โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ข้ามาเป็นนางร้ายแต่สกิลดันเทพกว่านางเอกซะงั้น

นิยาย Dek-D

อัพเดต 03 ก.พ. 2567 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2567 เวลา 10.36 น. • น้องหลัน
ให้ข้ามาเข้าร่างของนางร้ายที่เลวบัดซบขนาดนี้ แล้วยังมาให้ข้าเห็นภูติผีปีศาจอีก ถูกสามีรังเกียจ ถูกชาวบ้านประนาม ครอบครัวสามีสุดยากจน … แต่ไม่เป็นไร เข้าจะค่อยๆเพิ่มความร่ำรวยให้บ้านโจวเอง !!

ข้อมูลเบื้องต้น

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาจากมโนของไรท์ เพื่อสนองนีทของไรท์ล้วนๆ

ไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์อันใดทั้งสิ้น

สำนวนอาจจะบ่ได้สวยหรูเพราะไรท์ก็มีสำนวนของตัวเองอยู่บ้าง

อาจจะไม่ถูกใจใครหลายๆคนก็ขอโทษด้วยนะเจ้าคะ

หากไม่สบายที่จะอ่านนิยายเรื่องนี้ ยังมีนิยายเรื่องอื่นให้อ่านเจ้าคะ

จิ้มลิ้งได้เลยค่ะ ♥

https://writer.dek-d.com/nongfahmaread/writer/view.php?id=2285976
สตรีปลูกผักเช่นข้ามิง้อบุรุษ

https://writer.dek-d.com/nongfahmaread/writer/view.php?id=2172116

ข้าจะร่ำรวยกว่าพวกท่านให้ดู

ห้ามเผยแพร่หรือดัดแปลงทุกกรณี !!

เริ่ม

มีไว้อวดปกนะเจ้าคะ ไปอ่านโลดดดด >>>

ช่องว่างสีดำ

ม่านฟ้านอนอยู่บนเตียงภายในหอพักของตนเองหลังจากเลิกงานมา ดวงตาจับจ้องแต่ตัวอักษรบนหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองอย่านิ่งงัน เป็นแบบนี้มาสองวันติดแล้ว

“นิยายน้องหลันนี่ดีจริงๆ พอเปิดเรื่องใหม่ต้องตามให้เร็วที่สุดแล้ว ฮิฮิ”

ม่านฟ้าเป็นนักอ่านนิยายตัวยง เธอเป็นแฟนนิยายของน้องหลัน นักเขียนที่เธอชื่นชอบที่สุด เพราะน้องหลันเป็นนักเขียนที่น่ารัก ตะมุตะมิ และยังชอบอ่านคอมเมนต์ของนักอ่านอีก ม่านฟ้าจึงชอบน้องหลันมากเป็นพิเศษ

เธอใช้เวลาบนเตียงอ่านนิยายเรื่องข้าจะร่ำรวยกว่าพวกท่านให้ดูราว ๆ 10 วัน แล้วก็มาอ่านเรื่องสตรีปลูกผักเช่นข้ามิง้อบุรุษอีกหลายวัน เพียงแต่คุณน้องหลันกว่าจะอัพนิยายแต่ละตอนใช้เวลาเป็นวัน นางจึงไปอ่านนิยายเรื่องอื่นรออยู่บ้าง

ม่านฟ้าเป็นเพียงพนักงานออฟฟิตธรรมดาๆ ที่หน้าตาไม่ได้ดีเด่อะไร ไม่มีแฟน ไม่มีครอบครัว เธอเป็นเด็กกำพร้า อีกทั้งไม่มีเพื่อนฝูง เพราะเธอใช้ชีวิตอยู่กับนิยายซะส่วนใหญ่ เรียกได้ว่าพอพักทำงานตอนพักเที่ยงเธอก็จะหยิบโทรศัพท์ของตนเองขึ้นมาแล้วเปิดหน้านิยายที่คุ้นเคยทันที

วันนี้เธออ่านนิยายเรื่อง โจวจางเหอวีรบุรุษสู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับ ซึ่งเป็นนิยายที่เธออ่านแล้วอยากจะหยุมหัวนังนักเขียน . . . เพราะรู้สึกขัดใจกับตัวร้ายของเรื่องมาก

นิยายดำเนินไปอย่างไม่เร่งรีบ เป็นเรื่องของพระเอกของเรื่อง โจวจางเหอ ถูกเอารัดเอาเปรียบจากครอบครัวเดิม บิดามารดาเสียชีวิตทำให้ครอบครัวใหญ่ขับไล่เขาออกมาอยู่ห้องเก็บของเล็กๆ พร้อมกับน้องชายอีกหนึ่งคน ใช้ชีวิตลำบากไม่น้อย สมบัติของบิดามารดาที่จากไปก็ถูกท่านปู่ท่านย่าริบไปจนหมด ใช้ชีวิตอดมื้อกินมื้อตั้งแต่เด็ก

