โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาม่า ผนึก เลย์ เปิดตัวรสใหม่ปลุกตลาด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 12.53 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2565 เวลา 02.51 น.

คนไทยกระเป๋าแฟบ หนุนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1.8 ล้าน ขายดี 6 เดือนโต 6% “มาม่า” เจ้าตลาด เปิดเกมบุก จับมือ “เลย์” เปิดตัวสินค้า 2 รสชาติ ทุ่มงบฯ 40 ล้าน ปลุกตลาด ขยายฐานคนรุ่นใหม่ พร้อมกระตุ้นตลาดบะหมี่และขนมขบเคี้ยวโตต่อเนื่อง

นายเพชร พะเนียงเวทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมูลค่า 18,000 ล้าน ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาเติบโต 6% ปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ผู้บริโภคประหยัดค่าใช้จ่าย และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็เป็นสินค้าที่สามารถเข้าถึงง่าย

สำหรับสินค้าของบริษัท โดยเฉพาะ “มาม่า โอเค” ช่วง 6 เดือนแรกของปี มียอดขายที่เติบโตมากกว่าภาพรวมของตลาด โดยสามารถเติบโตได้ 30% และประเมินว่าในช่วงครึ่งปีหลังอัตราการเติบโตคงไม่ทิ้งห่างไปกว่านี้

สำหรับแนวทางการดำเนินงานของบริษัท หลังจากที่มาม่าครบรอบครบ 50 ปี ซึ่งได้เดินหน้าตามกลยุทธ์หลัก คือ ก้าวสู่ฟู้ดอินโนเวชั่นเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะมาม่า โอเค ที่เคยประสบความสำเร็จกับรสผัดไข่เค็มอย่างมาก จากนี้ไปบริษัทต้องการผลักดันให้มาม่า โอเค ขยายเข้าสู่กลุ่มแมสมากขึ้น จากเดิมที่ลูกค้าเป็นกลุ่มอายุ 15-25 ปี จากปัจจุบัน มาม่า โอเค มี 7 รสชาติ

ดังนั้น เพื่อสร้างปรากฏการณ์และความแปลกใหม่อีกครั้ง ล่าสุดบริษัทได้จับมือกับผลิตภัณฑ์มันฝรั่งแผ่นทอด เลย์ ของบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด คิดค้นและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์มาม่า โอเค และเลย์ 2 รสชาติใหม่ คือ รสชิลลี่แครบ และรสมิโซะบัตเตอร์

โดยมาม่า โอเค ราคาซองละ 15 บาท ขณะที่เลย์ราคาเริ่มต้น 10-20 บาท (ขึ้นอยู่กับปริมาณ) เริ่มวางจำหน่ายให้ร้านสะดวกซื้อ เบื้องต้นวางจำหน่ายประมาณ 6 เดือน คาดว่าจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

โดยความร่วมมือดังกล่าว เริ่มต้นจากฝั่ง R&D ได้วิเคราะห์สภาพตลาดปัจจุบันพบว่า วัยรุ่นที่เดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งเมนูราเมงมิโซะบัตเตอร์ได้รับความนิยมสูง ประกอบกับสิงคโปร์จะมีร้านจัมโบ้ชื่อดังและมีเมนูจานหลักก็คือ ชิลลี่แครบ ที่ได้รับความนิยมมาก จึงนำมาปรับสูตรให้สอดรับกับความต้องการของลูกค้าคนไทย เน้นโฟกัสเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นหลัก

โดยการพัฒนารสชาติใหม่ ๆ ให้หลากหลาย จะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคและช่วยสร้างสีสันให้กับตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และมันฝรั่งแผ่นทอด ขณะเดียวกันก็จะทำให้ทั้ง 2 แบรนด์ มีกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันก็มีแผนจะเร่งทำตลาด โดยวางงบประมาณไว้ที่ 30-40 ล้านบาท และเตรียมจะออนแอร์ภาพยนตร์โฆษณาผ่านแคมเปญ “จอยรสชาติอร่อยข้ามจักรวาล” เน้นสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ อินสตาแกรม, ทวิตเตอร์, ติ๊กต๊อก และยูทูบ

ซึ่งตลอดปี 2564 ที่ผ่านมา บริษัทได้เน้นทำการตลาดผลิตภัณฑ์ มาม่าโอเค ค่อนข้างมาก รวมถึงมีการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูทันสมัยและวัยรุ่นมากขึ้น และสามารถขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ทุกครั้งที่มีการไลฟ์ผ่านสื่อออนไลน์ และการจับมือกับเลย์ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่มาม่าจับมือกับพันธมิตรเพื่อทำการตลาดร่วมกัน และในอนาคตอาจจะมีการร่วมมือในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

ด้านนางสาวพรรณทิพา พงศ์ชัยฤกษ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์เลย์ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวต่อว่า สำหรับกลยุทธ์ของผลิตภัณฑ์เลย์ ให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เป็นระยะ

โดยปี 2565 เตรียมลอนช์อีกหลายรสชาติ พร้อมจับมือกับพันธมิตรธุรกิจใหม่ ๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มอาหารเท่านั้นอาจจะไปอยู่ในแพลตฟอร์ม เช่น เน็ตฟลิกซ์เป็นต้น อย่างการร่วมมือกับมาม่าก็เป็นโอกาสช่วยขยายฐานลูกค้าเจนใหม่ ๆ และช่วยผลักดันตลาดให้มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันตลาดขนมขบเคี้ยวมูลค่า 37,000 ล้าน เติบโตขึ้น 4.1% โดยแบ่งสัดส่วนเป็นมันฝรั่งทอดกรอบ 40% ขณะนี้เริ่มมองเห็นสัญญาณบวก จากปัจจัยที่ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตและร่วมกิจกรรมตามปกติ และนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา ประกอบกับภาครัฐเตรียมสานต่อนโยบายคนละครึ่ง ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นยอดขายได้ และการร่วมมือกันกับมาม่าครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นตลาดขนมขบเคี้ยวให้เติบโตเพิ่มขึ้นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...