โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

GISTDA ผนึกกำลัง กพท. ยกระดับการบินพลเรือนไทยด้วยเทคโนโลยีอวกาศ สู่มาตรฐานสากลแห่งอนาคต

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 3 เมษายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสานสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. หรือ CAAT) เรื่อง "การใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อส่งเสริมกิจการการบินพลเรือน" ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการนำเทคโนโลยีอวกาศขั้นสูงมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประเทศ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทยในการผสานโลกของ "อวกาศ" และ "การบิน" เข้าด้วยกัน โดยงานดังกล่าวจัด ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง GISTDA และ กพท. ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีอวกาศมาประยุกต์ใช้ในกิจการการบิน เพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพ อาทิ การใช้ระบบดาวเทียมนำทางระบุตำแหน่ง GNSS และ Satellite Based Augmentation System (SBAS) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการนำร่องขึ้น-ลงของอากาศยานในทุกสภาพอากาศ การพัฒนาระบบบริหารจัดการโดรน (UAV) รองรับการใช้งานในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงการพยากรณ์สภาพอวกาศ (Space Weather) ตามมาตรฐาน ICAO เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบสื่อสารและการนำร่องทางการบิน ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในการก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง

ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวต่อว่า การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมที่สำคัญยิ่ง ที่จะผลักดันการนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เช่น เทคโนโลยีการนำร่องและระบุตำแหน่งด้วยดาวเทียม ไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ GISTDA พร้อมที่จะนำข้อมูลและเทคโนโลยีเหล่านี้ไปแลกเปลี่ยน และสนับสนุนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภารกิจของ กพท. ทั้งการร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ทางเทคนิค รวมไปถึงการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ร่วมกัน ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมกิจการการบินพลเรือนของประเทศ จะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย และจะส่งผลดีต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินในภาพรวมของประเทศต่อไปในอนาคต

"สิ่งที่จะเห็นได้อย่างชัดเจนจากความร่วมมือครั้งนี้ คือบทบาทของ GISTDA ในฐานะ 'คลังสมองและผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบบ' ที่จะนำองค์ความรู้ ระบบ และผลงานวิจัยด้านเทคโนโลยีนำร่อง ระบบระบุตำแหน่ง และภูมิสารสนเทศ มาพัฒนาต่อยอดสู่บริการข้อมูลที่ตอบโจทย์ภาคการบิน พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบบริหารจัดการอากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ กพท. ในทุกมิติ ขณะที่ กพท. จะทำหน้าที่เป็น “ผู้กำกับดูแลและส่งเสริมมาตรฐาน” โดยนำผลงานวิจัยของ GISTDA ไปทดลอง ทดสอบ และให้ข้อเสนอแนะ เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานสากล รวมถึงสนับสนุนการใช้งานอากาศยานสำหรับภารกิจด้านการสำรวจภูมิสารสนเทศอย่างเป็นรูปธรรมในระยะต่อไป อุตสาหกรรมการบินจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ แต่จะขยายสู่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของระบบโลจิสติกส์ด้วยโดรน (Drone Delivery) อากาศยานขึ้นลงแนวดิ่งพลังงานไฟฟ้า (eVTOL) ตลอดจนระบบบริหารจัดการจราจรทางอากาศรูปแบบใหม่ (UTM) ความร่วมมือนี้จะเป็นการวางรากฐาน 'โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและอวกาศ' เพื่อรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยข้อมูลจากดาวเทียมระบุตำแหน่งที่มีความแม่นยำระดับเซนติเมตร จะช่วยให้การบริหารจัดการอากาศยานจำนวนมากสามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย ขณะเดียวกัน กฎหมายและระเบียบข้อบังคับจะได้รับการพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างนวัตกรรม และยังช่วยยกระดับความปลอดภัยของการบินพาณิชย์ผ่านระบบเตือนภัยสภาพอวกาศที่มีความรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น" ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...