เท่านั้นยังไม่พอ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เขาต้องการใช้เงินรักษาน้องชายที่ป่วย จึงตัดสินใจตบแต่งกับตัวร้ายอย่าง เหว่ยซูเซียน คุณหนูตกอับที่ถูกไล่ออกจากตระกูลเหว่ยเพื่อแลกกับเงินเพียง 40 เหรียญทองแดง น้องชายของเขาป่วยและต้องการยาอย่างเร่งด่วน จึงต้องยอมรับเงื่อนไขของบ้านเดิม ต้องตบแต่งเหว่ยซูเซียนเข้ามาเป็นภรรยาตามเงื่อนไข

พระเอกต้องทำงานหนักขึ้นเพราะต้องหาเงินมากขึ้น เหว่ยซูเซียนคิดว่าตนเองยังเป็นคุณหนูอยู่ จึงได้ทำตัวเฉกเช่นคุณหนู งานไม่ทำ มัวแต่แต่งตัวงดงามไปวันๆเพราะรูปโฉมของเหว่ยซูเซียนไม่ธรรมดา แม้จะแต่งงานไปแล้วก็ยังมีบุรุษมาชายตาอยู่ตลอด

โจวจางเหอเองก็ให้เกียรติเธอมาก แม้จะตบแต่งแล้วก็ไม่คิดจะหักหาญน้ำใจแม้แต่น้อยเพราะเขารู้ดีว่าภรรยาของเขารังเกียจเขาที่ต้องทำงานหนักและไม่ได้รูปงามเท่าบุรุษภายในเมือง

แต่ในมุมมองของนักอ่านม่านฟ้าก็รู้สึกว่าโจวจางเหอรังเกียจเหว่ยซูเซียนยิ่งกว่าสิ่งใด นอกจากรูปลักษณ์แล้วก็ไม่มีอะไรดีแม้แต่น้อย เพราะจริงๆแล้วโจวจางเหอมักจะกลั่นแกล้งนางอยู่บ้างตามมุมมองของนักอ่าน

“ตอนไหนนางร้ายจะตาย ชั้นจะอ่านข้ามไปตอนนั้นเลย ไค่หุยย”

ตอนที่โจวจางเหอเข้าป่าไปเพื่อหาสมุนไพรและล่าสัตว์หาเลี้ยงครอบครัว ตัวร้ายของเรื่องอย่างเหว่ยซูเซียนก็ไปทุบตีน้องชายของพระเอกที่กำลังป่วยหนักเพราะเขาแอบกินแผ่นแป้งย่างของนางไปหนึ่งแผ่น

ท้องของเขาหิวโหยมาก ตั้งแต่พระเอกแต่งงานกับพี่สะใภ้คนนี้มา โจวเหยียนก็ไม่เคยได้ทานอะไรดีๆแม้แต่น้อย ของดีดีต้องตกเป็นของเหว่ยซูเซียนอยู่ตลอด

เหว่ยซูเซียนมีสินเดิมที่ได้มาจากครอบครัว เพียงแต่ว่าไม่เคยใช้กับครอบครัวโจว เธอมักจะใช้ซื้ออาภรณ์ใหม่ๆของตัวเองและซื้อของดีๆกิน ในห้องของเธอมีน้ำตาลเอาไว้ อีกทั้งยังมีขนมที่แอบซื้อมา

“โอ้ยยย เหว่ยซูเซียนนี่เป็นนางร้ายแบบนางร้ายจริงๆเลยอะ นั่นผัวตัวเองบาดเจ็บนะยังเอาเงินไปซื้อของไร้สาระ อินจัด”

ม่านฟ้ารู้สึกเกลียดเหว่ยซูเซียนมากถึงมากที่สุด ยิ่งอ่านยิ่งอินเมื่ออ่านถึงฉากที่พระเอกของเรื่องล่าสัตว์จนบาดเจ็บหนักมา ตัวร้ายไม่เคยยื่นมือเข้าไปดูแลแม้แต่น้อย หรือไม่เคยเจียดเงินหาหมอมารักษาแม้แต่เหรียญเดียว แต่กลับนำหมูป่าที่พระเอกของเรื่องล่ามาได้ไปขาย และนำเงินมาซื้อปิ่นปักผมงดงามราคาแพงมาสวมใส่ซะเอง

“โอ๊ยยย โมโหโวยยย” ม่านฟ้าสบถออกมาอย่างห้ามไม่อยู่!!

เรื่องดำเนินไปเรื่อย ๆจนถึงฉากที่ เหว่ยซูเซียนถูกสหายในหมู่บ้านชักชวนไปในเมือง แต่ทว่าผู้เป็นสามีและน้องนั้นป่วยหนัก เธอไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ไปในเมืองหลวง จึงได้ถือเสื้อผ้าของตนเองเดินไปที่แม่น้ำของหมู่บ้านที่ทั้งเชี่ยวทั้งลึก จะไปซักเสื้อผ้าของตนเอง แต่ทว่าแต่ไหนแต่ไรมาเธอไม่เคยซักเสื้อผ้าเองมาก่อน

