โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดบ้าน ธงทอง จันทรางศุ คลังหนังสือ 2 หมื่นเล่ม สายใยรักแห่งความผูกพัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.ค. 2565 เวลา 15.27 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2565 เวลา 15.22 น.
ธงทอง จันทรางศุ

ผู้เขียน : สองเราเคียงคู่

“บ้าน” แม้จะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ดูเหมือนจะไร้ชีวิต แต่แท้จริงแล้ว “บ้านคือทุกสิ่ง” ทั้งสร้างความผูกพันของคนที่อยู่ร่วมกันตามกาลเวลา ไม่ว่าจะสุข ทุกข์ กังวล หรือร้าวรานใจในบางครั้ง บ้านก็สามารถเยียวยารักษากายใจเราได้

“ดีไลฟ์-ประชาชาติฯ” ได้รับเกียรติจาก “ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ” ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม รวมทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ทางราชสำนัก และพระราชพิธี ที่เปิดบ้านแสนรักของครอบครัว “จันทรางศุ” ย่านลาดพร้าว-รัชดาฯ ใจกลางกรุงให้ทีมงานเข้าเยี่ยมชม ด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง

เปิดบ้านแสนรักของคน 3 รุ่น

บ้านปัจจุบันของอาจารย์ธงทองมีเนื้อที่รวมทั้งหมดเฉียด 400 ตารางวา หรือหย่อนไป 2 ตารางวาก็จะครบ 1 ไร่พอดี ลักษณะแปลงที่ดินเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สร้างต่อเนื่องถึงกัน ถ้าว่ากันตามฮวงจุ้ยถือว่าดีมาก เพราะเป็นที่ดินหน้ากว้างยาวตลอดแนว ที่บรรจุเรื่องราวมากมายทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

โดยที่แปลงนี้จะมีเรือนเก่า-ใหม่สร้างอยู่ร่วมกันเป็นอาณาจักรแห่งความสุขของคนตระกูล “ทอง” ทั้ง 3 รุ่น หรือ 3 เจเนอเรชั่นหลัง นับจากรุ่นที่ 2 คือ คุณพ่อ (นาวาอากาศเอก ธัชทอง จันทรางศุ) และ คุณแม่ (นางสุคนธ์ จันทรางศุ-ธิดาของ พระประมวลวินิจฉัย (ขัติ สุวรรณทัต) และ นางประมวลวินิจฉัย (สุดใจ ประมวลวินิจฉัย) นามสกุลเดิมคือ “ฮุนตระกูล”

รุ่นที่ 3 คืออาจารย์ธงทอง หรืออาจารย์หน่า กับน้องชาย (คุณยุ้ย-ธารทอง จันทรางศุ) และเตรียมรองรับสำหรับทายาทรุ่นใหม่ “น้องก้าน-กนกกุล และ น้องแก้ม-ธารกนก จันทรางศุ” ลูก ๆ ของคุณธารทอง

อาจารย์เล่าให้ฟังว่า บ้านที่พักอาศัยหลังนี้ผูกพันและอยู่กันมานาน เพราะเป็นบ้านที่คุณพ่อคุณแม่สร้างขึ้นเมื่อ 35 ปีที่แล้ว เนื้อที่ 190 ตารางวา เป็นบ้านสองชั้น โดยซื้อผ่อนส่งตั้งแต่อาจารย์ยังเยาว์วัย และด้วยสายตาที่มองเห็นการณ์ไกลว่า ต่อไปภายหน้าคนในครอบครัวอาจมีความจำเป็นต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม ท่านทั้งสองจึงซื้อที่ดินที่อยู่ติดกันเก็บเอาไว้

จนมาวันนี้ได้ใช้ประโยชน์แล้ว เมื่อน้องชายและน้องสะใภ้ได้สร้างบ้านหลังใหม่บนแปลงที่ดินดังกล่าว

