โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามดัน ‘อีวีเอเชีย’ ฟื้น ค่ายจีนรับอานิสงส์ ยอดจองพุ่ง 2 เท่า

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บลูมเบิร์กรายงานว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่รุนแรงและยืดเยื้อ ปลุกความสนใจรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ทำให้โชว์รูมของค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจีนยักษ์ใหญ่อย่าง “บีวายดี” (BYD) คึกคักไปด้วยผู้คนที่สนใจ และยอดการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นทั่ว “เอเชีย

คนตัดสินใจซื้อ EV

แมทธิว โดมินิก โพห์ พนักงานขายประจำโชว์รูมแห่งหนึ่งในกรุงมะนิลาเปิดเผยว่า ยอดจองรถในช่วงเพียง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พุ่งสูงเท่ากับยอดจองตลอดทั้งเดือน

"ลูกค้าเริ่มเปลี่ยนจากรถยนต์แบบเดิมมาใช้รถ EV กันมากขึ้น เพราะทนแบกรับภาระ ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ไหว" แมทธิวกล่าว

ทางด้านกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม กระแสรถยนต์ไฟฟ้าก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยโชว์รูม “วินฟาสต์” (VinFast) ก็มียอดผู้เข้าชมพุ่งสูงขึ้นถึง 4 เท่า จนต้องเร่งจ้างพนักงานขายเพิ่มเพื่อให้ทันกับความต้องการ ซึ่งนับตั้งแต่เกิดสงครามในอิหร่านเป็นต้นมา โชว์รูมสามารถปิดการขายรถ EV ได้ถึง 250 คันภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ หรือเฉลี่ยสัปดาห์ละกว่า 80 คัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2025 ถึงสองเท่า

เหตุผลสำคัญคือ “ความคุ้มค่า” ในระยะยาว โดย ไล เดอะ แมนห์ ลินห์ พนักงานบริษัทโทรคมนาคมวัย 41 ปี ได้ตัดสินใจเปลี่ยนจากรถน้ำมันคันเดิมอย่าง Toyota Vios มาเป็นรถไฟฟ้า VinFast 5 เพื่อใช้เดินทางไปทำงานวันละ 60-70 กิโลเมตร ซึ่งเขามั่นใจว่าการเปลี่ยนมาใช้รถEV จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากกว่าเดิม

แม้ว่าบรรดาผู้ผลิตรถยนต์จะยังไม่ได้ประกาศตัวเลขยอดขายอย่างเป็นทางการของเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นเดือนแรกที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ จากความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย แต่สัญญาณเริ่มต้นต่างๆ บ่งชี้ว่า ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในเอเชียอย่าง BYD ของจีน และ VinFast ของเวียดนาม กำลังได้รับอานิสงส์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น

สงครามกระตุ้นตลาด EV เอเชียฟื้น

อัลเบิร์ต ปาร์ค หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ให้ความเห็นว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้น มักจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเสมอ เพราะมันสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจที่ช่วยให้ผู้คนหันมาใช้พลังงานสะอาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

จากการวิเคราะห์ของ BloombergNEF พบว่า การที่ผู้คนทั่วโลกหันมาใช้กันมากขึ้น ช่วยลดการใช้น้ำมันดิบลงได้เทียบเท่ากับ 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงปีที่ผ่านมา

สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า "ก่อนหน้านี้เรามองภาพรวมความต้องการรถ EV ในปี 2026 ไม่ค่อยสดใสนัก เพราะการที่รัฐบาลลดเงินอุดหนุนทำให้ราคารถ EV ดูไม่จูงใจเมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปทั่วไป แต่ถ้าหากราคาน้ำมันยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงแบบนี้หรือพุ่งสูงขึ้นไปอีก เราคาดว่าจะเห็นความต้องการรถ EV เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ"

ส่วนที่ประเทศลาว รัฐบาลกำลังตอบโต้ภาวะราคาน้ำมันแพงด้วยมาตรการฉุกเฉิน โดยสั่งลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนและค่าบริการรถ EV ลง 30% ในขณะเดียวกันก็สั่ง ปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมในอัตราเท่ากันสำหรับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน ตามแถลงการณ์จากสำนักนายกรัฐมนตรีของลาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...