จนสุดท้ายมีใครบางคนผลักเธอจากข้างหลังตกน้ำลงไปเมื่อขึ้นมาได้ก็ไม่ได้หมดลมหายใจไปซะทีเดียว แต่กลับสลบไสลป่วยหนัก บ้านโจวจึงได้ลำบากมากยิ่งขึ้นเมื่อมีแต่คนป่วย ใครไม่รู้แต่ม่านฟ้ารู้ . . . พ่อพระเอกของเราหมายจะเอาคืนให้กับน้องชายที่ถูกทุบตี เขาจึงแอบตามเมียของตัวเองออกมาแล้วได้ผลักนางตกน้ำ

ม่านฟ้ารู้สึกขัดใจมากถึงมากที่สุด พร้อมอุทานออกมาอย่างเหลืออด

“โอ๊ย!! ทำไมไม่ตายๆห่า ไปเลย ใครแม่งไปช่วยมันวะ อยู่ไปก็รกโลกนังตัวร้ายเอ๊ย”

ม่านฟ้าทนไม่ไหวแต่ก็กล้ำกลืนอ่านต่อไปอีกสักหน่อย พระเอกของเรื่องก็ดูแลตัวร้ายอยู่บ้าง เพียงแต่ลำบากจนแทบทนไม่ไหว เงินสักเหรียญก็ไม่มีเหลือ แม้ป่วยก็ยังต้องเข้าป่าเพื่อขุดมันมาประทังชีวิตของสามชีวิต

“โอ๊ย รันทดเกินไป ไม่ไหวๆ”

ม่านฟ้าทนไม่ได้กับการอ่านนิยายที่พระเอกที่แสนดียากลำบากเช่นนี้ มันขัดใจเธอมาก !! ไหนจะเมียตัวร้าย ไหนจะครอบครัวเอารัดเอาเปรียบ จึงอ่านข้ามๆไปตอนจบ พระเอกของเรื่องจะเจอนางเอกและถูกนางเอกช่วยเอาไว้ ด้วยสกิลของนางเอกทำให้หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ตกหลุมรักกันช่วยเหลือกันมาเรื่อย ๆ

ตัวร้ายของเรื่องหึงหวงผู้เป็นสามี จึงตามราวีนางเอก และใช้ความเป็นภรรยาที่ตบแต่งเข้ามาก่อนป่าวประกาศไปทั่ว เพื่อบังคับให้พระเอกเลิกยุ่งกับแม่นางเอก นั่นทำให้ความอดทนของพระเอกหมดลง เขามองนางร้ายเป็นอากาศธาตุ ไม่สนใจนางแม้แต่น้อย อีกทั้งยังเกลียดถึงขนาดอยากให้นางร้ายหายไปจากแผ่นดินอีกด้วย

นางร้ายคิดว่าที่พระเอกเปลี่ยนไปเป็นเพราะนางเอก จึงตัดสินใจนำเงินทั้งหมดของตนเองซื้อยาพิษหมายจะวางยาพิษในถ้วยชาแก่แม่นางเอก สุดท้ายพระเอกรู้ทันกลับสลับสับเปลี่ยนถ้วยชานั้น ตัวร้ายถึงได้ตกตายไป

“ตายๆไปซะ ตัวร้ายก็ร้ายสมชื่อจริงๆ คนเขียนนะคนเขียน เขียนซะตัวร้ายของเรื่องดูโง่เลย มารู้ตัวว่ารักพระเอกตอนที่นางเอกเข้ามา พระเอกยอมมาตั้งหลายปีก็ไม่เหลียวแล สมน้ำหน้าแล้ว นังปีฉาด !!”

หลังจากนั้นพระเอกจะสามารถสอบแข่งขันจนกลายเป็นขุนนางอันดับ 1 จ้าวกระทรวงยุติธรรมได้และครองรักกับนางเอก กลายเป็นครอบครัวขุนนางใหญ่ ร่ำรวยมหาศาลและนิยายก็จบลงท่ามกลางความสมบุกสมบันของพระเอกตามชื่อเรื่อง โจวจางเหอวีรบุรุษสู้ชีวิตนั่นแหละ

ม่านฟ้าขัดใจเพราะสงสารพระเอกที่ต้องทนลำบากมานานมากกว่าจะได้เป็นขุนนาง เรื่องนี้แต่งเพื่อเล่าชีวิตความลำบากของพระเอกโดยแท้ เมื่ออ่านจบม่านฟ้าก็รู้สึกหลากหลายและรู้สึกเกลียดตัวละครเหว่ยซูเซียนมากถึงมากโคตรๆ เพราะหลายตัวแปรที่ทำให้พระเอกลำบากมากขึ้นก็คือตัวร้ายตัวละครนี้

ม่านฟ้าล็อคจอโทรศัพท์ของตนเองพร้อมกับนวดดวงตาที่ล้า หลังจากแหกตาอ่านนิยายมาหลายชั่วโมง และผล็อยหลับไปในทันที โดยที่เธอไม่รู้ว่าเธอได้อ่านข้ามฉากสำคัญบางอย่างในนิยายเรื่องนี้ไป . . .

