กรมการค้าภายใน คุมเข้มจุดรับซื้อปาล์มหลังสงกรานต์ สั่งตรวจลานเท-โรงงานสกัดบล็อกกดราคา
เปิดสถิติราคาผลปาล์มทะยาน 7.45 บาทต่อกิโลกรัม พุ่งขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ดีมานด์ภาคพลังงานหนุนยอดใช้ CPO เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวแตะ 1.4 แสนตันต่อเดือน ดูดซับอุปทานส่วนเกินมีประสิทธิภาพจ่อประชุมอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์มสัปดาห์หน้า วางกรอบส่งออกเชิงรุกควบคู่การบริหารสต็อกในประเทศ
16 เมษายน 2569 กรมการค้าภายใน รายงานสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรกลุ่มปาล์มน้ำมัน โดยระบุว่าทิศทางราคาปัจจุบันมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหลักเกิดจากปริมาณผลผลิต (Supply) ที่เข้าสู่ระบบลดลงชั่วคราวในช่วงเทศกาลสงกรานต์จากการหยุดดำเนินการของลานเทและโรงงานสกัดบางแห่ง ขณะที่ความต้องการใช้ (Demand) ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะภาคพลังงานที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการพยุงระดับราคา
ข้อมูล ณ วันที่ 10 เมษายน 2569 ระบุว่าราคาผลปาล์มน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 7.45 บาทต่อกิโลกรัม (กรอบราคา 7.00–7.90 บาท) เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 5.95 บาท หรือคิดเป็นการขยายตัวถึง 25% ด้านราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ปรับขึ้นมาเฉลี่ยที่ 40.75 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15% สะท้อนถึงกำลังซื้อในตลาดที่ยังคงแข็งแกร่ง
"ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคพลังงานภายใต้นโยบาย B7 และ B20 ส่งผลให้ปริมาณการใช้ CPO เพิ่มจาก 71,600 ตันต่อเดือน เป็นราว 140,000 ตันต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ทำให้ระบบสามารถดูดซับผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ" — นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน
สั่งพาณิชย์จังหวัดลุยตรวจโรงงานสกัด-ลานเททั่วประเทศ "สกัดทางกดราคา"
เพื่อป้องกันการบิดเบือนกลไกราคาในช่วงที่ผลผลิตเริ่มกลับเข้าสู่ตลาดหลังเทศกาล กรมการค้าภายในได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดในเขตพื้นที่เพาะปลูกหลัก ลงพื้นที่ตรวจสอบลานเทและโรงงานสกัดทันทีเพื่อกำกับการรับซื้อให้เกิดความเป็นธรรม
มาตรการบังคับใช้ประกอบด้วย การตรวจสอบการแสดงราคารับซื้อให้ชัดเจน และการเฝ้าระวังพฤติกรรมการกดราคารับซื้ออย่างเข้มงวด โดยหากตรวจพบการกระทำผิดที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร จะมีการบังคับใช้บทบัญญัติทางกฎหมายเพื่อดำเนินการทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น
จัดทัพบริหารสต็อกน้ำมันปาล์ม ชูระบบ Pre-approval คุมเข้มสมดุลส่งออก-บริโภค
ในสัปดาห์หน้า กรมฯ เตรียมเรียกประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์มร่วมกับตัวแทนเกษตรกร เพื่อประเมินทิศทางตลาดและพิจารณามาตรการเสริมให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยยังคงยึดหลักการบริหารจัดการปริมาณ (Stock Management) ให้เพียงพอกับความต้องการภายในประเทศเป็นลำดับความสำคัญแรก
สำหรับนโยบายการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ยังคงใช้ระบบการขออนุญาตล่วงหน้า (Pre-approval) ซึ่งเป็นกลไกเชิงรุกในการควบคุมปริมาณให้สมดุล ไม่ใช่การสั่งระงับการส่งออก แต่เป็นการจัดสรรโควตาให้สอดคล้องกับอุปทานส่วนเกิน เพื่อไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงทางด้านอาหารและพลังงานในประเทศ
"การดำเนินการในช่วงนี้ เป็นการดูแลทั้งระบบอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การกำกับการรับซื้อในพื้นที่ ไปจนถึงการบริหารปริมาณและความต้องการใช้ เพื่อให้ราคาปาล์มอยู่ในระดับที่เหมาะสม และเกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงต่อเนื่อง"
จากการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) ทั้งด้านนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่เพิ่มสัดส่วนการใช้ในภาคพลังงาน และการบริหารจัดการสมดุลอุปทานที่เป็นระบบ ส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในไตรมาสนี้มีแนวโน้มขยายตัวในทิศทางที่เป็นบวกต่อเกษตรกร
อย่างไรก็ตาม การติดตามความผันผวนของราคาในตลาดโลกควบคู่ไปกับการกำกับดูแลการค้าภายใต้กฎหมายแข่งขันทางการค้า จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่กรมการค้าภายในใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาปาล์มน้ำมันให้ยั่งยืนในระยะถัดไป