“สงกรานต์กรุงเทพฯ 69 ทุบสถิติ! คนเที่ยวเฉียด 5 ล้านพุ่งแรง 93% สยาม-ไอคอนสยาม ยืนหนึ่งแลนด์มาร์กเศรษฐกิจ”
สงกรานต์กรุงเทพฯ 69 ยอดผู้เข้าร่วมงานรวม 94 จุด แตะระดับ 4.9 ล้านคน นำโดยสยามสแควร์และไอคอนสยาม ครองแชมป์แลนด์มาร์กยอดนิยม แต่สถิติความปลอดภัยน่าห่วง ยอดเสียชีวิตสะสม 20 ราย โดยจักรยานยนต์ยังเป็นพาหนะหลักที่เกิดอุบัติเหตุสูงถึง 85% ปริมาณขยะพุ่งตามตัวเลขนักท่องเที่ยวรวม 336 ตัน ขณะที่เหตุเพลิงไหม้หญ้าขยับตัวสูงขึ้นกว่า 5 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
16 เมษายน 2569 —กรุงเทพมหานคร โดยนายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยตัวเลขทางสถิติภาพรวมเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 (ระหว่างวันที่ 10 - 15 เมษายน) พบว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในเขตเมืองหลวงมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมียอดผู้เข้าร่วมงานสะสมรวมสูงถึง 4,958,965 คน จากจุดจัดงานทั้งหมด 94 แห่งทั่วกรุงเทพฯ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 ที่มียอดสะสม 2,564,663 คน พบว่ามีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 93.4% หรือเกือบเท่าตัว
การขยายตัวดังกล่าวสะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างเต็มรูปแบบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงอีเวนต์ (Event Tourism) โดยมีทำเลทองที่ดึงดูดผู้คนได้สูงสุด ได้แก่
- สยามสแควร์ จำนวนผู้ร่วมงานสะสม 1,535,638 คน
- ICONSIAM THAICONIC Songkran Celebration 2026 จำนวนผู้ร่วมงานสะสม 1,471,162 คน
- ถนนสีลม Silom Songkran Splash Out with Thai Culture จำนวนผู้ร่วมงานสะสม 652,974 คน
- Water Fesstival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ท่ามหาราช จำนวนผู้ร่วมงานสะสม 305,076 คน
- สงกรานต์ถนนข้าวสาร จำนวนผู้ร่วมงานสะสม 249,150 คน
- Maha Songkran World Event เขตคลองเตย จำนวนผู้ร่วมงานสะสม 165,862 คน
จำนวนผู้เข้าร่วมงาน 16 จุดไฮไลต์ ณ วันที่ 15 เม.ย. 69 ราวๆ 830,066 คนและจำนวนผู้เข้าร่วมงานจากทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 10-15 เม.ย. 69กว่า 4,958,965 คน
ความหนาแน่นในพื้นที่เศรษฐกิจเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการบริหารจัดการขยะที่พุ่งสูงขึ้นรวม 336 ตัน โดยถนนข้าวสารและถนนสีลมยังคงเป็นจุดที่มีปริมาณขยะหนาแน่นที่สุดของเทศกาล
ล้อมคอกอุบัติเหตุ จยย. และถอดบทเรียนอัคคีภัยพุ่ง 5 เท่า
แม้ในเชิงตัวเลขการท่องเที่ยวจะประสบความสำเร็จ แต่ในมิติของความปลอดภัยกลับพบสถิติที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสัดส่วนประชากร ข้อมูลจากศูนย์เอราวัณและสำนักการจราจรและขนส่ง ระบุว่ามีอุบัติเหตุทางถนนที่มีผู้เสียชีวิตรวม 18 ครั้ง ส่งผลให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมรวม 20 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1 ราย โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่ออัตราการเสียชีวิตยังคงเป็นรถจักรยานยนต์ (85%) และพฤติกรรมการไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ กทม. ต้องนำไปวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงมาตรการบังคับใช้กฎหมายจราจรในปีถัดไป
นอกจากนี้ สถานการณ์อัคคีภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงเทศกาลปีนี้ขยับสูงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยมีเหตุรวมสะสมถึง 145 ครั้ง เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีก่อนที่มีเพียง 38 ครั้ง โดยส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นเหตุเพลิงไหม้หญ้าซึ่งเกิดขึ้นถึง 132 ครั้ง สะท้อนถึงผลกระทบจากสภาพอากาศและปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่รกร้างที่ต้องการการบริหารจัดการเชิงรุกที่เข้มข้นขึ้น
"กทม. เตรียมนำข้อมูลทั้งหมดไปถอดบทเรียน เพื่อวางแผนมาตรการป้องกันและดูแลความปลอดภัยในปี 2570 ให้ดียิ่งขึ้น" — นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร
โจทย์ใหญ่ปีหน้าแก้ Pain Point เป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์
ในเชิงเศรษฐศาสตร์เมือง ปริมาณขยะทั่วไปที่สูงถึง 81.52% จากยอดรวม 336 ตัน เป็นภาระต้นทุนที่ กทม. ต้องเร่งจัดการ โดยเฉพาะในพื้นที่การค้าสำคัญอย่างถนนข้าวสารที่มีปริมาณขยะสูงสุดถึง 102.46 ตัน ตามด้วยถนนสีลม 86.17 ตัน และไอคอนสยาม 58.70 ตัน ข้อมูลระบุว่าขยะส่วนใหญ่เป็นขยะทั่วไป ขณะที่มีขยะรีไซเคิลเพียง 4.38% ซึ่งตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงโอกาสในการพัฒนาโมเดลการจัดการขยะในงานเทศกาลขนาดใหญ่ที่ยังคงเป็นช่องว่างในการพัฒนาเพื่อลดงบประมาณการจัดการในระยะยาว
ด้านจุดเช็กอินยอดนิยมอื่นๆ ยังคงรักษากระแสได้ดี ไม่ว่าจะเป็น ท่ามหาราช ที่มียอดผู้ร่วมงานกว่า 3 แสนคน และ สงกรานต์ถนนข้าวสาร ที่แม้พื้นที่จะจำกัดแต่ยังมีผู้เข้าร่วมกว่า 2.49 แสนคน รวมถึงงาน Maha Songkran World Event ในเขตคลองเตยที่ดึงดูดคนได้กว่า 1.65 แสนคน
ล็อกเป้าจุดเสี่ยง: ดีเดย์สังคายนาระบบความปลอดภัย หลังยอดเสียชีวิตและเพลิงไหม้ขยับตัว
จากข้อมูลเชิงสถิติปี 2569 กทม. มองเห็นความสำเร็จในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจหลัก แต่ขณะเดียวกันก็พบความท้าทายในเรื่องความปลอดภัยทางถนนและอัคคีภัยที่เพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนผู้เข้าร่วมงาน
การถอดบทเรียนในครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่การลดอัตราการสูญเสียในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ การควบคุมต้นทุนด้านการจัดการขยะในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และการวางมาตรการเชิงรุกเพื่อลดเหตุเพลิงไหม้หญ้าในพื้นที่รกร้าง ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้าง "สงกรานต์คุณภาพ" ที่ยั่งยืนและปลอดภัยมากขึ้นในอนาคต โดยกทม. ยืนยันที่จะยกระดับมาตรฐานการดูแลเมืองให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวและปลอดภัยสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง