“อนุทิน” ชี้แจงนโยบายวันที่ 2 บอกวันแรก “ดีครับ” ลุยต่อสภา ขณะฝ่ายค้านถล่มเดือด “วีระยุทธ” จี้แก้วิกฤตน้ำมันโปร่งใส
“อนุทิน” ชี้แจงนโยบายวันที่ 2 บอกวันแรก “ดีครับ” ลุยต่อสภา ขณะฝ่ายค้านถล่มเดือด “วีระยุทธ” จี้แก้วิกฤตน้ำมันโปร่งใส “กรณ์” ซัดเอื้อทุน “รังสิมันต์” แฉทุนเทา “คริส” เตือนนโยบายล้มเหลว “จูรี” ชี้ของแพง-ยาบ้าถูก “ศุภโชติ” อัดค่าไฟ-ผูกขาดพลังงาน ด้าน “บิ๊กดุลย์” ดันความมั่นคงรอบด้าน-ทหารอาสา และ “ศุภจี” แจงดราม่าฝุ่น-ลุย FTA ไทย–EU
“อนุทิน” ชี้แจงนโยบายวันที่ 2 บอกภาพรวมวันแรก “ดีครับ” ลุยต่ออภิปรายในสภา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายของรัฐบาลเป็นวันที่ 2 โดยก่อนเข้าสู่ห้องประชุมได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ถึงภาพรวมการแถลงวันแรกว่า “ดีครับ” ขณะที่การอภิปรายในวันที่สองยังมีเวลาของแต่ละฝ่ายเหลือ ได้แก่ นายกรัฐมนตรี 21 นาที คณะรัฐมนตรี 31 นาที สมาชิกวุฒิสภา 1 ชั่วโมง 41 นาที ฝ่ายรัฐบาล 1 ชั่วโมง 41 นาที และฝ่ายค้าน 6 ชั่วโมง 36 นาที
“วีระยุทธ” จวกแจงวิกฤตน้ำมันซ้ำเดิม จี้รัฐผ่านงบสภา-กู้เงินต้องโปร่งใส เตือนลามสู่ปุ๋ย ขันน็อตนายกฯ เร่งแก้ของแพง
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์แสดงความผิดหวังต่อการชี้แจงของนายเอกนิติ กรณีวิกฤตน้ำมัน โดยระบุว่ายังเป็นข้อมูลเดิมเหมือนเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และยังไม่เห็นมาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจน พร้อมเสนอว่าหากรัฐบาลจะโอนงบประมาณควรดำเนินการผ่านสภาเพื่อความโปร่งใส แต่หากออก พ.ร.ก.กู้เงินต้องชี้แจงรายละเอียดการใช้เงินให้ชัดเจน ขณะเดียวกันเรียกร้องให้นางศุภจีลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ควรยึดข้อมูลจากข้าราชการเพียงอย่างเดียว หลังพบราคาสินค้าเกษตรคลาดเคลื่อนจากหน้างาน พร้อมเตือนปัญหาปุ๋ยเริ่มขาดตลาดอาจลุกลามต่อจากน้ำมัน อีกทั้งย้ำให้นายกรัฐมนตรีเร่งแสดงบทบาทนำ แก้ปัญหาค่าครองชีพและวิกฤตอย่างทันท่วงที ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องการกักตุนและความไม่ชัดเจนของข้อมูลน้ำมันที่อาจกระทบการวางนโยบายในระยะต่อไป
“กรณ์” ซัดรัฐซื้อเวลาแก้น้ำมัน เอื้อทุน-เมิน ปชช. จี้ลดภาษีสรรพสามิต ตั้งคำถามจริงจังปราบสแกมเมอร์ หวั่นครม.มีข้อครหาฉุดเชื่อมั่นเศรษฐกิจ
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายระบุว่ารัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในการแก้ปัญหาราคาน้ำมัน ใช้เพียงยุทธศาสตร์ “ซื้อเวลา” รอราคาตลาดโลกลดลง ทั้งที่ราคาหน้าโรงกลั่นลดลงมากแต่ราคาหน้าปั๊มลดเพียงเล็กน้อย พร้อมวิจารณ์รัฐมนตรีพลังงานอ้างผลงานลดค่าการกลั่น 2 บาท ทั้งที่ควรลดได้มากกว่านั้น สะท้อนการตัดสินใจที่เกรงใจนายทุนมากกว่าประชาชน อีกทั้งโต้รัฐมนตรีคลังว่าภาษีสรรพสามิตไม่ได้ถูกนำไปใช้ด้านสาธารณสุขโดยตรง พร้อมเรียกร้องให้ลดภาษีเพื่อลดภาระค่าครองชีพ นอกจากนี้ยังตั้งคำถามถึงความจริงจังของรัฐบาลในการปราบสแกมเมอร์และทุนเทา รวมถึงความเหมาะสมในการแต่งตั้งบุคคลที่มีข้อครหาเข้าดำรงตำแหน่งใน ครม. ซึ่งอาจกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม
“รังสิมันต์” แฉเครือข่าย ‘เสี่ยตือ’ โยงทุนเทา-สแกมเมอร์ เอี่ยวการเมือง จวก รบ.ไม่จริงจังปราบ ปล่อยตัวการลอยนวล
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายโจมตีรัฐบาลอย่างหนัก กล่าวหาเครือข่าย “เสี่ยตือ” เชื่อมโยงทุนสีเทา สแกมเมอร์ และธุรกิจกักตุนน้ำมัน โดยพาดพิงถึงความสัมพันธ์ทางการเมือง ทั้งการปล่อยกู้ระดับร้อยล้าน การบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทย และกรณีติดสินบน 40 ล้านบาทต่อเดือนเพื่อไม่ให้ปราบปรามเว็บพนัน พร้อมตั้งคำถามรัฐบาลไม่จริงจังดำเนินคดีสำคัญ เช่น ไม่ออกหมายแดงไล่ล่า “เบน สมิธ” และภรรยา ปล่อยลอยนวลในต่างประเทศ อีกทั้งวิจารณ์การแต่งตั้งบุคคลมีข้อครหาใน ครม. และความไม่โปร่งใสในการปราบทุนเทา โดยชี้ว่าเครือข่ายดังกล่าวเป็นวงจรหาเงินผิดกฎหมาย-เชื่อมโยงการเมือง-ถอนทุนผ่านอำนาจรัฐ จนกระทบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นประเทศ ท่ามกลางการประท้วงจาก สส.ฝ่ายรัฐบาลที่มองว่าเป็นการกล่าวหาเกินข้อเท็จจริง ก่อนที่ประธานจะขอให้สรุปการอภิปรายภายในเวลาที่กำหนด
“คริส” เตือนนโยบายรัฐเสี่ยงแค่กระดาษ จี้เลิก MOU44-ฟรีวีซ่า หวั่น MOU43 กระทบความมั่นคงชายแดน
นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ อภิปรายระหว่างการแถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 2 โดยระบุว่านโยบายรัฐบาลแม้เขียนไว้ดี แต่อาจกลายเป็นเพียง “กระดาษ 20 หน้า” หากไม่สามารถปฏิบัติได้จริง พร้อมเสนอให้เร่งยกเลิก MOU44 เกี่ยวกับทรัพยากรพลังงานไทย-กัมพูชา และจี้ยกเลิกนโยบายฟรีวีซ่าเพื่อลดปัญหาอาชญากรต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าประเทศ รวมถึงผลักดันการแก้กฎหมายล้าหลังกว่า 7,000 ฉบับผ่าน Omnibus Law และนโยบาย Thailand First เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย อย่างไรก็ตามแสดงความกังวลกรณี MOU43 ที่ยังไม่ถูกหยิบยกในนโยบาย เตือนอาจกระทบความมั่นคงชายแดน พร้อมย้ำต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นในระบบกฎหมายของประเทศ
“จูรี” ซัดนโยบายรัฐสวนทางชีวิตจริง แฉน้ำมันพุ่ง-ของแพง ชี้ “ยาบ้า” ถูกสุด จี้รัฐแก้ปากท้องด่วน
นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายโจมตีนโยบายรัฐบาลระหว่างแถลงนโยบายว่าเนื้อหาย้อนแย้งกับชีวิตจริงของประชาชน กล่าวหานายกรัฐมนตรีเข้าใจแต่นายทุน ปล่อยให้ค่าครองชีพพุ่ง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่รายได้เกษตรกรตกต่ำ พร้อมเหน็บว่าสิ่งเดียวที่ราคาถูกและเข้าถึงง่ายคือ “ยาบ้า” สะท้อนปัญหายาเสพติดที่รัฐยังจัดการไม่จริงจัง อีกทั้งตั้งข้อสังเกตความผิดปกติของสถานการณ์น้ำมันในภาคใต้ที่ขาดแคลนสลับกับการปรับขึ้นราคาอย่างรวดเร็ว จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาปากท้องและปราบยาเสพติดอย่างจริงจัง พร้อมเตือนหากยังบริหารแบบเดิมประชาชนจะ “รุนไม่ไหวแล้ว”
