โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

[จบแล้ว] ขนเสบียงนับล้าน มาเป็นมาร(ดา)ของเหล่าวายร้าย (อ่านฟรีวันละตอน 12.00)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 25 พ.ค. 2567 เวลา 04.59 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2567 เวลา 04.59 น. • Xianaan
หูเจียวเจียวทะลุมิติไปเป็นนางร้ายในนิยายที่เพิ่งอ่านไม่นานมานี้ แถมไม่พอนางยังมีจุดจบที่น่าอนาถสุดๆอีกด้วย! แล้วแบบนี้หญิงสาวจะสามารถรับมือกับลูกที่เกลียดเธอ รวมถึงเปลี่ยนชะตาชีวิตของตัวเองได้หรือไม่!

ข้อมูลเบื้องต้น

穿越远古携千亿物资帮反派养崽崽

ผู้แต่ง: 塔花树

จำนวนตอน: 634 รวมตอนพิเศษ

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ: Beijing Gardenium Cultural Broadcasting Co., Ltd. (17k)

ภายใต้ความร่วมมือกับ TLL Literary Agency & Silkroad Publishers Agency Co., Ltd.

ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทย: สำนักพิมพ์เซียนอ่าน

นักวาด: ABC_Art

ผู้แปล: เสี่ยวเถียวนั่งหิวอยู่ริมคลอง

---------------------------------------------------------------------

เรื่องย่อ

เมื่อหูเจียวเจียวทะลุมิติเข้าไปอยู่ในนิยายเรื่อง ‘แดนปีศาจมหัศจรรย์’ เธอก็ต้องตกตะลึงเพราะตนได้กลายเป็นตัวประกอบหญิงที่มีนิสัยชั่วร้าย แถมไม่พอนางยังมีจุดจบที่น่าอนาถสุด ๆ อีกด้วย!
นอกจากหญิงชั่วช้าคนนี้จะพลาดท่าไปหลับนอนกับเจ้าจอมวายร้ายที่เป็นลาสบอสแล้ว นางยังให้กำเนิดวายร้ายตัวน้อยแก่เขาอีก 5 ตน!
หญิงสาวผู้โชคร้ายจึงต้องต่อสู้ชิงไหวชิงพริบกับคนอื่น และเผชิญหน้ากับเด็กทั้ง 5 คนที่ต้องการให้เธอตายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
หูเจียวเจียว: ฉันต้องมีจุดจบแบบเดียวกับนางร้ายจริง ๆ เหรอ!
ทว่าพระเจ้าไม่ได้ใจร้ายกับเธอเสียทีเดียว เพราะเธอมาพร้อมกับมิติที่เต็มไปด้วยของมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร, เสบียงต่าง ๆ, เครื่องมือทำการเกษตร, สิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต, วัสดุก่อสร้าง, อาวุธ, เครื่องมือทางการแพทย์ ทุกอย่างที่เธอต้องการถูกจัดเตรียมไว้ให้หมดแล้ว!
ขอบคุณสวรรค์! ฉันรักมิตินี้มาก!
ก่อนที่จะเอาชนะใจของลูกทั้ง 5 สำเร็จ หญิงสาวเฝ้าคิดอยู่เสมอว่าจะทำยังไงให้ตัวเองมีชีวิตไปได้ตลอดรอดฝั่ง?
แต่หลังจากที่เธอได้รับการยอมรับจากเหล่าเด็กน้อยแล้ว: ท่านพ่อ! ถ้าท่านกล้าแตะต้องแม้แต่เส้นผมของท่านแม่ เราจะให้ท่านแม่หาพ่อคนใหม่!
เจ้าจอมวายร้าย: ???
นี่เขาพลาดอะไรไป? ทำไมลูก ๆ ถึงคิดที่จะให้ภรรยานอกใจเขาอยู่ทุกวัน?

---------------------------------------------------------------------

**Trigger Warning**

- การทำร้ายร่างกาย

- การทารุณกรรมเด็ก

- การกักขังหน่วงเหนี่ยว

- ความรุนแรงแบบเลือดโชก ถึงขั้นอวัยวะต่าง ๆ ฉีกขาด

---------------------------------------------------------------------

นักอ่านสายฟรีก็สามารถอ่านนิยายของเราจนจบได้!

ปลดล็อกให้อ่านฟรีวันละ 1 ตอน เวลา 12.00 น.

ติดตามข่าวสารหรือพูดคุยกับเราได้ที่เพจ Facebook: สำนักพิมพ์เซียนอ่าน - Xianaan

กลายเป็นนางร้ายในนิยาย

"ใครก็ได้ช่วยที…อย่าฆ่าข้า!"

ในยามราตรีที่มืดมิดคืนหนึ่ง

ภายใต้พระจันทร์สีแดงฉาน สตรีที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดกำลังวิ่งหนีเข้าไปในป่าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

"กร๊าซซซซซ!"

วินาทีนั้นเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวดังมาจากด้านหลังของหญิงสาว

ในขณะเดียวกันสตรีนางนั้นก็รับรู้ได้ว่าเจ้าของเสียงคำรามหมายจะเอาชีวิตตนเอง นางรีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต ทว่าด้วยความตกใจลนลานนางจึงสะดุดล้มลงกับพื้น

“อย่าเข้ามานะ! ข้าไม่อยากตาย เจ้าจะฆ่าข้าไม่ได้…”

สตรีผู้ถูกไล่ล่ากรีดร้องเสียงหลงพลางคลานหนีไปข้างหน้า แต่นางกลับถูกเถาวัลย์สีดำพันข้อเท้าไว้แน่น

เนื่องจากนางถูกพันธนาการไว้ นางจึงหันกลับมามองอีกฝ่ายด้วยความสิ้นหวัง

ภาพตรงหน้าที่เห็นก็คือมังกรสีดำน่าสะพรึงกลัวกำลังอ้าปากเปื้อนเลือดอยู่ห่างจากหญิงสาวไม่ถึงคืบเท่านั้น

ในตอนนั้นเอง แขนขาของสตรีผู้โชคร้ายก็ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้น ๆ อย่างโหดเหี้ยม ทำให้เลือดเนื้อสาดกระเซ็นไปทั่ว โดยที่เลือดบางส่วนกระเด็นเข้าใส่ดวงตาสีเข้มของมังกรสีดำที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

"กรี๊ดดดดดดด!!"

แล้วเสียงกรีดร้องอันทรมานก็ดังก้องอยู่ในป่าเป็นเวลานาน…

เฮือก!!

หูเจียวเจียวสะดุ้งตื่นจากความฝันในสภาพที่มีเหงื่อโชกไปทั้งตัว

มันเป็นฝันร้ายที่น่ากลัวมาก! เธอฝันว่าตัวเองกลายเป็นนางร้ายในนวนิยายแฟนตาซีที่เธออ่านไปเมื่อไม่นานมานี้ แล้วในความฝัน เธอถูกมังกรยักษ์ฉีกเป็นชิ้น ๆ อย่างน่าสยดสยอง

ความฝันนี้เหมือนจริงมาก ทั้งความรู้สึกสิ้นหวังและความตื่นตระหนก ตลอดจนความเจ็บปวดที่ร่างกายฉีกขาด ประหนึ่งว่าเธอได้เผชิญกับมันด้วยตัวเองจนไม่สามารถแยกได้ว่ามันเป็นความฝันหรือความจริงกันแน่

“หูเจียวเจียว เจ้านี่มันไร้ยางอายจริง ๆ เจ้ากล้ามากนะที่วางยาอิงหยวน น่าขยะแขยงสิ้นดี!”

“อิงหยวนชอบเมี่ยนเอ๋อ ต่อให้เขาไม่มีเมี่ยนเอ๋อ เขาก็จะไม่หลงรักผู้หญิงอย่างเจ้าหรอก ออกไปซะ! อย่ามาทำตัวหน้าด้านที่นี่!”

