โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

“พี สะเดิด” เจอวิกฤตดีเซลหมดกลางทาง ซึ้งน้ำใจชาวบ้านเปิดปั๊มช่วยเติม

สยามรัฐ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 14.40 น.วันที่ 23 มี.ค.69 นายพีรพัฒน์ สวัสดิ์มูล หรือ พี สะเดิด นักร้องเพลงลูกทุ่งเพื่อชีวิต ฉายา "ตำนานร็อกอีสานของเมืองไทย"ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ จ.ขอนแก่น หลังเดินทางไปทำการแสดงที่ จ.อุตรดิตถ์ แล้วเจอสถานการณ์น้ำมันดีเซลหมดทุกปั๊มตลอดเส้นทางที่เดินทางไป ตั้งแต่ ออกจาก กรุงเทพฯแต่โชคดีได้รับน้ำใจจากชาวบ้าน ในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ที่เปิดปั๊มน้ำมันเล็กๆสำหรับเกษตรกรอยู่ในหมู่บ้าน ให้พี สะเดิด และทีมงานเติมน้ำมันจนเต็มถัง โดย เรื่องราวดังกล่าว พี สะเดิดได้โพสต์ลงโซเชียลมีเดียเพื่อเล่าถึงประสบการณ์ลุ้นระทึกและขอบคุณน้ำใจแบ่งปันของชาวบ้านที่มีให้กับคนในสังคมที่กำลังลำบาก

โดยระบุข้อความลงในเฟซบุ๊ก“P-Saderd พี สะเดิด” ว่า “เส้นทาง พิษณุโลก-น้ำปาด อุตรดิตถ์ ทุกปั้ม น้ำมันหมดทุกปั๊ม วันนี้วงต้องแสดงอยู่กลางเขา ใกล้ถึงงาน น้ำมันเหลือประมาณครึ่งถัง ไปถึงแต่อาจกลับไม่ได้ เข้ามาในหมู่บ้านเจอปั๊มเล็กๆ เลยลองแวะถามดู ปรกติคุณแม่มีไว้ขายให้ชาวสวนเหลือพอใช้ แต่คุณแม่ก็แบ่งให้พวกเราคนต่างเมือง น้ำใจของชาวบ้านไม่มีกักตุน เผื่อแผ่ช่วยเหลือ การกักตุนมันเป็ตเรื่องของนายทุนที่เก็งกำไรที่ไม่ใส่ใจความเดือดร้อนของใคร ชาวบ้านชาวสวนที่มีรายได้น้อยๆกว่ากลับมีน้ำใจห่วงใยผู้คนมากกว่านายทุนที่รวยล้นฟ้า”

