ป.ป.ส. กวาดล้าง 6 เดือน! ยึดยาบ้าเฉียด 800 ล้านเม็ด อายัดทรัพย์หมื่นล้าน
เมื่อวันที่ 23 เม.ย. สำนักงาน ป.ป.ส. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยสถิติผลงานปราบปรามยาเสพติดในรอบ 6 เดือนแรก (1 ต.ค. 68 – 31 มี.ค. 69) โดยระบุว่า ในส่วนของมาตรการปราบปรามยาเสพติด ได้เน้นการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติดจากแหล่งผลิต รวมถึงการลำเลียงไปยังประเทศที่สาม ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสืบสวนสอบสวน
ผลการจับกุมคดียาเสพติดภาพรวม มีจำนวนทั้งสิ้น 151,973 คดี สามารถยึดยาบ้าได้ 796 ล้านเม็ด ไอซ์ 25,226.77 กิโลกรัม เฮโรอีน 623.10 กิโลกรัม คีตามีน 3,918.02 กิโลกรัม และปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ารายสำคัญได้ 139 เครือข่าย จับกุมผู้ต้องหาได้ 63 ราย พร้อมขยายผลไปยังบุคคลต้องสงสัยและผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 125 ราย
ขณะเดียวกัน การให้ความช่วยเหลือสนับสนุนของสำนักงาน ป.ป.ส. พบว่า มีคำขออนุมัติแจ้งข้อหา 1,730 คำขอ รวมผู้ต้องหา 3,166 ราย โดยเลขาธิการ ป.ป.ส. อนุมัติแล้ว 2,790 ราย
นอกจากนี้ ในส่วนของการร้องเรียนและการรับแจ้งเบาะแสยาเสพติด พบว่า มีการรับแจ้งรวม 16,523 เรื่อง ดำเนินการแล้ว 11,611 เรื่อง (คิดเป็นร้อยละ 70.27) แบ่งเป็นการร้องเรียนกลุ่มบุคคล 10,045 ราย และพื้นที่ 1,566 แห่ง ขณะที่พบเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับยาเสพติด 159 ราย ดำเนินการแล้ว 120 เรื่อง และจับกุมได้ 12 ราย แบ่งเป็นจับกุมตามข้อร้องเรียน 8 ราย และนอกเหนือจากข้อร้องเรียน 4 ราย
ทั้งนี้ ได้มีการขยายผลยึดอายัดทรัพย์สินและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด ภายใต้ยุทธการ “ตัดเนื้อร้าย” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชน พร้อมยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสตามนโยบาย Zero Tolerance เอาจริงกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งทางวินัยและอาญา ส่งผลให้ประชาชนกล้าแจ้งเบาะแสเพิ่มขึ้น และนำไปสู่การขยายผลจับกุมเครือข่ายรายใหญ่ ตอกย้ำบทบาท “ที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง”
สำนักงาน ป.ป.ส. รายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนของมาตรการยึดอายัดทรัพย์สินคดียาเสพติด ได้ดำเนินการแล้วไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท โดยสามารถยึดอายัดได้ 9,156.30 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 91.56 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2567 (1 ต.ค. 67 – 31 มี.ค. 68) ที่ยึดอายัดได้ 4,037.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 5,118.75 ล้านบาท
ด้านมาตรการป้องกันยาเสพติด ได้ดำเนินการสร้างภูมิคุ้มกันในกลุ่มเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา จำนวน 4,513,577 ราย แบ่งเป็น เด็กปฐมวัย 421,817 ราย ระดับประถมและมัธยมศึกษา 1,718,223 ราย และระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา 2,373,537 ราย
ส่วนกลุ่มเสี่ยง ได้ให้ความรู้ 640 ราย และกลุ่มแรงงานทั้งในและนอกระบบ 192,907 ราย ขณะที่การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง พบสถานบริการเป้าหมาย 1,524 แห่ง ดำเนินการแล้ว 927 แห่ง พบการกระทำผิด 6 แห่ง และใช้มาตรการทางสังคมและกฎหมาย 5 แห่ง
สำหรับการแก้ไขปัญหาผู้เสพผู้ติดยาเสพติด มีผู้เข้ารับการบำบัดแล้ว 79,510 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 44.96 จากเป้าหมาย 176,863 ราย แบ่งเป็น สมัครใจเข้าบำบัด (Walk-in) 34,873 ราย เจ้าหน้าที่นำส่ง 21,920 ราย ผู้ถูกคุมความประพฤติ 17,985 ราย ศาลสั่งวิธีการอื่น 795 ราย ส่งบำบัดตามคำสั่งศาล 1,795 ราย ระหว่างพิจารณาคดีในศาลเยาวชน 462 ราย และสมัครใจตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต 1,680 ราย
นอกจากนี้ ยังมีการบำบัดผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด 15,731 ราย และการบำบัดฟื้นฟูผ่านกระบวนการยุติธรรม 76,996 ราย จากเป้าหมาย 125,500 ราย คิดเป็นร้อยละ 61.35 โดยแบ่งเป็น กรมราชทัณฑ์ 9,702 ราย กรมพินิจฯ 1,282 ราย และกรมคุมประพฤติ 66,012 ราย
ส่วนการฟื้นฟูสภาพทางสังคม มีผู้ขอรับการช่วยเหลือ 6,036 ราย และได้รับการฟื้นฟูแล้ว 3,427 ราย
สำนักงาน ป.ป.ส. ระบุด้วยว่า ได้ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ร่วมกับประเทศจีน เมียนมา และลาว มุ่งเน้นสกัดกั้นแหล่งผลิตยาเสพติด ควบคุมสารตั้งต้น และตัดวงจรการเงินของเครือข่ายค้ายา
พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานตามแนวชายแดน โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการสืบสวน ติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับ และขยายผลไปยังนายทุนและผู้บงการ
นอกจากนี้ ยังเน้นปราบปรามเครือข่ายทุกระดับ ตั้งแต่รายใหญ่ กลาง และรายย่อย รวมถึงดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลยให้เกิดปัญหาในพื้นที่ ต้องรับโทษทั้งทางวินัยร้ายแรงและอาญา
ทั้งนี้ ยังได้จัดระบบรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในทุกจังหวัด พร้อมจัดตั้งชุดปฏิบัติการเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว และติดตามผลเชิงคุณภาพ เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหายาเสพติดและปัญหาจิตเวชอย่างเป็นรูปธรรม