โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิษน้ำมันแพง เรือประมงระยอง 500 ลำ จอดนิ่งเทียบท่า หลังออกเรือไปมีแต่ขาดทุน

Khaosod

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

พิษน้ำมันแพง เรือประมงระยอง 500 ลำ จอดนิ่งเทียบท่า หลังออกเรือไปมีแต่ขาดทุน ด้านนายกสมาคมประมงระยอง เผยหลังสงกรานต์ น่ามีจอดเพิ่มเป็น 80%

4 เม.ย. 69 - จากสถานการณ์วิกฤตน้ำมันแพง ส่งผลกระทบทุกภาคธุรกิจ เช่นเดียวกับอาชีพประมงที่ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ปากน้ำระยอง พบมีเรือประมงนำเรือเข้าจอดเทียบท่าตามแพปลาต่าง ๆ ทั้ง 2 ริมฝั่งปากแม่น้ำกันชนิดแบบหนาแน่น บรรดาเจ้าของเรือประมงทั้งหลายบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สู้ไม่ไหว ทำไปไม่คุ้มทุน

นายพรศักดิ์ แย้มกลิ่น นายกสมาคมประมงระยอง กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อชาวประมงอย่างหนักแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เวลานี้เรือประมงบริเวณปากน้ำระยอง กว่า 500 ลำ เจ้าของต้องหยุดออกเรือจับสัตว์น้ำ นำเรือเข้าจอดนิ่งเทียบท่าริมแม่น้ำระยองทั้ง 2 ฝั่ง เพราะสู้ราคาน้ำมันไม่ไหวและไม่คุ้มกับการลงทุน ขืนนำเรือออกทะเลไปมีแต่ขาดทุน

อีกทั้งราคาสัตว์น้ำที่จับมา ไม่สามารถขึ้นราคาได้ตามราคาน้ำมัน แม้ว่าปัจจุบันชาวเรือประมงจะหันมาใช้น้ำมัน บี 20 จากบนฝั่งที่ตกอยู่ลิตรละ 43 บาท แต่เมื่อบวกค่าขนส่งจากหน้าคลังน้ำมันจังหวัดสระบุรี ทดแทนน้ำมันเขียวที่หยุดขายไปแล้ว ยังถือว่าราคาค่อนข้างสูงอยู่ดี

ส่วนเรือประมง ที่ยังพบเห็นมีการออกเรือไปจับสัตว์น้ำอยู่ในเวลานี้ เพราะยังมีน้ำมันเก่าในสต็อกตั้งแต่ช่วงก่อนปรับขึ้นราคาเหลืออยู่ อย่างไรก็ตามน้ำมันสต็อกเก่าที่เหลืออยู่นั้น น่าจะในไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ ทำให้คาดว่าหลังสงกรานต์นี้ เรือประมงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ในระยอง จะต้องจอดแน่นิ่งเทียบท่าแน่ เพราะสู้ราคาน้ำมันไม่ไหว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิษน้ำมันแพง เรือประมงระยอง 500 ลำ จอดนิ่งเทียบท่า หลังออกเรือไปมีแต่ขาดทุน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...