ทลายเครือข่ายลอบนำเข้า ‘เอโทมิเดต’ ผสมบุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้ ระบาดหนักย่านสถานบันเทิง
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่ บก.ป. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. และนายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด ป.ป.ส.ร่วมแถลงผลการเปิดปฏิบัติการ "Anti Zombies ล่าแก๊งผีพอตเค" หลังสนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในกรุงเทพฯ, อุดรธานี, ร้อยเอ็ด และนครศรีธรรมราช สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 7 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นสารเอโทมิเดตชนิดผงบรรจุถุงพลาสติก 952 กรัม และที่อายัดจากด่านศุลกากรอีก 28 กิโลกรัม, ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า หัวพอตผสมสารเอโทมิเดต 920 ชิ้น, วัตถุดิบและอุปกรณ์ น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาแต่งกลิ่น (กลิ่นผลไม้และขนมหวาน) รวม 17 แกลลอน, อุปกรณ์วิทยาศาสตร์สำหรับผสมสารเคมีและ ยาไอซ์ 1.3 กรัม
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เผยว่า การจับกุมครั้งนี้เริ่มจากการประสานข้อมูลกับแหล่งข่าวต่างประเทศ พบกลุ่มคนร้ายลักลอบนำเข้าสารเอโทมิเดตจากประเทศอินเดีย โดยใช้วิธี "สำแดงเท็จ" ว่าเป็นสารผสมสำหรับผลิตเครื่องสำอาง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
จากการขยายผลพบว่า ขบวนการนี้ใช้ "บัญชีม้า" ในการทำธุรกรรมทางการเงินและอำพรางชื่อผู้รับพัสดุ โดยว่าจ้างชิปปิ้งให้ดำเนินการนำสินค้าออกจากคลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนจะส่งต่อไปยังโรงงานเถื่อนในจ.อุดรธานีเพื่อผสมลงในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จากนั้นจึงกระจายสินค้าไปยังกลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิง ทั้งในกรุงเทพฯ ภาคอีสาน รวมถึงส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า สารเอโทมิเดตเป็นยาสลบที่ใช้ทางการแพทย์ แต่ถูกนำมาดัดแปลงใช้แทน "เคตามีน" เนื่องจากมีราคาถูกกว่าและหาได้ง่ายในบางประเทศ เช่นอินเดียโดยราคานำเข้าอยู่ที่ประมาณ 700,000 บาทต่อกิโลกรัม แต่เมื่อนำมาผสมเป็นบุหรี่ไฟฟ้าจะสามารถผลิตได้ถึง 3,000 ชิ้น สร้างกำไรมหาศาลจากการขายในราคาสูงถึงชิ้นละ 1,500 - 2,000 บาท
ด้าน นายคณิศร กล่าวย้ำถึงอันตรายว่า สารชนิดนี้ส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการเคลิ้ม เสียการทรงตัว และควบคุมตัวเองไม่ได้ จนถูกเรียกว่า "บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้" ที่น่ากังวลที่สุดคือหากเสพร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจทำให้เกิดอาการช็อกและเสียชีวิตได้ทันที ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ประกาศให้ "เอโทมิเดต" เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 ตามกฎหมายยาเสพติด เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้งหมดในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 (สำแดงเท็จและหลีกเลี่ยงข้อจำกัด) และ ประมวลกฎหมายยาเสพติด (ร่วมกันนำเข้าวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต) พร้อมเร่งขยายผลหาตัวนายทุนและผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.