“พริษฐ์” บอก นายกฯ นั่นแหละไม่ทำการบ้าน แบ่งงานตามการเมือง พร้อมรับมือคดี 44 สส.
“พริษฐ์” แจง หลังถูก “โสภณ” ปิดประชุม อดใช้สิทธิพาดพิง สวน “อนุทิน” นั่นแหละไม่ได้ทำการบ้าน แบ่งงานตามโจทย์การเมือง ให้ “ยศชนัน” ดูเกษตรฯ แทนที่จะเป็น “ศุภจี” เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์รับมือคดี 44 สส. ยัน เลขาฯ ลาออกแน่
วันที่ 10 เมษายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณภายหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น แต่กลับถูก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมขณะนั้น ปิดประชุมไปก่อนได้ใช้สิทธิพาดพิง ว่า การใช้สิทธิพาดพิงในที่ประชุมสภา แต่ประธานสภาไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ เพราะสิทธิการประท้วง สามารถยกมือได้ตลอดตามข้อบังคับ ตนเองให้เกียรตินายกรัฐมนตรีไม่อยากขัดจังหวะ จึงขอใช้สิทธิพาดพิงในตอนท้าย และได้มีการยื่นแจ้งฝ่ายเจ้าหน้าที่ไปแล้ว เพื่อให้แจ้งกับประธานสภาต่อไป
นายพริษฐ์ ระบุว่า มี 2 ประเด็นที่ถูกพาดพิงให้เกิดความเสียหาย ประเด็นแรกคือที่บอกว่าตนเองไม่ทำการบ้าน ทั้งที่เรื่องนั้น ไม่รู้หรือว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถูกมอบหมายให้อยู่ภายใต้คลัสเตอร์ของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องคลัสเตอร์สังคม และสวัสดิการ
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนเองรู้ และตนเองอภิปรายแบบนั้น นั่นแหละคือประเด็น ที่จะบอกว่า ถ้ารัฐบาลจะแบ่งคลัสเตอร์ โดยยึดภารกิจของประเทศ เรื่องนี้จึงควรอยู่ภายใต้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบ แต่เพราะนายกฯ มอบให้นายยศชนัน สะท้อนว่า การแบ่งคลัสเตอร์ไม่ได้คิดถึงโจทย์ของประเทศ แต่คิดถึงโจทย์ทางการเมือง กลับเอาไปอยู่ใต้สังคมสวัสดิการ เพียงเพราะนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีเกษตรมาจากพรรคเพื่อไทย
“คนที่ไม่ได้ทำการบ้านไม่ใช่ผม แต่ถ้านายกฯ ฟังแล้ว ไม่รู้ว่าตั้งใจฟังหรือเปล่า หรือฟังแล้วไม่เข้าใจ เลยยิ่งยืนยันว่า มีการมอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ภายใต้คลัสเตอร์ของนายยศชนัน ย้ำว่า คนที่ไม่ได้ทำการบ้านไม่ใช่ผม ไม่รู้ว่าเพราะท่านนายกฯ ไม่ได้เข้ามารับฟังในห้องประชุมหรือไม่” นายพริษฐ์ กล่าว
ส่วนที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า ท่านไม่พร้อมจะออกมาแสดงความเห็นเรื่องว่า ยินดีให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งฟ้อง กรณีการโกงเลือก สว. พร้อมบอกว่าคงไม่มีใครยินดี ความจริงแล้วมี ก็คือตนเอง ที่ถูกทาง กกต.กล่าวหา ยินดีถ้าจะดำเนิน พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ผ่านกระบวนการยุติธรรมทุกประการ คิดว่าคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิด พร้อมเข้าสู่กระบวนการทุกรูปแบบ นี่ยิ่งตอกย้ําคำพูดที่นายกรัฐมนตรีทิ้งไว้อย่างสวยหรูว่าพร้อมจะรับฟังข้อเสนอจากทุกฝ่าย ยิ่งถูกพิสูจน์ว่า ไม่เป็นความจริง
