โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สภาฯ ถกญัตติปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ‘หมอวรงค์’ ฉะ ‘ศุภจี’ ไร้ประสบการณ์

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สภาฯ ถกญัตติปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปชน.ซัดรัฐบาลช่วยเกษตรกรแบบฉาบฉวย เมิน อุดหนุนราคาน้ำมัน ปุ๋ย ต่างจากต่างประเทศที่ปกป้องเกษตรกร ด้าน "หมอวรงค์" ฉะ "ศุภจี" ไม่มีความรู้แก้ปัญหาเรื่องข้าว บอกมาเรียนกับผมได้

22 เมษายน 2569 - เมื่อเวลา 15.15 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่2 เป็นประธานการประชุม หลังจากที่ประชุมพิจารณาญัตติการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเสร็จแล้ว จึงเข้าสู่ญัตติ ขอให้สภาฯตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษา การแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ของนายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และญัตติที่มีเนื้อหาคล้ายกัน อีก 3 ญัตติ จึงพิจารณาไปในคราวเดียวกัน

โดยนายเลาฟั้ง เสนอญัตติว่า ตั้งแต่ต้นปี2569 ราคาสินค้าเกษตรหลายรายการตกต่ำอย่างมาก ทั้งมะพร้าวน้ำหอม หอมหัวใหญ่ กะหล่ำปลี มันฝรั่ง กระเทียม กระทบความเป็นอยู่ของเกษตรกรจำนวนมาก สาเหตุปัญหาดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงสถานการณ์ตลาดตามปกติเท่านั้น แต่ยังมาจากการกำกับดูแลมาตรฐานของสินค้าที่ไม่ครอบคลุม ชัดเจน ปริมาณการนำเข้าที่มากเกินไป ยิ่งสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังรุนแรง ส่งผลกระทบต้นทุนการผลิตเกษตรกร ที่เพิ่มขึ้น ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ยเคมี

นายเลาฟั้ง กล่าวต่อว่า ความเดือดร้อนเหล่านี้เกษตรกรไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ สินค้าที่วิกฤติมากๆ คือ มะม่วง เหลือกิโลกรัมละ 3 บาท ตกลูกละไม่ถึงบาท ถุงห่อมะม่วงยังแพงกว่ามะม่วง รัฐบาลประโคมว่า ช่วยแล้ว แต่ความจริงไม่ได้ช่วย ขณะนี้ต้นทุนเพาะปลูกสูง แต่รัฐบาลช่วยแบบฉาบฉวย เช่น ราคามะม่วงที่จ.พิษณุโลก กรมการค้าภายในเข้าไปช่วยซื้อ เพิ่มให้อีกกิโลกรัมละ 1.50บาท แต่ซื้อแค่ 30ตัน จากทั้งจังหวัดมี 50,000ตัน คิดเป็นแค่ 0.06% ทั้งจังหวัดขาดทุน 450ล้านบาท ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรอื่นๆ อาทิ ข้าว ราคาตันละ 5,000-6,000บาท จากต้นทุน 6,000-10,000บาท มันสำปะหลัง กิโลกรัมละ 2.8-3.5บาท ส้มกิโลกรัมละ 3-8บาท กะหล่ำปลีกิโลกรัมไม่ถึงบาท รัฐบาลช่วยแบบฉาบฉวย แทบจะไม่ได้ช่วย

นายเลาฟั้ง กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันยังมีปัญหานำเข้าสินค้าการเกษตรจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน สวนทางกับการส่งออก และสิ่งที่ซ้ำเติมตามมาคือ สงครามตะวันออกลาง ทำให้ราคาน้ำมันแพง ต้นทุกเกษตรกรเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่รัฐบาลทำคือทอดทิ้งเกษตรกร ไม่อุดหนุนราคาน้ำมัน ปุ๋ย ผิดกับต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย ญี่ปุ่น ที่ปกป้องเกษตรกร ทั้งลดราคา และแจกคูปองให้เกษตรกรไปซื้อน้ำมัน ปุ๋ย ในราคาถูกกว่าคนอื่น แต่ประเทศไทยในภาวะปุ๋ยแพง ขาดแคลน กลับยังส่งออกปุ๋ยไปต่างประเทศ มีข้อเสนอ 3 ข้อคือ 1.ระยะสั้น ต้องช่วยให้เกษตรกรมีเงินเลี้ยงชีพ มีต้นทุนเพาะปลูกฤดูกาลหน้า 2.ระยะกลางหาทางออก ลดต้นทุนให้เกษตรกรสามารถแข่งกับต่างประเทศได้ และ3.ระยะยาว ต้องออกแบบโครงสร้างให้เกษตรกรได้กำไร

ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี เสนอญัตติว่า ขณะนี้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำมีหลายรายการ แม้แต่ชาวนา ชาวสวนปาล์ม ก็ขอพบ รมว.เกษตรและสหกณ์การกเษตร โดยเฉพาะข้าวที่มีราคาตกต่ำ เพราะฤดูกาลนี้เป็นฤดูข้าวนาปัง ประมาณ 70 %เก็บเกี่ยวในเดือนมี.ค.-เม.ย.ซึ่งปริมาณออกมามากจนราคาตกต่ำ ทั้งที่พี่น้องชาวนา เป็นฐานเสียงของพวกเรา ชาวนาเป็นเกษตรกรรายใหญ่ ที่เลือกสส.เข้าสภาฯ ในวงจนของข้าวโรงสี พ่อค้าข้าวถุง พ่อค้าส่งออกข้าว ร่ำรวย แต่ชาวนาผู้ปลูกข้าวจน

“ผมขอเรียนถึงนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ผมกับท่านไม่มีอะไรกัน เจอหน้าสวัสดีกัน คุยกันได้ ผมชื่นชมเพราะหลายเรื่องท่านก็ทำได้ดี แต่สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องข้าว หรือผลผลิตทางการเกษตรในระดับรากหญ้า ผมเชื่อว่าท่านไม่มีประสบการณ์จริงๆ ดังนั้นท่านมาเรียนรู้กับผมได้ และคิดว่ารัฐมนตรีทุกคน หรือสส.ที่อีกหน่อยได้เป็นรัฐมนตรีคิดไว้เลยว่าปัญหาเหล่านี้เกิดทุกยุคทุกสมัย แต่ไม่มีใครจริงใจในการแก้ไขปัญหา”นพ.วรค์ กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า แนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนคือการเสนอพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การแบ่งบันผลประโยชน์ข้าว ที่มีการกำหนดไว้ชัดเจนในการแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับเกษตรกร โรงสีข้าว ผู้จัดจำหน่วยข้าวสาร และให้ความคุ้มครองกำไรกับชาวนาไม่น้อยกว่า 50 % ที่เสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ เมื่อปี 2562 ดังนั้นถ้ารัฐบาลเอาสิ่งนี้ไปทำ ตนพร้อมสนับสนุนเต็มที่เพื่อให้ พ.ร.บ.นี้เกิดขึ้นมาให้ได้ ทำให้พี่น้องชาวนาลืมตาอ้าปากแบบยั่งยืน ไม่ต้องจำนำ ไม่ต้องประกัน ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น เพราะทุกคนจะได้รับความเป็นธรรม

หลังผู้เสนอญัตติเสร็จสิ้นแล้ว เปิดให้สมาชิกแสดงความคิดเห็น โดยมีสส.แสดงความจำนงที่จะอภิปรายจำนวน 60 คน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...