AF เป้าสินเชื่อโต 6.7% ปักหมุด ESG Finance
#AF #ทันหุ้น – AF ตั้งการ์ดสูงรับแรงกระแทก Oil Shock หวั่นต้นทุนพุ่งกดกำลังซื้อสะดุด ฟากผู้บริหาร “อัครวิทย์ สุกใส” คงเป้าปล่อยสินเชื่อปี 69 โต 6.7% แตะ 20,000 ล้านบาท ปักหมุดเพิ่มสัดส่วน ESG Finance เกิน 20% ของพอร์ต เน้นปล่อยกู้กลุ่มดาวรุ่งพลังงานสะอาด
นายอัครวิทย์ สุกใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AF ผู้ให้บริการสินเชื่อทั้งระยะสั้นและระยะยาวสำหรับธุรกิจ เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า สถานการณ์ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจกดดันกำลังซื้อและทำให้การบริโภคมีแนวโน้มชะลอตัว โดยประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือความไม่แน่นอนของระยะเวลาการเกิดภาวะ “Oil Shock” หรือภาวะต้นทุนราคาน้ำมันและต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงผิดปกติ
กางแผนธุรกิจ
ทั้งนี้ บริษัทได้วางแนวทางบริหารธุรกิจในระยะสั้นแบบไตรมาสต่อไตรมาส พร้อมติดตามสถานการณ์รายวัน เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมทั้งด้านการดูแลลูกค้าและการรักษาผลการดำเนินงานของบริษัทไม่ให้ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับการดูแลลูกค้า บริษัทจะนำโมเดลการบริหารจัดการในช่วงวิกฤติโควิด-19 มาปรับใช้ โดยจะเข้าไปประเมินผลกระทบของลูกค้าแต่ละรายโดยตรง พร้อมพิจารณามาตรการช่วยเหลือตามความเหมาะสม เช่น การเสริมวงเงินสินเชื่อ การปรับลดค่าธรรมเนียม หรือการทบทวนวงเงินให้สอดคล้องกับต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากวงเงินเดิมของผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์บางรายอาจไม่เพียงพอต่อการสั่งซื้อสินค้า
นอกจากนี้ บริษัทอาจพิจารณาปรับระยะเวลาการให้สินเชื่อต่อรอบธุรกิจให้ยาวขึ้น เช่น จาก 30 วัน เป็น 45 วัน ตามความจำเป็น เพื่อสนับสนุนสภาพคล่องให้กับลูกค้าในช่วงที่ต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น
นายอัครวิทย์ กล่าวว่า บริษัทยังคงเห็นความจำเป็นในการเสริมสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจ และมองว่าอุตสาหกรรมสินเชื่อแฟคตอริ่งยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทไม่มีนโยบายคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อจนส่งผลให้อัตราการอนุมัติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันบริษัทมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL อยู่ที่ประมาณ 9% ซึ่งยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย และต่ำกว่าระดับ NPL ของตลาด SME โดยรวมที่อยู่ประมาณ 11%
ปล่อยสินเชื่อ
สำหรับเป้าหมายปีนี้ บริษัทยังคงเป้าการปล่อยสินเชื่อเติบโตประมาณ 6.7% หรือมีมูลค่ารวมประมาณ 20,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ปล่อยสินเชื่อรวมทุกประเภทเกือบ 19,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน ESG Finance ให้มากกว่า 20% ของพอร์ตสินเชื่อ
โดยกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่บริษัทให้ความสำคัญ ได้แก่ พลังงานสะอาด ซัพพลายเชนรถยนต์ไฟฟ้า หรือEV, Solar Roof, เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่นData Center รวมถึงอุตสาหกรรมยาและเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตและสอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจใหม่
ขณะเดียวกัน บริษัทเสนอให้ภาครัฐพิจารณาดูแลโครงสร้างราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงผลักดันให้มีการใช้กลไก Factoring เป็นเครื่องมือช่วยเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ SME เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมนอกเหนือจากสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ ซึ่งอาจมีความเข้มงวดมากขึ้นในภาวะเศรษฐกิจผันผวน