โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ชงครม.นัดแรก ออกพ.ร.ก.ค้ำประกันเงินกู้ 1.5 แสนล้าน พยุงราคาน้ำมัน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 03.52 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 10.47 น.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ตัวแทนกระทรวงการคลัง ที่เป็นกรรมการในบริษัทน้ำมัน และโรงกลั่นน้ำมัน กำกับและตรวจสอบอย่างเข้มงวดห้ามกักตุนน้ำมัน พร้อมกำชับกรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต คุมเข้มหากลักลอบส่งออกน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากราคาน้ำมันในไทยถูกกว่าเพื่อนบ้านส่วนมาตรการช่วยเหลือประชาชน

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงมาตรการดูแลราคาน้ำมันว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก กระทรวงพลังงานจะเสนอให้ออก ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเสริมสภาพคล่องรับมือราคาน้ำมันโลกผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ระยะเวลา 1 ปี

สำหรับการดำเนินการออกพ.ร.ก.ดังกล่าว จะถูกบรรจุในสัดส่วนหนี้สาธารณะ หากกองทุนมีการเดินหน้ากู้เงิน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า รัฐยังมีพื้นที่การคลังในการรองรับวิกฤตครั้งหนี้ โดยปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะอยู่ที่ 66%ต่อจีดีพี และหากนับรวมวงเงินค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้านบาทแล้ว ยังมีพื้นที่ดำเนินนโยบายได้ได้อีกกว่า 3 แสนล้านบาท

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

“จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท จะสามารถรองรับวิกฤตพลังงาน จากสถานการณ์ตะวันออกกลางได้ ซึ่งช่วงวิกฤตรัฐเซีย-ยูเครน ในอดีตที่ผ่านมาก็ได้ออกพ.ร.ก.ค้ำประกันในวงเงิน 1.5 แสนล้านบาทเช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนั้นกองทุนน้ำมันติดลบกว่า 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งรองรับได้”

ส่วนการลดภาษีสรรพสามิต ปัจจุบันเก็บภาษีลิตรละ 6-7 บาท ยังต้องดูนโยบายว่าไทยจะใช้กลไกใดเข้าไปช่วยดูแล ซึ่งเลือกได้มีจาก 2 กลไก ทั้งกองทุนน้ำมัน และการใช้ภาษีน้ำมัน ซึ่งผลลัพธ์คือดูแลประชาชนเหมือนกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...