ภายในห้วงของความฝัน ม่านฟ้ามองเห็นช่องว่างสีดำขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้าด้วยความเป็นคนขี้สงสัยอยู่แล้ว เพราะเธออ่านนิยายมากไป ในนิยายชอบมีฉากเช่นนี้ ความฝันที่เลือนลางและได้พรวิเศษ และก็ไปเกิดใหม่ในต่างโลกอย่างงงๆ

หากเธอได้พรวิเศษและใช้ชีวิตต่างโลกบ้างล่ะก็ นางจะต้องเป็นคนที่ร่ำรวยให้ได้ !! ร่ำรวยไม่พอจะต้องมีหลัวเป็นตัวตนอีกด้วย ใช้ชีวิตอย่างไม่ขัดสน เป็นที่อิจฉาของคนทั่วไป

ม่านฟ้าเอื้อมมือเข้าไปในช่องว่างสีดำขนาดใหญ่ทันที ไม่ปล่อยให้ความสงสัยครอบงำ ร่างทั้งร่างก็ถูกดูดเข้าไปในช่องว่างสีดำนั้นทันที

เฮือกกก !

เสียงร้องถูกเปล่งออกมาราวกับฝันร้าย ม่านฟ้าลืมตาขึ้นมาในความมืด กลิ่นอายและสัมผัสของการนอนไม่คุ้นเคยแม้แต่น้อย เธอกระพริบตาถี่ๆ หวังให้ตาของตนเองปรับเข้ากับความมืด ในใจบังเกิดความคิดมาหลากหลาย

“หรือว่าที่เรามโนขึ้นมา มันจะเป็นความจริง โฮลี่ชิททท ถามจริ้ง”

ม่านฟ้าเริ่มจับแขนจับขาตัวเองพบความไม่คุ้นเคยจริงๆ ก้มมองร่างกายตนเองเพราะตัวเธอนั้นดูผอมแห้งและตัวเล็กมาก เรียกได้ว่า นี่ไม่ใช่ตัวของเธอจริงๆ นางข้ามมิติทะลุเวลามาจริงๆ แต่ทะลุมาในร่างของใครเล่า ? หรือจะข้ามมาเป็นนางเอกของเรื่องกัน

เมื่อสายตาเริ่มปรับเข้ากับความมืดเธอก็หันไปมองรอบด้านอย่างสำรวจ บ้านฟางดูอ่อนแอและซอมซ่อ ภายในห้องนอนไม่มีอะไรเลย เธอสังเกตเห็นตะเกียงน้ำมันดวงน้อยๆที่ยังไม่ถูกจุดเพราะไส้ของมันใกล้จะหมดแล้ววางอยู่ จึงตัดสินใจจุดมันเพื่อสำรวจพื้นที่ทันที

“นี่เราทะลุมิติมาในยุคจีนโบราณจริงๆหรอเนี่ย พระเจ้าช่วยกล้วยหอมทอด !!”

ม่านฟ้าถือตะเกียงน้ำมันเดินออกจากห้องของตัวเอง เริ่มสำรวจห้องด้านข้างของเธอประตูแง้มอยู่จึงได้ถือวิสาสะเปิดเข้าไป เห็นเด็กน้อยคนหนึ่งหน้าซีดขาว นอนเบียดเสียดกับบุรุษรูปร่างค่อนไปทางผอมแต่มีโครงร่างกายที่สูงใหญ่

ทั้งคู่สวมใส่เสื้อผ้าขาดๆและปะชุน ท่าทางผอมแห้งแรงน้อยอย่างกับอะไร เด็กน้อยนอนกอดตนเองเอาไว้เพราะความหนาวยามค่ำคืน ผ้าที่ห่มเป็นผ้าเก่าๆดูแล้วไม่ช่วยให้อุ่นขึ้นเท่าไหร่

เมื่อเธอเดินเข้าไป บุรุษคนนั้นก็เหมือนรู้สึกตัวขึ้นมา เขากระพริบตาถี่ๆมองมาที่สตรีถือตะเกียงน้ำมันเข้ามาอย่างไม่เข้าใจ แต่ม่านฟ้าสังเกตเห็นว่าคิ้วของเขาขมวดขึ้นแวบหนึ่ง มันทำให้รู้ว่าคิ้วที่ขมวดคิ้วมานั้นเป็นเพราะความไม่พอใจอย่างชัดเจน

“อะ..เอ่อ”

“เจ้าแอบย่องเข้ามาในห้องนี้ด้วยเหตุใด ข้าไม่มีเงินให้เจ้าแม้แต่เหรียญเดียว ย่องเข้ามาก็หาได้มีประโยชน์อันใดไม่ ออกไปซะ” เสียงของบุรุษที่ลุกขึ้นมาทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ดวงตางดงามของเขามองมาที่ม่านฟ้ามีแต่ความเกลียดชังแบบปิดเอาไว้ไม่อยู่

ภาษาจีนโบราณ ? แต่นางกลับเข้าใจมันทั้งหมด

“ฉัน…ไม่สิ ข้าเพียงแค่มา . . .”

“เพียงแค่อันใดของเจ้า เหว่ยซูเซียน!! ข้าขอสั่งให้เจ้าออกไปเดี๋ยวนี้” บุรุษคนนั้นเดินเข้ามาประชิดตัวของเธอแล้วใช้มือของเขาบีบเข้าที่แขนของเธออย่างรุนแรง ม่านฟ้าถึงกับน้ำตาเล็ด รู้สึกหวาดกลัวบุรุษตรงหน้าอย่างห้ามไม่อยู่

เดี๋ยวนะ เหว่ยซูเซียน ? ชื่อนางร้ายในนิยายเรื่อง โจวจางเหอวีรบุรุษสู้ชีวิต ?