“บิ๊กดุลย์” ชี้โลกผันผวน เร่งยกระดับความมั่นคง ดันอุตสาหกรรมกลาโหม-ทหารอาสา ย้ำชายแดนคือแนวหน้าอธิปไตย
พล.ท.ดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงนโยบายด้านความมั่นคงระหว่างการแถลงนโยบายรัฐบาล โดยระบุว่าโลกปัจจุบันมีความผันผวนสูง จำเป็นต้องยกระดับความมั่นคงในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาศักยภาพกองทัพให้ทันสมัย การผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเพื่อพึ่งพาตนเอง และการพัฒนากำลังพลผ่านระบบทหารอาสา พร้อมย้ำความสำคัญของพื้นที่ชายแดนในฐานะแนวหน้าอธิปไตยที่ต้องได้รับการดูแลอย่างรอบด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตกำลังพล ควบคู่การรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ อาทิ ยาเสพติดและสแกมเมอร์ โดยยืนยันว่ากลาโหมจะบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อเสริมความมั่นคง ปกป้องประชาธิปไตย และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างยั่งยืน
“ศุภโชติ” ซัด รบ.เบี้ยวนโยบายค่าไฟ 3 บาท จี้กล้าแตะทุนโรงไฟฟ้า ตั้งคำถามเปิดทางผูกขาดพลังงาน
นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายโจมตีนโยบายพลังงานของรัฐบาลว่าไม่ชัดเจนและย้อนแย้งจากที่หาเสียงไว้ โดยเฉพาะนโยบายค่าไฟ 3 บาทต่อหน่วยสำหรับ 200 หน่วยแรกที่หายไปจากคำแถลง พร้อมตั้งคำถามว่ารัฐบาลไม่กล้าแตะกลุ่มทุนโรงไฟฟ้าที่ได้ประโยชน์มหาศาล และอาจเปิดช่องให้นายทุนพลังงานผูกขาดผ่านโครงการต่างๆ เช่น โซลาร์ชุมชน อีกทั้งวิจารณ์การผลักดันตลาดไฟฟ้าเสรีที่ยังขาดกลไกป้องกันการผูกขาด พร้อมจี้รัฐบาลแสดงความจริงใจต่อประชาชน หากทำไม่ได้ควรออกมายอมรับและขอโทษอย่างตรงไปตรงมา
“ศุภจี” แจงดราม่าเที่ยว 365 วัน ย้ำไม่เมินฝุ่น PM2.5 ลั่นไม่ท้อถูกเข้าใจผิด พร้อมดัน FTA ไทย–EU ต่อ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ชี้แจงกรณีถูกวิจารณ์หลังอภิปรายแนวคิดท่องเที่ยว “365 วัน” ว่าไม่ได้มองปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นเรื่องรอง ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญและมีหน่วยงานรับผิดชอบแก้ไขอยู่แล้ว เพียงแต่ประเด็นที่ตนพูดเป็นมิติด้านการท่องเที่ยวซึ่งสามารถทำควบคู่กันได้ พร้อมระบุไม่เสียกำลังใจแม้ถูกเข้าใจผิด เพราะเชื่อว่าหากฟังครบจะเข้าใจเจตนา ขณะเดียวกันยืนยันแนวทางการทำงานเน้นคัดคนจากความสามารถ ไม่ยึดพรรคการเมือง และเตรียมเดินหน้าทีมเศรษฐกิจ-การค้า รวมถึงการเจรจา FTA ไทย–EU ให้แล้วเสร็จตามเป้า โดยไม่ใช้งบประมาณรัฐ