ส่วนรู้สึกว่า ประสบผลสำเร็จ เรื่องการตรวจสอบนโยบายมากน้อยแค่ไหนนั้น การตรวจสอบนโยบายเดินหน้าต่อแน่นอน ไม่ได้หยุดแค่วันนี้ แต่สิ่งที่น่าผิดหวัง คือในคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรี ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการพูดถึงสรรพคุณของตนเอง มากกว่าตอบข้อสงสัยที่ประชาชนมีเกี่ยวกับนโยบายบางอย่าง ที่อยู่ในเอกสารรายละเอียด หรือหายไปจากคำแถลง ทั้งแผนระยะสั้น ระยะยาว ที่นายกรัฐมนตรีแทบจะไม่ได้พูดถึงเลย รวมถึงนโยบายที่มีปัญหา และความชัดเจน แนวทางการรับมือวิกฤติพลังงาน
ส่วนกรณีจะติดตามรัฐบาลเสมือนดั่งเงานั้น แปลว่ามีแนวคิดที่จะตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ของพรรคประชาชนขึ้นมาหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราจะใช้ทุกรูปแบบในการตรวจสอบ ทั้งกลไกทางสภา และการตรวจสอบจากประชาชนนอกสภาด้วย แต่รายละเอียดขอให้พรรคได้ตกผลึกก่อนสื่อสาร
สำหรับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญการตรวจสอบการเลือกตั้งนั้น พรรคประชาชนมีการยื่นญัตติไปแล้ว เพื่อให้มีการบรรจุเป็นวาระ เพื่อตรวจสอบข้อพิรุธเกี่ยวกับการเลือกตั้ง รวมถึงการจัดทำข้อเสนอ เพื่อปรับปรุงให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ และเป็นธรรม รวมถึง พ.ร.ป. เลือกตั้ง สส.คิดว่าน่าจะเป็นพื้นที่ที่ดี ที่พรรคการเมืองทุกพรรค และนักวิชาการจะได้ใช้ข้อมูลที่ผ่านมา ให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย และมองถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป ว่าจะทำอย่างไร ให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า การเลือกตั้งดังกล่าว จะเป็นไปโดยบริสุทธิ์ ยุติธรรม และโปร่งใสจริง และหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกพรรค
ส่วนจะมีการตั้งกรรมาธิการนี้ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับที่ประชุม ซึ่งหากฟังจากคำพูดของนายกรัฐมนตรีเมื่อสักครู่ ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาใดเลย แต่สิ่งที่อยากได้คือ จุดยืนของท่านคืออะไร
ส่วนถ้าตั้งได้ ก็ต้องดูว่าขอบเขตการศึกษาเป็นเช่นไร ต้องมีองค์ประกอบการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย้อนหลัง จะต้องมีการ จัดทำข้อเสนอ เพื่อปรับปรุงกติกา ให้สื่อมวลชนหรือประชาชน สามารถสังเกตการณ์ได้อย่างรัดกุมมากขึ้น รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลใบขีดคะแนน ให้รวดเร็วโปร่งใสครอบคลุม เพื่อวิเคราะห์ต่อได้
“แม้การเลือกตั้งที่ผ่านมา จะผ่านไปแล้ว แต่เราไม่อยากให้เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำ กรรมาธิการชุดนี้จึงมีความสำคัญ ประกอบไปด้วยตัวแทนทุกพรรค และภาคส่วนต่างๆ นอกสภา จึงหวังว่า จะสามารถหาฉันทามติร่วมกัน” นายพริษฐ์กล่าว
เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์รับมือคดี 44 สส.