เสียงตะคอกด้วยความโกรธปนดูถูกดังมาจากด้านหลังหูเจียวเจียว

เมื่อเธอหันกลับมาก็เห็นว่ามีผู้หญิงร่างใหญ่คนหนึ่งกำลังชี้หน้าด่าเธออยู่

ผู้หญิงคนนั้นมีผมสั้นสีน้ำตาล หน้าตาธรรมดา ๆ และแต่งตัวแบบคนป่า พร้อมกันนั้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก็ชี้ไปทางหนึ่ง แค่จินตนาการว่าแขนของอีกฝ่ายฟาดเข้าใส่หัวของเธอ ๆ คงจะสลบคาที่แน่นอน

“เอ่อ คุณ… กำลังคุยกับฉันอยู่หรือเปล่า?” หูเจียวเจียวชี้นิ้วมาที่ตัวเองด้วยความงุนงง

ทำไมชื่อ ‘อิงหยวน’ ถึงคุ้นหูกันนะ?

เธอคิดพลางหันมองไปรอบ ๆ แต่บริเวณนี้มีเพียงเธอและผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้เท่านั้น

อีกทั้งเธอก็ไม่คุ้นกับสภาพแวดล้อมโดยรอบเช่นกัน ซึ่งที่นี่รายล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม แล้วยังมีบ้านไม้ตั้งอยู่ข้าง ๆ รวมถึงมีเสียงแปลกประหลาดดังมาจากข้างในบ้าน แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามากพอที่จะไปสนใจเรื่องอื่น

“ฉันชื่อหูเจียวเจียวน่ะถูกแล้ว แต่ฉันไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร คุณจำคนผิดหรือเปล่า?” หญิงสาวพยายามพูดคุยกับคนตรงหน้าอย่างสุภาพ ก่อนจะถามคำถามที่เธอสับสนมากที่สุด

“ขอโทษนะ ที่นี่คือที่ไหนเหรอ?”

"หูเจียวเจียว! ไม่ต้องมาเสแสร้ง! อิงหยวนกับเมียนเอ๋อกำลังมีสัมพันธ์กัน คนหน้าไม่อายแบบเจ้าเหมาะกับตัวซวยอย่างหลงโม่เท่านั้น ตัวซวยกับอีตัวเหมาะสมกันแล้ว!"

ที่ผ่านมาหู่จิงเคยเห็นหูเจียวเจียวแกล้งบ้ามาก่อนจึงคิดว่ามันเป็นกลอุบายใหม่ของอีกฝ่าย นั่นยิ่งทำให้ใบหน้าของนางบูดบึ้งมากยิ่งกว่าเดิม

หลงโม่?

ชื่อนี้เป็นตัวร้ายในนิยายเรื่อง ‘แดนปีศาจมหัศจรรย์’ ไม่ใช่เหรอ!? ในฐานะภูตมังกรที่ทรงพลัง หลังจากที่เขากลายเป็นมารร้าย พลังของเขาก็พุ่งทะยานไปสู่จุดสูงสุดของโลกแห่งนี้!

อย่าบอกนะว่าฉันทะลุมิติเข้ามาในนิยาย!?

ทันทีที่หูเจียวเจียวคิดได้เช่นนั้น เธอก็รู้สึกราวกับว่าเธอถูกฟ้าผ่าลงกลางหัว จากนั้นเธอเดินโซเซไปข้างหน้าและถามผู้หญิงร่างใหญ่อย่างกระตือรือร้นเพื่อยืนยันในสิ่งที่ตนคาดเดา "คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันชื่อหูเจียวเจียว หูที่คุณพูดถึงคือหูที่แปลว่าจิ้งจอกหรือหูที่แปลว่าหนวดเครา?"