สมองของม่านฟ้าประมวลผลได้ในทันที . . . อย่างบอกนะว่าเธอย้ายเข้ามาอยู่ในนิยายที่พึ่งอ่านจบไป มิหนำซ้ำยังเข้ามาอยู่ในร่างของ นางร้ายเหว่ยซูเซียนที่เธอเกลียดนักเกลียดหนา ? ทำไมไม่เข้าไปอยู่ในร่างนางเอกเล่า ปั้ดโถ่ !!!

แล้วอย่าบอกเชียวนะว่าบุรุษตรงหน้าคือโจวจางเหอสามีของนาง

เปิดเรื่องใหม่แล้วนะเจ้าคะ !! มากันเร็ววววว

ฝากกด หัวใจ ♥ ฝากกด ติดตาม เรื่องใหม่ด้วยนะเจ้าคะ

สวัสดีปีใหม่ 2023 ย้อนหลังนะเจ้าคะ

ขอให้แม่ๆพ่อๆรี้ดทุกคนที่กำลังอ่านอยู่มีความสุข ความเจริญ

เรียนอยู่ก็ขอให้ได้เกรดดีๆ หากทำงานแล้วก็ขอให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

รัก ♥

อย่าใช้มารยากับข้า

“ขะ..ข้าเจ็บ” เหว่ยซูเซียนน้ำตาคลอเบ้า เอ่ยอย่างกล้าๆกลัวๆ เผชิญกับบุรุษตรงหน้าแล้วเธอรู้สึกหวาดกลัวอย่างแท้จริง เธอพึ่งข้ามมิติมานะไม่ทันไรก็จะตายอีกรอบแล้วงั้นหรอ ?

โจวจางเหอบีบแขนสตรีตรงหน้าที่ได้ชื่อว่าภรรยาอย่างลืมตัว ความโกรธความเกลียดที่ต้องมาเห็นสตรีตรงหน้าอีกครั้งทำให้เขาเผลอแสดงออกอย่างชัดเจน

เขาค่อยๆปล่อยแขนของเขาออกแล้วหันกลับไปมองรอบด้านอีกครั้ง ดวงตามีความตกใจปนอยู่ มองเห็นน้องชายที่นอนอยู่บนเตียงเขาก็พลันมีรอยยิ้มกว้างอย่างแปลกประหลาด นางเห็นภาพรอยยิ้มนั้นก็ขนลุกไปทั้งตัว

“เหว่ยซูเซียนจำเอาไว้ว่าข้าหาใช่คนเดิมไม่ ต่อไปหากจะมาทุบตีอาเหยียนอีก หากเจ้ายังทุบตีเขาอีกข้าจะฆ่าเจ้าซะ และข้ามิได้เพียงแค่ขู่เท่านั้น ข้าเอาจริง !!” โจวจางเหอกล่าวเท่านั้นแล้วลากตัวเหว่ยซูเซียนออกมาจากห้องของตนเองแล้วปิดประตูใส่หน้าของเธอทันที

ม่านฟ้าในร่างใหม่งงงวย หากนางเข้ามาอยู่ในนิยายจริงๆ เหตุใดโจวจางเหอพระเอกของเรื่องถึงเกลียดชังนางมากมายถึงเพียงนี้เล่า

ทั้งที่ในนิยายเขียนว่าโจวจางเหอดูแลเธอเป็นอย่างดี แม้จะรังเกียจนิสัยของนางอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ตั้งแง่จงเกลียดจงชังถึงเพียงนี้ เขาระลึกอยู่ตลอดว่าเพราะเหว่ยซูเซียนเขาถึงมีเงิน 40 เหรียญมารักษาน้องในช่วงเวลาวิกฤต อีกทั้งเขาไม่เคยแตะต้องเหว่ยซูเซียนด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้ถึงกับบีบแขนของนางจนเป็นรอยแดงเถือกเช่นนี้

ม่านฟ้าในร่างของเหว่ยซูเซียนยกแขนเล็กๆมาเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอด้วยตาเป็นจังหวะเดียวกับที่ตะเกียงน้ำมันของนางหมดลงพอดี ทำให้เธออยู่ในบ้านอันมืดมิดไม่คุ้นเคย

ดวงตามองไปรอบด้านหวังจะให้ดวงตาของนางปรับแสงได้ แต่ทว่าเมื่อมองออกไปตรงหน้าต่างนอกบ้าน เธอกลับมองเห็นอันใดบางอย่างที่ทำให้ดวงตาของนางค้างขึ้นมา

สตรีผมดำปิดบังใบหน้า ใบหน้ามีรอยของคมมีดเหวอะหวะ ดวงตาเบิกโพรงตัวซีดเซียวราวกับผี สตรีนางนั้นเบิกตากว้างยืนอยู่บริเวณหน้าต่าง มีแสงสีเขียวรอบๆของสตรีคนนั้น สัญชาตญานของเหว่ยซูเซียนรู้ได้ในทันทีว่า สตรีนอกหน้าต่างนั้นไร้ซึ่งชีวิต สตรีตรงหน้าต่างเป็นผี !!