นายพีรพัฒน์ กล่าวว่า ระหว่างเดินทางจาก กรุงเทพฯไปทำการแสดงที่อุตรดิตถ์ ต้องเผชิญสถานการณ์หาเติมน้ำมันดีเซลไม่ได้ แม้จะมีการเตรียมตัวและคาดการณ์เอาไว้อย่างดี ว่าปั๊มน้ำมันระหว่างทางจะมีให้เติม ซึ่งภายหลังจากเดินทางไปได้สักพัก ดูน้ำมันรถแล้วไปถึงจุดหมายแต่ไม่พอสำหรับกลับ เพราะหนทางที่ไปเป็นกลางเขาเสี่ยงที่จะน้ำมันหมดแล้วไม่มีปั๊มเติม จึงได้พยายามหาปั๊มน้ำมันเพื่อจะเติมใส่ถังไว้ แต่ปรากฎว่าผ่านไปหลายปั๊มไม่มีให้เติม จนกระทั่งน้ำมันค่อนถังจะเข้าพื้นที่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นจุดหมายที่จะเดินทางไปทำการแสดง ก็เจอปั๊มน้ำมันเล็กๆของชาวบ้านสำหรับเติมรถที่ใช้เกี่ยวกับการเกษตรอยู่ในหมู่บ้านในเส้นทางชนบท มีรถอีแต๋นกำลังจอดเติมน้ำมันอยู่ จึงได้เข้าไปสอบถามขอความช่วยเหลือ ซึ่ง แม่แนน เจ้าของปั๊มก็มีน้ำใจและเต็มใจที่จะช่วยเพื่อนมนุษย์ที่กำลังเดือดร้อนแบบไม่ลังเล โดยให้รถของตัวเองและทีมงานเติมจนเต็มถังทั้งหมด ทำให้ผ่านพ้นสถานการณ์ที่ลุ้นน้ำมันจะหมดไปได้ด้วยดี
"หลังจากเจอสถานการณ์นี้ก็ได้พูดคุยกับทีมงานทุกคนปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เพราะตอนนี้ถือว่าได้รับผลกระทบ ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นแบบไหนและไม่สามารถคาดเดาได้ ก็จะต้องช่วยกันเซฟน้ำมัน เวลาเดินทางก็เรียกรถบริการรับ-ส่งเอา เพื่อประหยัดน้ำมันสำหรับเดินทางไปทำการแสดง และตอนนี้ต้องไปจอดรอคิวตั้งแต่ตี 4 เพื่อรอรถขนส่งน้ำมันมาส่งปั๊มแล้วจะได้เติมน้ำมันเอาไว้ แต่ไม่ถึงขั้นกักตุน เพราะต้องเผื่อแผ่ให้คตอื่นๆได้เติมเช่นกัน และก่อนหน้านึ้เคยเจอเหตุการณ์น้ำมันจะหมดเช่นเดียวกันขณะไปทำการแสดง ก็มีชาวบ้านดูดออกจากรถมาเติมให้ ซึ่งใจดีและมีน้ำใจอย่างมาก ในส่วนเส้นทางที่จะเดินทางไปทำการแสดงก็จะปรับให้ใช้เส้นทางที่มุ่งตรงไปจุดหมายให้สั้นที่สุด แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องยกเลิกงานแสดง"
นายพีรพัฒน์ กล่าวต่ออีกว่า ในระหว่างทางที่ตนเองเดินทางได้พบเห็นประชาชนมีความเดือดร้อนจริงๆ ทุกคนต่างมารอคิวเพื่อจะเติมน้ำมัน ทั้งรถบรรทุก รถยนต์ รถการเกษตร เป็นภาพที่ลำบาก ในวันนั้นตนเองนั่งรถตู้ แต่ดูคิวแล้วอีกยาวไม่สามารถเติมได้จึงแวะเข้าห้องน้ำ ก็พบเห็นคนที่มาด้วยรถตู้โดยสาร มองมาที่รถตู้ของตนเองเหมือนคิดว่ารถตนเองเป็นรถตู้โดยสารเช่นกันอยากจะใช้บริการเพื่อเดินทรงไปต่อ พอตนเองทำธุระเสร็จก็ได้เข้ามาสอบถามชาวบ้านเหล่านั้นทราบว่ารถตู้มาจอดรอรถน้ำมันมาส่งเพื่อจะเติม แต่ละคนมารถตู้โดยสาร ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงเย็น ต้องรถรถขนส่งน้ำมันมาส่งในเวลาตี 4 ทำให้เดือดร้อนต้องนั่งรอ ทำให้เห็ยแล้วเป็นภาพที่น่าเห็นใจอย่างมาก ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวเองที่เดือดร้อนแต่ประชาชนทุกคนเดือดร้อนกันหมด
ได้ติดตามสถานการณ์น้ำมันหลังเกิดสงครามมาตั้งแต่วันแรก จนมีการเปิดเผยว่ามีน้ำมันเหลือ 100 วัน ลดลงมา 66 วัน มองแล้วจึงได้วางแผนดังกล่าวกับทีมงาน เพื่อเซฟน้ำมันให้ได้มากที่สุด และอยากฝากถึงทุกๆส่วน ทั้งประชาชน ชาวไร่ ชาวสวน ผู้มีอำนาจบริหาร ผู้ประกอบการ และนายทุน อยากให้มีความเมตตากัน ไม่อยากให้มีภาพการกักตุนเกินความจำเป็น เพื่อให้ทุกอย่างมีความสมดุลกัน ก็จะช่วยให้เราทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์นี้ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...