โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Smart คุยโว Pilot Assist 2.0 เวอร์ชั่นใหม่เทียบชั้น Tesla

AutoFun Thailand

อัพเดต 26 ต.ค. 2566 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2566 เวลา 12.54 น. • May
Smart เตรียมเปิดตัวระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Pilot Assist 2.0 เวอร์ชั่นใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะติดตั้งในรุ่นใดเป็นโมเดลแรก

Smart เตรียมเปิดตัวระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Pilot Assist 2.0 เวอร์ชั่นใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะติดตั้งในรถรุ่นใดเป็นโมเดลแรก

ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ของ Smart ใช้ชื่อว่า Pilot Assist 2.0 จะมาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ล่าสุดอย่าง Navigation Smart Pilot (NSP) ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนตัวรถจากจุดเริ่มต้นไปสู่จุดหมายทั้งบนถนนไฮเวย์และถนนต่าง ๆ ได้ด้วยระบบอัตโนมัติได้มากขึ้น

Smart ระบุว่า Pilot Assist 2.0 ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดจากรุ่นเดิมจะมีความล้ำสมัยในการทำงานเทียบเท่าระบบ Enhanced Auto Pilot ของ Tesla โดยสามารถเร่งแซงได้อัตโนมัติ เปลี่ยนเลน ขึ้นและลงไฮเวย์ รวมถึงการขับเคลื่อนผ่านการจราจรที่ติดขัดได้

ไม่เพียงเท่านั้น Smart ยังวางแผนนำเสนอ Pilot Assist 3.0 พร้อมระบบ NSP Pro ในช่วงปลายปี 2024 อีกด้วย โดยจะเป็นการอัพเดทแบบไร้สายหรือ OTA

Smart เตรียมเปิดตัวระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Pilot Assist 2.0 เวอร์ชั่นใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะติดตั้งในรุ่นใดเป็นโมเดลแรก

ช่วยเหลืออย่างล้ำสมัยมากขึ้น

รถยนต์ Smart ที่จะได้รับการติดตั้งระบบ Pilot Assist 2.0 เป็นรุ่นแรกยังจะมาพร้อมระบบ 12 Mobileye SuperVision ซึ่งเป็นชุดการตรวจจับอย่างละเอียดยิบ โดย 11 ชุดแรกจะเฝ้าระวังการจราจรแวดล้อม ส่วนอีก 1 ชุดจะตรวจจับสมาธิของผู้ขับขี่

Smart ระบุว่าระบบชุดตรวจจับ Mobileye SuperVision ใช้ชิพส์ Mobileye EyeQ5 จำนวนทั้งหมด 2 ตัวในการประมวลผลการทำงาน พร้อมด้วยชิพส์เซ็ทอีกหนึ่งชุดสำหรับการทำงานของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่

Smart เตรียมเปิดตัวระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Pilot Assist 2.0 เวอร์ชั่นใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะติดตั้งในรุ่นใดเป็นโมเดลแรก

ด้าน Tesla นำเสนอระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติแบ่งเป็น 3 ระดับ เริ่มจาก AutoPilot ต่อมาคือ Enhanced Auto Pilot และระดับสูงสุดคือ Full Self Driving (FSD) ซึ่งสามารถตรวจจับสัญญาณไฟจราจรและป้ายหยุดได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ระบบขับขี่กี่งอัตโนมัติทั้ง 3 ระดับของ Tesla ยังถูกขมวดให้อยู่ในระบบขับขี่อัตโนมัติระดับที่ 2 ตามมาตรฐาน SAE นั่นหมายถึงผู้ขับขี่ยังต้องมีสมาธิอยู่ตลอดเวลา สายตาต้องมองไปข้างหน้า และมือต้องจับพวงมาลัย

หากระบบในรถยนต์ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ขับขี่จับพวงมาลัยหรือมองถนนข้างหน้าตลอดเวลาก็จะถือว่าอยู่ในระดับที่ 3 ซึ่งปัจจุบันมี Honda Legend ที่เคยนำเสนอเป็นรุ่นโปรดักชั่นมาแล้ว แต่ผลิตจำนวนจำกัดและออกจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...