“กริ๊ดดดดดดดด”

เหว่ยซูเซียนเบิกตากว้างขึ้นมาอย่างตกตะลึง เมื่อสตรีผมดำปิดบังใบหน้านั้นมองเห็นนางเช่นกัน ร่างบางจึงหลับตาปี๋ หัวใจเต้นอย่างรุนแรง ความหวาดกลัวอย่างมากถึงมากที่สุดปรากฏขึ้นในใจของนางจนแทบจะสิ้นสติ สายลมพัดมาใกล้นางเรื่อยๆ มือไม้สั่นอย่างห้ามไม่อยู่

“ท่านพี่ ช่วยข้าด้วย ฮืออออออออออ”

เหว่ยซูเซียนคิดอันใดไม่ออก หัวสมองขาวโพลน ตัดสินใจร้องหาโจวจางเหอเสียงดัง น้ำหูน้ำตาไหลพรากเพราะความหวาดกลัว เพียงแค่ได้ยินเสียงเปิดประตูอีกครานางตัดสินใจลืมตาอีกครั้ง สตรีผมดำปิดบังใบหน้าอยู่ห่างจากหน้านางไม่ถึงคืบ

“ผี๋ !! นะโมตัสสะ”

ดวงตาของเหว่ยซูเซียนเต็มไปด้วยความตกใจมากยิ่งขึ้น เมื่อสตรีผมดำยิ้มให้นางด้วยรอยยิ้มน่ากลัว คล้ายกับคาถาที่นางท่องไปไม่ได้ผล

ความตกใจนั้นทำให้เหว่ยซูเซียนหลับตาปี๋แล้วกรีดร้องอีกครา พุ่งตัวเข้าไปหาโจวจางเหอที่กำลังเปิดประตูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

หมับ !!

แขนของนางทั้งสองข้างโอบกอดเขาอย่างจู่โจมและกอดรัดอย่างรุนแรง ดวงตาหลับแน่นเนื้อตัวสั่นสะท้านจนโจวจางเหอก็รู้สึกได้

โจวจางเหอสัมผัสได้ว่าภรรยาในนามของตนเองครั้งนี้หวาดกลัวจริงๆ เขายืนแข็งทื่อคิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปม เขาใช้ความคิดว่า เหว่ยซูเซียนเคยเรียกเขาว่าท่านพี่มาก่อนหรือไม่ ก็ไม่เคย !! อีกทั้งยังไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวเขาเพราะรังเกียจเขาอีกด้วย แต่ครั้งนี้ถึงกับมาโอบกอดเขาแน่นด้วยตนเอง

นางกลัวสิ่งใดกัน ? หรือเพียงแค่เรียกร้องความสนใจจากเขา ?

ร่างบางเมื่อได้โอบกอดผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามีหมาดๆก็ลืมตาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาเล็กน้อย มองไปรอบๆตนเอง ผีผู้หญิงคนนั้นหายไปแล้ว มันหายไปเพราะบุรุษตรงหน้าเช่นนั้นหรือ ?

“ทะ…ท่านพี่”

“เกิดอะไรขึ้นเหตุใดจึงกรีดร้องเช่นนั้น หรือเจ้าคิดจะเรียกร้องความสนใจจากข้า?”

เพียงแค่โจวจางเหอพูดมาประโยคเดียว เหว่ยซูเซียนถึงกับเบิกตากว้างพร้อมกับหลุบตาลง เจ้าของร่างนี้ร้ายถึงเพียงนั้นไม่แปลกที่คำพูดที่ออกมาจากปากโจวจางเหอจะคล้ายกับรังเกียจนางทุกคำเช่นนี้ แม้แต่นางอ่านในนิยายยังเกลียดเหว่ยซูเซียนถึงเพียงนั้น โจวจางเหอต้องพบเจอกับนางในชีวิตจริงๆจะเกลียดนางมากเพียงไหนกัน

“ข้าเปล่า”

“แล้วกรีดร้องเพราะเหตุใด?”

เหว่ยซูเซียนไม่ได้ตอบอันใดนางปล่อยแขนจากตัวของโจวจางเหอ แล้วดวงตาของเธอจับจ้องไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง เธอสังเกตเห็นแสงสีเขียวๆที่ลอยวนอยู่ภายนอกอีกครั้ง ความหวาดกลัวเกาะกินใจ

โจวจางเหอเห็นนางไม่ตอบอันใดก็จะผละออกจากนาง แต่กลับถูกมือนุ่มนิ่มของเหว่ยฟางเซียนจับเอาไว้อีกครา

เหว่ยฟางเซียนเมื่อจับมือของโจวจางเหอแล้วแสงสีเขียวภายนอกก็หายไป นางจึงลองปล่อยมือเขา ปรากฏว่าแสงสีเขียวพวกนั้นกลับมา เมื่อจับแขนของเขาอีกคราแสงสีเขียวพวกนั้นหายไป ตัวของโจวจางเหอพิเศษจริงๆ