นายพริษฐ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคดี 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติส่งสำนวนคดีต่อศาลฎีกาเมื่อวานนี้ (9 เม.ย. 69) พรรคประชาชนจะมีการประชุมใหญ่พรรคเมื่อใด ว่า การประชุมพรรคจะมีอยู่ขึ้นทุกปี ไม่ได้ถูกจัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ ในการรับมือกับเรื่องนี้ ส่วนแนวทางในการรับมือจะเป็นอย่างไร ตนเองคิดว่าทีละขั้นทีละตอน ตอนนี้เข้าใจว่ามีการส่งเรื่องไปที่ศาลแล้ว เมื่อวานนี้เราได้ทำคำร้องเพื่อขอว่าศาลรับ ก็ขอให้ไม่มีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะเห็นว่าแม้ การปฏิบัติหน้าที่ของ 10 สส. ของเรา ไม่ได้อยู่ในสถานะที่มีความเสี่ยงที่จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อะไรที่จะไปกระทบต่อคดี ดังนั้น คิดว่า เป็นแนวทางที่ไม่น่าจะทำให้กระบวนการนั้นจะเป็นปัญหาแต่อย่างใด ดังนั้น ก็ไปทีละขั้นทีละตอน หากสมมุติว่าศาลมีการรับคำร้อง และมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จริง แนวทางในการรับมือกับเหตุการณ์ ส่วนนั้นเราชี้แจงไปหลายครั้ง และมีแผนรองรับทุกสถานการณ์อยู่แล้ว
ส่วนจะประชุมใหญ่จะเป็นวันไหนนั้น ตนเองไม่แน่ใจเดี๋ยวขอรอข้อมูลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ไม่ได้มีอะไรปิดบัง แต่ไม่อยากให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน
ยัน เลขาฯ ลาออกแน่
ส่วนเรื่องเลขาธิการพรรคจะลาออกหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะมีการลาออกอยู่แล้ว ตามที่เลขาธิการพรรคได้ให้คำพูดไว้ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่อง 44 สส. และ สส. ทั้ง 10 คน ก็จะทำหน้าที่จนถึงวินาทีที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะท้ายที่สุดแล้วคนที่เลือก 10 สส. เข้ามา ก็คือพี่น้องประชาชน ดังนั้น หน้าที่เราคือการตอบแทนความไว้วางใจดังกล่าว
ส่วนใช้กระบวนการใดในการขอให้ไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นช่องทางที่ยื่นไปที่ศาลฎีกา หากรายละเอียดขอให้นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย มาชี้แจงดีกว่า เพราะท้ายที่สุดแล้วศาลจะเห็นตามหรือไม่ ก็เป็นดุลพินิจของศาล และคาดว่ามีการยื่นไปแล้ว
ยกคดีฮั้ว สว. ชวนประชาชนจับตาเรื่องที่ค้างอยู่ที่ กกต.
เมื่อถามว่าช่วงสงกรานต์ กังวลว่าจะมีมือมืดในการเร่งรัดคดีหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราคงไม่สามารถรู้ได้ว่ามีใครพยายามทำให้กรอบเวลา ต่างจากมาตรฐานเดิมหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงคือ หากไปดูคดีที่มีลักษณะคล้ายกัน เข้าใจว่าระยะเวลาแต่ละจุดที่ ป.ป.ช. ส่งเรื่องที่ศาล และศาลรับคำร้อง จะอยู่ที่ประมาณ 1 เดือน ดังนั้น จะใช้เรื่องนี้ให้เป็นเกณฑ์อ้างอิงได้ แต่มีอีกคดีที่อยากชวนทุกคนจับตาดูว่าจะมีการเร่งรัดหรือไม่นั้น และจะมีผลออกมาอย่างไร คือคดีที่ตอนนี้ค้างอยู่ที่ กกต. สำหรับการฮั้ว สว. และตอนนี้มี 2 ความเห็น คือ ของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่เห็นว่ามีมูลสั่งฟ้องไปที่ศาล แต่ก็มีความเห็นหนึ่ง ของคณะวินิจฉัยที่ 36 ที่บอกว่าไม่ควรมีการฟ้องใครเลย ดังนั้น ต้องรอดูอย่างใกล้ชิดว่า ทาง กกต. จะมีมติตามความเห็นของภาคส่วนไหน และหากอ้างอิงมาตรฐานในอดีต มันมีคดีที่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พริษฐ์” บอก นายกฯ นั่นแหละไม่ทำการบ้าน แบ่งงานตามการเมือง พร้อมรับมือคดี 44 สส.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “ไอติม” อัด ครม.อนุทิน คือ “รัฐบาลผู้รับเหมา” แจงยิบ 5 พฤติกรรมที่จะถูกขึ้นบัญชีดำ
- “เอกนัฏ” จ่อ ลดค่าการกลั่นน้ำมันลงอีก ขู่เอาตายพวกกักตุน ลั่นมีเงินก็ขอให้ไปใช้ในคุก
- “พนิดา” ซัดรัฐบาลเมินประชามติ 21.6 ล้านเสียง ลั่นปชน.เดินหน้าเสนอร่างแก้ไขรายมาตรา
- “ชวน” กรีดกลางสภา จี้รัฐบาล “อนุทิน” อย่าดีแต่ปาก พร้อมทวงเบี้ยผู้สูงอายุ
- “ณัฐชา” เหน็บ ตั้ง “พิพัฒน์” ไปดูพลังงาน เหมือนให้เสือหิวไปเฝ้าเขียงเนื้อ
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath