 น.

วิกฤตความไม่สงบในตะวันออกกลางพ่นพิษฉุดราคาน้ำมัน-วัตถุดิบ-บรรจุภัณฑ์พลาสติกและค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทุบสถิติใหม่ กลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลกและระดับประเทศ 5 บริษัทประสานเสียงแจ้งคู่ค้าสต็อกสินค้าเดิมหมดเกลี้ยงภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2569 ผู้ประกอบการเร่งปรับแผนซัพพลายเชนรับมือภาวะสินค้าขาดแคลนและต้นทุนผันผวนที่ยังไร้กำหนดสิ้นสุดท่ามกลางข้อจำกัดในการตรึงราคาของภาครัฐ

20 มีนาคม 2569 - แหล่งข่าวจากวงการค้าปลีกและค้าส่ง เปิดเผยว่า ในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ระดับแถวหน้าของประเทศอย่างน้อย 5 ราย ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการไปยังเครือข่ายร้านค้าและคู่ค้าทั่วประเทศ เพื่อรายงานถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ปัจจัยดังกล่าวได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุนการผลิต ทั้งในส่วนของราคาน้ำมันดิบ วัตถุดิบต้นน้ำ บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้นจนเกินขีดความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนเดิม

สาระสำคัญที่ปรากฏในหนังสือแจ้งเตือนของทุกบริษัทมีความสอดคล้องกัน คือ การระบุว่าปริมาณสินค้าในสต็อกต้นทุนเดิมจะสามารถรองรับความต้องการได้เพียงถึงสิ้นเดือนเมษายน 2569 เท่านั้น และมีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องมีการปรับราคาจำหน่ายหน้าชั้นวางสินค้าขึ้นหลังจากช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมกับแนะนำให้ผู้ประกอบการร้านค้าพิจารณาเร่งสำรองสินค้าล่วงหน้าเพื่อป้องกันผลกระทบจากสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อและยังไม่สามารถประเมินจุดสิ้นสุดได้

ความเคลื่อนไหว 5 บิ๊กคอร์ปอเรชัน

บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ได้ทำหนังสือแจ้งเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ระบุถึงปัญหาความขาดแคลนของวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมันดิบ ซึ่งส่งผลให้การจัดหาบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดพลาสติกและฟิล์มพลาสติกไม่เป็นไปตามแผนการผลิตเดิม โดยบริษัทคาดการณ์ว่านับตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป อาจเกิดภาวะการส่งมอบสินค้าไม่ครบถ้วนตามคำสั่งซื้อ (Shortage) และเตรียมส่งทีมซัพพลายเชนเข้าหารือกับคู่ค้าเพื่อวางมาตรการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

ในวันเดียวกัน บริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้แจ้งผลการประเมินห่วงโซ่อุปทานว่า แม้บริษัทจะพยายามล็อกสัญญาจะซื้อจะขายวัตถุดิบล่วงหน้าและเพิ่มระดับสต็อกสำรองไว้แล้ว แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ การปรับขึ้นราคาสินค้าในอนาคตจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยขอให้ร้านค้าประเมินความต้องการและสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าให้เพียงพอต่อการจัดจำหน่ายในระยะยาว

ขณะที่บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ออกหนังสือเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ยอมรับถึงภาวะความเสี่ยงด้านต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยบริษัทได้ตัดสินใจเร่งกระบวนการผลิตและเพิ่มระดับสต็อกเพื่อความปลอดภัย (Safety Stock) ในช่วงเดือนมีนาคมนี้ เพื่อเป็นโอกาสสุดท้ายให้ร้านค้าสามารถสำรองสินค้าในต้นทุนเดิมก่อนที่ผลกระทบด้านราคาจะเริ่มปรากฏชัดเจนในเดือนเมษายน

ด้านบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ผู้จัดจำหน่ายสินค้าเครือสหพัฒน์และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป "มาม่า" ได้แจ้งเตือนเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ถึงข้อจำกัดในการผลิตและจัดส่ง โดยระบุว่าภาวะสงครามกระทบต้นทุนในทุกมิติ ทั้งวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่ง ส่งผลให้ปริมาณสินค้าพร้อมจำหน่ายอาจลดลงจากระดับปกติและเกิดความล่าช้าในการกระจายสินค้า ซึ่งบริษัทยังไม่สามารถประเมินระยะเวลาที่สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้

ส่วน บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานว่ากลุ่มสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือน ของใช้ส่วนบุคคล และอาหารเครื่องดื่ม กำลังเผชิญความเสี่ยงทั้งจากปริมาณวัตถุดิบที่มีจำกัดและราคาที่ปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดการณ์ว่าผลกระทบเชิงลบจะเริ่มส่งผลต่อโครงสร้างราคาตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไปเช่นกัน

สัญญาณอันตรายต่อดัชนีค่าครองชีพ

ปรากฏการณ์ที่ผู้ผลิตรายใหญ่พร้อมใจกันส่งสัญญาณเตือนในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน สะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตสะสมมาถึงจุดวิกฤต ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกประเทศที่ยากจะควบคุมด้วยนโยบายภาครัฐเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะผลกระทบต่อเนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ส่งผลต่อราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของบรรจุภัณฑ์เกือบทุกชนิด

"สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลให้บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตในทุกกลุ่มธุรกิจ" - ส่วนหนึ่งจากหนังสือแจ้งเตือนของ ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง

"สต็อกสินค้าในราคาเดิมอาจมีเพียงพอถึงแค่เดือนเมษายน 2569 เท่านั้น และหลังจากนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ราคาสินค้าจะต้องปรับขึ้น" - ประเด็นสำคัญที่ปรากฏในรายงานจากแหล่งข่าววงการค้าปลีก

สถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แม้ภาครัฐจะมีความพยายามในการขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าเพื่อดูแลค่าครองชีพ แต่ปัจจัยลบจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นได้อีกต่อไป ร้านค้าและผู้บริโภคจึงจำเป็นต้องปรับตัวรับมือกับแนวโน้มราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...