ดวงตาของเหว่ยฟางเซียนมองไปที่โจวจางเหอราวกับเขาเป็นผู้ช่วยให้รอดของนาง

“ทะ…ท่านพี่ คืนนี้ท่านไปนอนห้องข้าดีหรือไม่ ไปนอนเบียดโจวเหยียนประเดี๋ยวเขาจะไม่สบายตัวเอา”

เหว่ยซูเซียนน้ำเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด โจวจางเหอถึงกับชะงักไป ค้นหาในความทรงจำของตนเองทันทีว่าเหว่ยซูเซียนเคยมีท่าทางเช่นนี้กับเขาหรือไม่ เพราะนางมีแต่ตั้งท่ารังเกียจไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ แต่ครานี้กลับเอ่ยชวนเขาด้วยตนเอง

“ไม่ใช่ว่าเจ้ารังเกียจข้าเช่นนั้นหรือ?”

“ไม่เลยท่านพี่ เรากราบไหว้ฟ้าดินกันแล้ว ชีวิตของข้าจากนี้ย่อมขึ้นอยู่กับท่านพี่อยู่แล้ว ข้าจะรังเกียจท่านด้วยเหตุใดกันล่ะเจ้าคะ”

มือของเหว่ยซูเซียนกระชับแน่น โจวจางเหอมองเห็นดวงตาของสตรีที่เขาคุ้นเคยในความมือมันมีความเว้าวอนอยู่จริงๆเขารู้สึกแปลกเป็นอย่างมาก ชีวิตก่อนชีวิตนี้เขาไม่เคยเห็นสตรีคนนี้มีสายตาเช่นนี้มาก่อน แต่ทว่าท่าทางเช่นนี้เขาไม่มีทางหลงกลอย่างแน่นอน

สตรีเช่นนี้ภพก่อนไม่เคยเว้าวอนแต่ก็ไม่ใช่ว่านางจะแสแสร้งแกล้งทำไม่ได้

โจวจางเหอสะบัดมือของตนเองออกจากการเกาะกุม ฉายแววตารังเกียจสตรีตรงหน้าอย่างชัดเจน ทั้งเกลียดทั้งเหยียดหยามทั้งดูแคลน

“อย่ามาใช้มารยากับข้า คิดว่าข้าจะโง่หลงมารยาของเจ้าเฉกเช่นเมื่อก่อนงั้นหรือ ไปให้พ้นหน้าข้า !!”

เหว่ยซูเซียนรู้สึกเจ็บมือของตนเองที่ถูกสะบัดออก มือของนางจับมือที่ถูกสะบัดด้วยความเจ็บปวด ดวงตาเบิกกว้างจับจ้องไปที่ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีที่ฉายแววตาทั้งเกลียดทั้งเหยียดหยามทั้งดูแคลนออกมาอย่างปิดไม่มิด

“กลับห้องของเจ้าไปเสีย อย่ามาร้องห่มร้องไห้เสียงดังแถวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะเอาผ้าดิบมาอุดปากเจ้าไว้ซะ”

ดวงตาของโจวจางเหอมีแววตาสังหารชัดเจน นั่นทำให้เหว่ยซูเซียนขลาดกลัว นางรีบปิดตาวิ่งเข้าไปในห้องของตนเองพร้อมทั้งยกผ้าห่มมาคลุมโปงไว้แน่น เสียงสะอื้นยังคงมีอยู่ให้ห้องข้างๆได้ยินตลอดทั้งคืน

เหว่ยซูเซียนรู้สึกถึงอากาศร้อนๆหนาวๆภายนอกผ้าห่มผืนเก่า ผ้าห่มมีรอยปะชุนไม่กักเก็บความอบอุ่นให้กับร่างกายมากนัก นางพึ่งจะทะลุมิติมา อีกทั้งพอเอาผ้าห่มคลุมโปงเช่นนี้นางกลับได้ยินเสียงภายนอกชัดเจน เสียงหวีดหวิวมากับสายลมนั่นทำให้นางถึงกับน้ำตาไหลเป็นทาง

ตอนนี้ยังจะต้องประสบพบเจอกับเหล่าวิญญาณพวกนี้ เหว่ยฟางเซียนรู้สึกว่าตนเองกำลังจะตายอีกรอบ กลัวก็กลัว ใจของนางเต้นจนจะระเบิดออกมาแล้ว

“ฉันต้องทะลุมิติมาในร่างนางร้ายไม่พอ ยังจะพบเห็นสิ่งน่าหวาดกลัวพวกนี้ บัดซบให้ฉันตายอีกรอบก็ได้มั้ง กัดลิ้นตัวเองแม่ม !!”

โจวจางเหอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืนเพราะคิดทบทวนเรื่องราวในชาติก่อนของตนเอง เขาได้ยินเสียงสะอื้นจากห้องข้างๆแล้วงงงวยยิ่งนัก อยู่ดีๆนางเป็นอันใด ชาติก่อนไม่เคยสะอึกสะอื้นอีกทั้งยังพูดจาเช่นนั้นกับเขาแม้แต่น้อย เสียงกรีดร้องดังขึ้นเป็นระยะๆ

“พี่ใหญ่ไปดูพี่สะใภ้หน่อยดีไหมขอรับ นางไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน” โจวเหยียนที่กำลังป่วยหันไปคุยกับพี่ชายของตนเอง

“เจ้าไม่ต้องไปสนใจนาง นางทุบตีเจ้าด่าทอเจ้า เจ้ายังจะเป็นห่วงนางอีกหรือ ปล่อยนางเถิดร้องไห้ให้ตายไปเลยก็ยิ่งดี” โจวจางเหอหันไปกล่าวกับน้องชายของตนเอง ในน้ำเสียงแฝงด้วยความโมโหเขาไว้อย่างปิดไม่มิด

โจวเหยียนได้ยินพี่ใหญ่พูดเช่นนั้นเขาก็นิ่งเงียบไป พี่สะใภ้นั้นน่ากลัวจริงๆ เขาไม่กล้าที่จะพูดหรือเงยหน้ามองนางด้วยซ้ำ

เสียงร้องไห้และกรีดร้องดังขึ้นตลอดทั้งคืนจนเงียบไป โจวจางเหอขมวดคิ้วแน่น อยู่ดีๆมันก็เงียบขึ้นมา

แกร๊กก !

เสียงประตูบ้านกระท่อมฟางเก่าๆของบ้านโจวดังขึ้นเงียบๆ ดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้ใครจะเปิดประตูได้นอกจากเหว่ยซูเซียนเท่านั้น เขามองเห็นเรือนร่างอรชรงดงามสวมใส่เสื้อผ้าบางเบา และเดินออกจากห้องไป ลำตัวตั้งตรงเดินออกไปท่ามกลางอากาศยามค่ำคืนที่หนาวเหน็บเช่นนี้

โจวจางเหอเดินตามไปเงียบๆ ภายในใจพลันคิดว่าสตรีนางนี้มีแผนการร้าย นางชั่วร้ายกับทุกคนรอบตัว ออกจากบ้านคราดึกเช่นนี้มิใช่ว่าจะไปนัดพบบุรุษบ้านใดกระมัง

ภายในใจของโจวจางเหอเย็นเยียบขึ้นมาหากเป็นเช่นนั้นจริงเขาจะได้หย่าขาดสตรีชั่วร้ายนางนี้ออกจากบ้านไป แล้วกลับมาดูแลน้องชายไม่ให้ป่วยหนักเฉกเช่นชาติที่แล้วจนตกตายไปอย่างแน่นอน

เหว่ยซูเซียนเดินตรงไปเรื่อย ๆ ท่ามกลางแสงจันทรายามค่ำคืน โจวจางเหอรู้สึกแปลกอยู่บ้างเพราะทิศทางที่นางกำลังจะเดินไปหาใช่บ้านคนเฉกเช่นที่เขาคิด แต่กลับกลายเป็นเดินเข้าไปภายในป่าเสียงอย่างนั้น

“เหว่ยซูเซียน”

เขาลองเรียกนางดูแต่ทว่านางก็ไม่หันกลับมา กลับเดินต่อไปเรื่อย ๆคล้ายกับไม่ได้ยินเสียงเรียกของเขา หากนี่เป็นการเรียกร้องความสนใจแล้วล่ะก็ ถือว่านางทำได้ดีทีเดียว เพียงแต่ว่านางจะเรียกร้องความสนใจเพื่อเหตุใดกัน

เสียงสัตว์ป่ากู่ร้องดังระงมไปทั่วผืนป่า ยามค่ำคืนเช่นนี้สัตว์ป่าดุร้ายบางชนิดย่อมออกมาหาล่าเหยื่อของพวกมัน ปกติแล้วยามค่ำคืนชาวบ้านจะไม่มีทางที่จะเข้ามาในป่าเพราะกลางคืนสัตว์ป่าดุร้ายกว่าตอนกลางวันมากยิ่งนัก

“เหว่ยซูเซียน เจ้าจะไปที่ใด”

เรียกอีกครา นางก็ยังไม่ได้ยิน เดินตรงเข้าไปในป่าอย่างต่อเนื่อง จนเขาถึงกับทนไม่ไหวเร่งฝีเท้าให้เข้าใกล้เหว่ยซูเซียนมากยิ่งขึ้น

หมับ !

โจวจางเหอคว้าแขนเหว่ยซูเซียนเอาไว้ เพียงแค่เขาจับแขนนางร่างกายของนางก็อ่อนยวบลงในอ้อมแขนของเขาทันที ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก ร่างดูอิดโรยถึงขีดสุด นี่ใช่เหว่ยซูเซียนที่ดุร้ายในชาติก่อนเช่นนั้นหรือ หรือว่าเพราะเขาย้อนเวลากลับมา สตรีนางนี้ถึงได้เปลี่ยนไปเช่นนี้ได้ . . . โจวจางเหอครุ่นคิด

น้องโดนสิง !!!

เรื่องนี้ไรท์แต่งไว้ 50+ ตอนแล้วน้าา

ไม่ต้องกลัวว่าจะแต่งไม่จบเพราะไรท์แต่งจบทุกเรื่องเจ้าค่ะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...