จากเดิมมีการกั้นรั้วแบ่งเป็นสัดส่วน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจรื้อรั้วกั้นเขตออก เพื่อให้คนในบ้านทั้ง 2 หลัง เดินไปมาหาสู่กันได้สะดวก พร้อมปรับปรุงพื้นที่ระหว่างกลางเป็นสวนสีเขียว มีทางเดินเชื่อมถึงกัน ปลูกทั้งต้นไม้ใหญ่ยืนต้น ไม้ดอก ไม้ประดับ และกันพื้นที่บางส่วนปลูกพืชสวนครัว จำพวกตะไคร้ กะเพรา มะกรูด มะนาว ตามโอกาสและอากาศจะอำนวย

ล่าสุดได้ซื้อที่ดินแปลงติดกันเพิ่มเป็นแปลงสุดท้ายที่อยู่ด้านในสุดของซอย เพื่อจัดเตรียมสร้างบ้านใหม่อีกหลังให้เป็นสมบัติส่วนตัวของหลานอันเป็นที่รัก ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 4 ไว้อยู่อาศัยด้วยกัน

“บ้านที่ผมอยู่สร้างมานานแล้ว แต่โครงสร้างแข็งแรง มาต่อเติมเพิ่มก็ปีที่ผมเกษียณ ตอนนี้ผมอายุ 67 ปีแล้ว สร้างใหม่เป็นห้องกระจก มีตู้หนังสือ ห้องนี้กลายเป็นห้องรับแขก ใครไปใครมาก็มานั่งตรงนี้ ถ่ายรูปที่นี่ เพราะแสงสวย สว่างที่สุดแล้วในบ้านนี้ แอร์ก็เย็นฉ่ำ” อาจารย์เล่าไปหัวเราะไป

“ชีวิตผมมีความสุขกับครอบครัว อยู่กับคุณแม่ เราอยู่กันแบบเรียบง่าย ผมมีพี่เลี้ยงที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่ผมอายุ 8 เดือน ตอนนี้เรายังเป็นครอบครัวเดียวกัน อยู่ดูแลกันจนทุกวันนี้ สุขภาพพี่เลี้ยงยังแข็งแรง แต่เดินเหินไม่คล่องตามธรรมดาของอายุ ผมจึงขอความเมตตาพระที่มารับบิณฑบาตในละแวกบ้านได้โปรดเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้าน เพื่อสะดวกและความปลอดภัยของทุกคน”

ห้องหนังสือคือศูนย์รวมความรู้และความรัก

นอกจากสายใยรักของความเป็นสายเลือดแล้ว อาจารย์ธงทองยังผูกพันกับ “หนังสือ” มาตั้งแต่เด็ก และรู้จักออมเงินเพื่อซื้อหนังสือที่ชอบเป็นของตัวเอง

“สมัยเรียนผมได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 5 บาท ใช้ไป 3 บาท ผมเก็บไว้ 2 บาท อาทิตย์นึงก็ครบ 10 บาทพอดี พอได้ซื้อหนังสือไว้อ่านเล่น” อาจารย์เล่าถึงสมัยเด็ก

พร้อมกับพาชมห้องสมุดบนบ้านชั้นสองที่นับว่าเป็นคลังหนังสือที่มีจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นจากบ้านทั่วไปที่ไม่ใช่หอสมุดแห่งชาติ และมีการประเมินว่า จำนวนหนังสือทั้งเก่าและใหม่ในบ้าน “ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ” มีมากถึง 20,000 เล่ม

ทุกห้องบนบ้านถูกจัดเป็น “ห้องสมุด” มีตู้สำหรับเก็บหนังสือแบ่งแยกหนังสือเป็นสัดส่วนแต่ละประเภท

ด้วยความที่ได้รับการปลูกฝังให้รักการอ่านมาแต่เด็ก ทำให้อาจารย์หลงใหลในสิ่งที่ผ่านมา เพราะทุกเรื่องราวล้วนมีความหมาย ทำให้ทุกตัวอักษรที่อาจารย์เขียนมีความละเอียดลึกซึ้งตรึงใจ

เช่นเดียวกับภาษาพูดที่สละสลวย เปรียบเปรยชวนตลกขบขัน คุยเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย แถมเรียกเสียงฮาได้ตลอด

แม้จะเป็นเรื่องเครียด ๆ ซึ่งหาได้ยากกับการสื่อสารในลักษณะเช่นนี้

“ผมโตมากับหนังสือ ถือเป็นมรดกของคุณพ่อคุณแม่ ทั้งรามเกียรติ์ ขุนช้างขุนแผน พระอภัยมณี ตอนเด็ก ๆ ผมชอบอ่านสี่แผ่นดิน ที่บ้านจึงมีหนังสือเก่ามากมาย”

ที่พลาดไม่ได้ “พล นิกร กิมหงวน” หรือ สามเกลอ ประพันธ์โดย ป. อินทรปาลิต ก็อยู่บนชั้นหนังสือของบ้านนี้ รวมถึง “สุภาษิตสอนชาย” หนังสือเล่มบางที่เรียกฮือฮาของใครหลายคนที่ได้ไปเยี่ยมบ้านในวันนั้น

นอกจากหนังสือวิชาการ ยังมีซัพพลีเมนต์เครือมติชน “ประชาชาติธุรกิจ” ครบรอบ 12 ปี เรื่อง “ทายาทธุรกิจร้อยล้าน” วางอยู่บนชั้นด้วย หากนับอายุหนังสือเล่มนี้ก็ล่วงเลยมาแล้วถึง 34 ปีเต็ม

ที่น่าภาคภูมิคือมีหนังสือตั้งแต่สมัยหมอบรัดเลย์ และหนังสือแนวชีวประวัติที่อาจารย์เก็บรักษารวบรวมไว้ เช่น สาแหรกสมัยคุณย่าของคุณแม่ที่เชื่อมโยงตระกูลเก่า “เปาโรหิตย์” และ “ดิศกุล” หากนับญาติแล้ว เท่ากับ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล มีศักดิ์เป็นคุณน้าของอาจารย์ธงทองด้วย

“ผมมีข้อตกลงกับหอจดหมายเหตุแห่งชาติจะนำส่งหนังสือที่ละการใช้งานแล้ว จัดส่งให้ทุก 2 เดือน รวม 3 กล่องเอกสาร เพราะนี่คือบันทึกวิถีชีวิต ไลฟ์สไตล์ เหตุการณ์บ้านเมือง ที่มีทั้งรูปถ่ายและตำนานไว้ศึกษาได้”

เลขนี้มีที่มา-ทะเบียนรถ 101 คือร้อยเอ็ด

จากบ้าน สายใยรัก มาถึง หนังสือ ยังมีอีกหนึ่งที่แฝงไว้ด้วยความภูมิใจของทายาทรุ่นหลาน นั่นคือ เลข 101 ที่เจ้าของบ้านตั้งใจให้เลขทะเบียนรถทุกคัน ทั้งรถใหญ่ รถเก๋ง ไปจนถึงมอเตอร์ไซค์ต้องพะด้วยเลขทะเบียน 101 เท่านั้น

“101 ก็คือร้อยเอ็ด เรื่องราวไม่มีอะไรมาก เพียงแค่นึกถึงคุณปู่ผมที่ท่านเคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด” อาจารย์เฉลยที่มา

คุณปู่ของอาจารย์ธงทองคือ อำมาตย์เอก พระยาสุนทรเทพกิจจารักษ์ (ทอง จันทรางศุ) อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดคนแรกของประเทศไทย เป็นอดีตผู้ถวายงานแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และเป็นต้นตระกูล “จันทรางศุ” ซึ่งเป็นนามสกุลพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 โดยมีคุณย่าชื่อ คุณหญิงแม้น สุนทรเทพกิจจารักษ์ (แม้น จันทรางศุ) (เดิมชื่อช้อย สกุลเดิมปัตตะพงศ์)

รวมอายุตระกูล “จันทรางศุ” ในปีนี้ก็ย่างเข้า 109 ปีแล้ว นับเป็นความภาคภูมิใจอีกตระกูลหนึ่งของเมืองไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...