โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แนะพัฒนา ระบบสุขภาพของรัฐ 3 ระบบ ให้ทุกกลุ่มเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน

Khaosod

อัพเดต 20 ต.ค. 2566 เวลา 04.02 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2566 เวลา 21.21 น.
แนะัพัฒนาระบบรักษาสุขภาพของประชาชน

แนะพัฒนา ระบบสุขภาพของรัฐ 3 ระบบ ให้ทุกกลุ่มเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และให้ทุกกลุ่มเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน

วันที่ 19 ต.ค.2566 นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เสนอให้คณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติเร่งแก้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระบบประกันสังคม และระบบสวัสดิการข้าราชการ ให้ทันสมัย ครอบคลุมและมีคุณภาพ

เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมานายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นรองประธาน

คณะกรรมการชุดนี้มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาและขับเคลื่อนระบบสุขภาพแห่งชาติในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์วิกฤตฉุกเฉินด้านสุขภาพ กลั่นกรองนโยบายสำคัญก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี

ทั้งเสนอแนะทางพัฒนานโยบายและขับเคลื่อนระบบสุขภาพแห่งชาติต่อคณะรัฐมนตรี ตลอดจนกำกับ ดูแลบูรณาการความร่วมมือทางนโยบายและแผนระดับประเทศระหว่างส่วนราชการกับทุกฝ่าย

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า คณะกรรมการมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จึงเป็นชุดที่มีความสำคัญมากที่สุดในระบบสุขภาพของประเทศไทย ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น Super Board ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในระบบสุขภาพของประเทศไทย

ในสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เคยมีความพยายามจัดตั้งคณะกรรมการลักษณะนี้ ในชื่อ คณะกรรมการสุขภาพระดับชาติ หรือ National Health Board แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากมีการตั้งคำถามเรื่องการแทรกแซงการทำงานของหน่วยงานสุขภาพต่างๆ

ดังนั้นการตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกครั้งนี้้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไม่เข้าไปแทรกแซงนโยบายและการทำงานของหน่วยงานทางสุขภาพที่ทำงานอยู่แล้ว โดยการให้อิสระในการทำงานเช่นเดิมและไม่ก้าวก่ายตลอดจนกำกับหรือเพิ่มขั้นตอนการทำงานให้หน่วยงานเหล่านั้น

เนื่องเพราะการที่นายกรัฐมนตรีและรองประธานอีกสองคนเป็นคนนอกในระบบสาธารณสุข เข้ามากำกับในคณะกรรมการชุดนี้ แทนที่จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตามปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี จากพรรคเพื่อไทยมาเป็นเลขานุการของคณะกรรมการ ในขณะที่มีนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว จากพรรคเพื่อไทย เป็น รมว.สาธารณสุข ทำให้อาจถูกมองว่าเป็นคณะกรรมการทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย

นายแพทย์สุรพงษ์ เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขมาก่อน และมีผลงานการขับเคลื่อนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทองสามสิบบาทรักษาทุกโรค ทำให้ถูกจับตาว่ามาครั้งนี้จะขับเคลื่อนในเรื่องใด

นายสุรพงษ์กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่คณะกรรมการชุดนี้จะเข้ามาจัดการ น่าจะเป็นเรื่องการจัดการบริการสาธารณสุขของไทย ซึ่งปัจจุบันมี 3 ระบบใหญ่ๆ แต่ละระบบมีแนวคิดและการจัดการแตกต่างกัน คือ

ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่รับรองให้บุคคลมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการสาธารณสุขที่เหมาะสม และได้มาตรฐาน

ระบบประกันสังคม ที่เน้นให้สังคมดูแลซึ่งกันและกัน รัฐจะดูแลประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงาน โดยให้ตัวแรงงานและนายจ้างมีส่วนร่วม

ระบบสวัสดิการข้าราชการ ที่เป็นสวัสดิการที่รัฐให้แก่ข้าราชการ พนักงานและลูกจ้าง

แต่ละระบบมีประเภทของบริการและวิธีจัดบริการสาธารณสุขไม่เหมือนกัน ทำให้ผู้เข้ารับบริการในแต่ละระบบ เข้าถึงประเภทและมาตรฐานการบริการสาธารณสุขซึ่งเป็นบริการขั้นพื้นฐานที่เหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมกัน

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะเห็นปัญหานี้ โดยมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2555 เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำระหว่าง 3 กองทุนสุขภาพของรัฐ แต่ยังมีความเหลื่อมล้ำตลอดมา

ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากระบบสวัสดิการข้าราชการและระบบประกันสังคมมีมาก่อน ในขณะที่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าซึ่งมีในช่วงหลัง ได้พัฒนาในหลายๆเรื่องให้เหมาะสมกับยุคสมัย ขณะที่สองระบบก่อนไม่ได้มีการปรับให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและยุคสมัย

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิรูประบบให้บริการของข้าราชการและประกันสังคมให้ทันสมัย และกำหนดนโยบายและดำเนินการให้ผู้รับบริการทั้งสองระบบได้รับบริการไม่ต่ำกว่าบริการขั้นพื้นฐานตามระบบหลักประกันสุขภาพ

นายสุรพงษ์เสนอว่า ต้องแก้ไขพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กำหนดให้ผู้รับบริการต้องใช้สิทธิจากระบบบริการที่ตนมีสิทธิก่อน และเพิ่มเติมว่า หากสิทธินั้นด้อยกว่าหรือไม่ครอบคลุมเท่ากับสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้ได้รับสิทธิเท่าที่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด

นอกจากนี้แก้ไขเพิ่มเติมประกาศของกระทรวงสาธารณสุขเรื่องบุคคลที่ไม่ต้องร่วมจ่ายค่าบริการ ให้คนเร่ร่อน คนไร้ที่พึ่ง คนไร้รากเหง้า คนที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร เป็นบุคคลที่ไม่ต้องร่วมจ่ายค่าบริการด้วย

ในส่วนระบบสวัสดิการข้าราชการ ต้องเพิ่มการจัดสวัสดิการด้านสุขภาพให้กับเจ้าพนักงานส่วนท้องถิ่น อาทิ อบจ. อบต. ตลอดจนให้สวัสดิการด้านสุขภาพกับพนักงานฝ่ายปกครอง อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ด้วย

และในส่วนระบบประกันสังคม ต้องแก้ไขให้ครอบคลุมถึงบริการด้านการตรวจสุขภาพและการป้องกันโรค ในส่วนสิทธิของแรงงานนอกระบบ ให้นายจ้างเข้ามามีส่วนร่วม และให้แรงงานนอกระบบมีสิทธิเช่นเดียวกับแรงงานอื่นๆทั่วไป

เนื่องด้วยคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ เป็นคณะกรรมการใหญ่ที่สุดในระบบสาธารณสุข จึงจำเป็นต้องฟังเสียงและได้รับการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขที่เหมาะสม มีคุณภาพและมาตรฐาน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้รับบริการสาธารณสุขเป็นสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...