โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิวัฒนาการของเหล่าวาฬ จากกวางตัวเล็ก 4 ขาสู่สัตว์ยักษ์ แลกทุกอย่างเพื่อใช้ชีวิตในน้ำ

Environman

เผยแพร่ 24 ก.ค. 2566 เวลา 01.00 น.

เมื่อวานเป็นวันวาฬและโลมาโลก จาก ‘กวาง’ โบราณตัวเล็ก กลายเป็นสัตว์ใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา ใหญ่ยิ่งกว่าไดโนเสาร์ สิ่งมีชีวิต 4 ขาตัวนั้นได้เดินลงน้ำแล้วแลกขาของมันให้กลายเป็นครีบและหาง ยอมเสียทุกอย่างที่เคยมีมาเพื่อสิ่งที่ใหญ่กว่า

ใช่แล้ว นั่นคือสัตว์จำพวกวาฬ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่วิวัฒนาการลงไปอยู่ในน้ำ พวกมันจึงไม่ใช่ปลาที่หายใจด้วยเหงือก แต่พวกมันทำได้ยังไง แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังประหลาดใจกับสิ่งนี้

จุดเริ่มต้น - เมื่อประมาณ 50 ล้านปีที่แล้วมีสัตว์กีบเท้าขนาดพอ ๆ กับข้อเท้าของเราที่ชื่อว่า Indohyus ซึ่งอาศัยอยู่ในอินเดียและปากีสถานขณะนั้น มันกินดอกไม้และผลไม้เป็นอาหาร ใช้ชีวิตอยู่ใกล้แม่น้ำ

Hans Thewissen ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยการแพทย์โอไฮโอตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ศึกษาวิวัฒนาการของวาฬมาหลายปีและเขียนหนังสือ The Walking Whales: From Land to Water in Eight Million Years กล่าวว่า “โดยทั่วไปแล้ว Indohyus ดูเหมือนกวางตัวเล็ก ๆ ขนาดเท่าแมว”

ฟอสซิลกระดูกที่หนาแน่นของมันชี้ว่าเจ้าตัวเล็กนี้ใช้ชีวิตอยู่ในน้ำเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเวลาผ่านไปมันพัฒนาสิ่งมีชีวิตที่มีชื่อว่า Pakicetus ซึ่งปรับให้เข้ากับน้ำมากขึ้นและเปลี่ยนไปกินเนื้อเพิ่มขึ้น สัตว์ชนิดนี้ประสบความสำเร็จและเปลี่ยนจมูกให้ยาวขึ้นเหมือนจระเข้ แขนขาทั้ง 4 ก็ค่อย ๆ สั้นลง

พร้อมกับกลายเป็นนักว่ายน้ำที่เก่งขึ้น และเมื่อเวลาพร้อมมันก็กลายเป็นสิ่งใหม่ที่ชื่อว่า ‘remingtonocetids’ ซึ่งปรากฏตัวขึ้นในช่วง 49-42 ล้านปีก่อน มันแตกออกเป็นหลายสายพันธุ์ บางตัวเหมือนนากยักษ์ บางตัวก็มีจมูกยาวขึ้นอีก และบางตัวก็เหมือนตะโขงในปัจจุบัน

มันเป็นช่วงเวลาที่สิ่งมีชีวิตทดลองและปรับเปลี่ยนร่างกายให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นช่วงที่รูปร่างเปลี่ยนไปอย่างมาก บรรพบุรุษกลุ่มแรกของวาฬที่เริ่มเข้ามหาสมุทรอย่างจริงจังคือ ‘protocetids’ มันดูเหมือนสิงโตทะเลเล็กน้อย ซึ่งยังมีแขนขาที่ใหญ่พอที่จะพยุงตัวมันขึ้นบกได้

จากนั้นมันก็กลายเป็นสิ่งที่ “เราจะจำได้ว่าเป็นวาฬจริง ๆ” Thewissen บอก นั่นคือ ‘basilosaurids’ พวกมันมีอยู่ 2 แบบ คือ Basilosaurus isis กลุ่มที่ดูเหมืองงูทะเลยักษ์ ตัวยาวพอ ๆ กับรถบัส แต่ยังมีขาหลังเล็ก ๆ และแขนด้านหน้ากลายเป็นครีบทั้งหมด

ส่วนอีกกลุ่มคือ dorudontines ซึ่งมีลักษณะคล้ายโลมานิดหน่อย มีครีบและไม่มีคอ สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือพวกมันทั้งสองย้ายรูจมูกขึ้นไปอยู่บนหัวซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการหายใจมากกว่า สิ่งมีชีวิตเหล่านี้สูญพันธุ์ไปเมื่อราว 42-34 ล้านปีก่อน และเข้าสู่ยุคของวาฬสมัยใหม่

ลูกหลานของ basilosaurids สูญเสียขาหลังไปตลอดกาลและแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มของวาฬที่เรารู้จักในปัจจุบันคือวาฬบาลีน(วาฬไม่มีฟัน)และวาฬมีฟัน วาฬบาลีนเป็นบรรพบุรุษของวาฬหลังค่อม วาฬหัวคันศร วาฬไรท์ และวาฬสีน้ำเงิน

ขณะที่วาฬมีฟันเป็นบรรพบุรุษของ ออร์ก้า โลมา วาฬสเปิร์ม วาฬเบลูก้า และวาฬคูเวียร์ (โลมาเป็นกลุ่มย่อยของกลุ่มนี้) โดยสายพันธุ์วาฬเก่าแก่ที่สุดที่มีชีวิตอยู่ในทุกวันนี้อายุย้อนหลังไปมากสุดแค่ 10 ล้านปีเท่านั้น และสายพันธุ์ส่วนใหญ่มีอายุไม่กี่ล้านปี

แต่พวกมันก็ได้เดินทางมาอย่างยาวไกล จากสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ เปลี่ยนพันธุกรรมของตัวเอง เปลี่ยนระบบภูมิคุ้มกันจากบนบกเป็นในน้ำ เปลี่ยนระบบการรับรู้จากดมกลิ่นเป็นโซนาร์ เปลี่ยนโครงสร้างร่างกายให้ดำน้ำลึก และกลายเป็นหนึ่งในสัตว์ที่มีความพิเศษที่สุดที่ไม่เคยพบมาก่อน

วาฬ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล

ข้อมูลจาก

https://arstechnica.com/…/the-evolution-of-whales…/…

https://www.discovermagazine.com/…/how-ancient-deer…

https://bigthink.com/…/ancient-deer-like-creatures…/

Photo : New York Institute of Technology

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...