โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Workpoint แต่งตั้ง ‘ชลากรณ์ ปัญญาโฉม’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม GROUP CEO

TODAY

อัพเดต 29 เม.ย. เวลา 06.07 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. เวลา 04.38 น. • TODAY

บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) (Workpoint) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ถึงการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูง หลังจาก นายพาณิชย์ สดสี ลาออกจากตำแหน่งกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม (Group CEO) ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ มีผลตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2569

พร้อมกันนี้ บริษัทได้แต่งตั้ง นายชลากรณ์ ปัญญาโฉม ขึ้นรับตำแหน่ง ‘ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม (Group CEO)’ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ นายพาณิชย์ถือเป็นหนึ่งในผู้บริหารหลักที่อยู่กับเวิร์คพอยท์มาอย่างยาวนาน โดยมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการผลิตคอนเทนต์และการบริหารองค์กร ในช่วงที่บริษัทเติบโตจากผู้ผลิตรายการโทรทัศน์สู่การเป็นผู้ประกอบการสื่อครบวงจร ถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จที่ทำงานร่วมกับ นายปัญญา นิรันดร์กุล และ นายประภาส ชลศรานนท์ มายาวนานกว่า 30 ปี

ในด้านรายการโทรทัศน์ นายพาณิชย์มีบทบาทในฐานะทีมงานยุคบุกเบิก โดยมีส่วนร่วมสร้างสรรค์รายการระดับตำนานอย่าง “เวทีทอง”, “ชิงร้อยชิงล้าน” และ “ระเบิดเทิดเทิง” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้แบรนด์เวิร์คพอยท์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

เมื่อก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง Group CEO นายพาณิชย์ได้ดูแลภาพรวมรายการยอดนิยมยุคใหม่ อาทิ “The Mask Singer”, “The Wall Song ร้องข้ามกำแพง”, “ไมค์หมดหนี้” และ “The Rapper” พร้อมผลักดันให้เวิร์คพอยท์ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านคอนเทนต์ครีเอเตอร์ของไทย รวมถึงขยายธุรกิจไปสู่การจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ต่าง ๆ

ด้านผลงานภาพยนตร์ นายพาณิชย์สร้างชื่อเสียงอย่างมากจากการกำกับเรื่อง “โหน่ง เท่ง นักเลงภูเขาทอง” (ปี 2549) ซึ่งเป็นหนังตลกย้อนยุคที่ทำรายได้สูงในยุคนั้น ต่อมาได้กำกับเรื่อง “หม่ำเดียว หัวเหลี่ยมหัวแหลม” (ปี 2551) และรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างบริหาร (Executive Producer) ในเรื่อง “ตุ๊กกี้ เจ้าหญิงขายกบ” (ปี 2553) นอกจากนี้ยังมีบทบาทบริหารบริษัทในเครืออย่าง Karmanline Studio เพื่อพัฒนาและลงทุนในโปรเจกต์ภาพยนตร์รุ่นใหม่

ด้านนายชลากรณ์ถือเป็นผู้บริหารที่เติบโตมาพร้อมกับองค์กร โดยเริ่มทำงานกับเวิร์คพอยท์ตั้งแต่ปี 2548 เริ่มต้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียมและโครงการพิเศษ

ก่อนจะขยับขึ้นมาเป็นกรรมการ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งเป็นช่วงที่ธุรกิจสื่อเริ่มเปลี่ยนผ่านจากโทรทัศน์แบบเดิมไปสู่ดิจิทัลมากขึ้น

สำหรับนายชลากรณ์ จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมการวัดคุม จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และศึกษาต่อปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ธุรกิจจาก สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ก่อนจะเข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมบันเทิง และมีบทบาทในหลายหน่วยธุรกิจของเวิร์คพอยท์ตลอดช่วงที่ผ่านมา

ตลอดเวลาที่อยู่กับบริษัทเวิร์คพอยท์ นายชลากรณ์ ได้สร้างสรรค์ผลงานผ่านการทำงานในหลากหลายรูปแบบ ทั้ง รายการโทรทัศน์, คอนเสิร์ต , อีเวนต์-เฟสติวัล, ภาพยนตร์, ซีรี่ส์, ทีวีดาวเทียม, และ ทีวีดิจิทัล, นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและขยายธุรกิจไปยังธุรกิจใหม่ ผ่านการบริหารของบริษัทในเครืออาทิ ธุรกิจสื่อออนไลน์ (เช่น สำนักข่าว TODAY) และธุรกิจเพลงและบริหารศิลปินภายใต้ XOXO Entertainment (T-POP) ซึ่งเป็นหนึ่งใน Strategic Pillar ใหม่ของกลุ่มเวิร์คพอยท์

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของเครือเวิร์คพอยท์ ในช่วงที่ธุรกิจสื่อและบันเทิงกำลังปรับตัวกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการเติบโตของแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในอุตสาหกรรมนี้

นายชลากรณ์ กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ทำงานกับเวิร์คพอยท์มา ตนหวังว่าจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้น พาร์ทเนอร์ และทุกภาคส่วนในการพาองค์กรให้เติบโตไปได้อย่างแข็งแรงและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม สำหรับพาร์ทเนอร์เราจะยังคงเดินหน้าตามแผนงานที่ได้ร่วมกันวางไว้ และมุ่งสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดร่วมกันต่อไป

“ในการเริ่มต้นบทบาทใหม่ของผมในครั้งนี้จะมุ่งมั่นบริหารองค์กรให้สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรงพร้อมปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจในทุกมิติ ผมจะทำหน้าที่นี้อย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้กลุ่มบริษัทเติบโตอย่างมั่นคงอีกครั้ง และด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย เชื่อว่า workpoint จะยังคงความเป็นเพื่อนบ้านที่น่ารักและคุ้นเคยของผู้ชมอย่างที่เคยเป็นมาตลอดระยะเวลาร่วม 37 ปี และพร้อมเติบโตไปข้างหน้า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในอนาคต”

สำหรับ XOXO Entertainment และบริษัทในเครือ รวมทั้งการดูแลศิลปินและการดำเนินงานต่างๆ ที่ตนรับผิดชอบอยู่ก่อนหน้าน้ันจะยังคงเป็นไปตามแผนงานเดิมและยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศิลปิน ดูแลอย่างใกล้ชิด และยังคงดูแลการเติบโตของทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...