ตอนที่เธออ่านนิยาย เธออดไม่ได้ที่จะบ่นว่านามสกุลของเธอออกเสียงเหมือนกับนางร้ายในเรื่องที่อ่าน ดังนั้นเธอจึงจำเรื่องราวของตัวละครนี้ได้ชัดเจนมาก

‘หูเจียวเจียว’ ในหนังสือทั้งนิสัยเสีย เห็นแก่ตัวและเอาแต่ใจ นางชอบอิงหยวนผู้เป็นพระเอกในเรื่องมากจนถึงขั้นใช้วิธีการสกปรกหลายครั้งเพื่อให้ได้เขามาครอบครอง

แต่เขาเป็นถึงพระเอก ส่วนนางเป็นแค่ตัวประกอบงี่เง่าตัวหนึ่ง!

ด้วยเหตุนี้ ลู่เมี่ยนเอ๋อที่เป็นนางเอกของเรื่องจึงโกรธมาก นางจึงวางแผนให้หูเจียวเจียวได้เสียกับตัวร้ายในนิยาย ต่อมานางก็กำเนิดลูกออกมา

จิ้งจอกสาวแค้นเคืองมากถึงขนาดที่ว่าปฏิบัติไม่ดีกับลูกของตนเอง อีกทั้งเด็ก ๆ ยังถูกนางทารุณกรรมทุกวันจนชาวบ้านรังเกียจซึ่งทำให้นอกจากครอบครัวของนางแล้วก็ไม่มีใครชื่นชอบนางอีก

เมื่อหูเจียวเจียวคิดว่าภาพในความฝันก่อนหน้านี้จะกลายเป็นความจริง เธอก็สั่นเทาอย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่

ความจริงแล้วหญิงสาวได้อ่านเนื้อเรื่องช่วงหลังของนิยายมาก่อน หลังจากที่ ‘หูเจียวเจียว’ ถูกสามีฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นางก็ได้รับการช่วยเหลือจากลูก ๆ

พวกเขาไม่ได้ช่วยชีวิตผู้เป็นแม่เพราะความเมตตา แต่กลับกลายเป็นว่านางถูกลูกในไส้ทรมานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ส่งผลให้ชีวิตของนางเลวร้ายเสียยิ่งกว่าตาย และไม่ว่านางจะอยากตายมากแค่ไหน ลูก ๆ ของนางก็ไม่ยอมให้นางตายง่าย ๆ ซึ่งจุดนี้ทำให้ ‘หูเจียวเจียว’ เป็นตัวละครที่น่าสังเวชที่สุดในเรื่อง!

"นังบ้า ไสหัวไปซะ!" สีหน้าของหู่จิงแสดงออกถึงความเกลียดชังพร้อมกับผลักหูเจียวเจียวออกไปอย่างหยาบคาย

"เจ้ามันโง่มากจริง ๆ"

"นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย…"

หูเจียวเจียวที่ยังตั้งตัวไม่ทันถูกผลักลงไปกระแทกกับก้อนหินที่อยู่บนพื้นจนเกิดแผลถลอกหลายจุดบนร่างกาย ในเวลาเดียวกันเธอรู้สึกวิงเวียนศีรษะอยู่ชั่วขณะ

ต่อมา หญิงสาวยกมือขึ้นแตะหลังศีรษะของตัวเองเนื่องจากมันเป็นจุดที่มีอาการเจ็บปวดที่สุดก่อนจะเลื่อนมือนั้นมาดู

เลือด! นี่ฉันหัวแตกตั้งเมื่อไหร่!?

ทันใดนั้นเสียงผู้หญิงอีกคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "หู่จิง ช่างมันเถอะ ปล่อยนางไป"

หูเจียวเจียวพยายามฝืนทนต่อความเจ็บปวดพลางหันไปมองทางต้นเสียง

เธอเห็นว่ารูปลักษณ์ของผู้หญิงคนนั้นอ่อนโยนพอ ๆ กับน้ำเสียงของเจ้าตัว ใบหน้าที่บอบบางแดงระเรื่อราวกับเพิ่งปัดแก้มมาใหม่ ๆ ประกอบกับริมฝีปากบวมเจ่อสีแดงฉ่ำของนาง

สตรีร่างเล็กกระทัดรัดแต่งกายด้วยชุดหนังสัตว์สีเหลือง ซึ่งมันขับให้ผิวสีขาวที่แต่งแต้มด้วยร่องรอยสีกุหลาบโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

"เมี่ยนเอ๋อ เจ้ากับอิงหยวนเสร็จกิจแล้วหรือ?"

เมื่อหู่จิงได้ยินเสียงของหญิงสาวผู้มาใหม่ นางก็เดินเข้าไปหาอีกฝ่ายแบบหน้าชื่นตาบาน

"อื้อ" ลู่เมี่ยนเอ๋อพยักหน้าตอบรับอาย ๆ

หลังจากที่หู่จิงได้รับคำตอบยืนยันก็รู้สึกโล่งใจ ก่อนจะหันไปจ้องหูเจียวเจียวเขม็ง "เจ้าได้ยินแล้วใช่ไหมว่าตอนนี้อิงหยวนเป็นสามีของเมี่ยนเอ๋อแล้ว ฉะนั้นเจ้ามาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเสีย!"

พอหูเจียวเจียวได้ยินบทสนทนาที่เคยเห็นผ่านตา ในที่สุดเธอก็เข้าใจสถานการณ์ของตัวเอง ณ ตอนนี้

ปัจจุบันเนื้อเรื่องดำเนินมาถึงตอนที่ตัวเอกชายและหญิงกำลังครองคู่กัน

เจ้าของร่างเดิมของเธอไม่ชอบสามีที่เป็นตัวร้ายมาก แม้ว่านางจะให้กำเนิดลูกแก่เขาแล้ว ทว่านางก็ยังคิดถึงอิงหยวนอยู่เต็มหัวใจ ต่อมา นางบังเอิญพบดอกมั่นถัวหลัว*ที่มีสรรพคุณเป็นเหมือนยาปลุกกำหนัด แล้วนางก็ล่อลวงให้อิงหยวนกินมันก่อนจะจัดการรวบหัวรวบหางเขา

*ดอกมั่นถัวหลัว = ดอกลำโพง

แต่หูเจียวเจียวไม่คาดคิดว่าลู่เมี่ยนเอ๋อจะเข้ามาพบเหตุการณ์โดยบังเอิญ นางจึงถูกผลักล้มหัวฟาดพื้นจนสลบ จากนั้นลู่เมี่ยนเอ๋อก็เข้ามาแทนที่ตนเอง

ถัดมา นางเอกก็ช่วยพระเอกบรรเทาพิษที่เขาได้รับแล้วลงเอยกันด้วยดี

ผลสุดท้ายเจ้าของร่างเดิมเลยเป็นตัวละครที่น่าอนาถที่สุด…

หูเจียวเจียวคนปัจจุบันเย้ยหยันในใจขณะที่สายตาจับจ้องไปยังร่องรอยบนร่างกายของลู่เมี่ยนเอ๋อพลางคิดว่า

จุ๊ๆๆ พระเอกเรื่องนี้ดุดันเหลือเกิน! เฮ้อ~!

เดี๋ยวก่อน!

ตอนนี้เธอคือหูเจียวเจียวคนนั้น เธอต่างหากที่น่าอนาถที่สุด!

หญิงสาวรู้สึกสับสนอยู่ในใจ

ฉันไม่อยากถูกลาสบอสในเรื่องฉีกร่างนะโว้ย!!

ถึงแม้ว่าเธออยากจะร้องไห้แทบตาย แต่เธอก็จำใจต้องพยุงตัวเองลุกขึ้นจากพื้น

ทางด้านของหู่จิงเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของหูเจียวเจียวอย่างระแวดระวังโดยคิดว่าอีกฝ่ายจะแผลงฤทธิ์อย่างไรต่อไป

"เอ่อ… ข้ามีอีกคำถามหนึ่ง พอได้คำตอบแล้วข้าจะไปทันที" เมื่อจิ้งจอกสาวรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาอย่างรังเกียจ เธอก็รีบยกมือขึ้นอย่างอ่อนแรงพร้อมกับถามว่า "เจ้าช่วยบอกข้าได้ไหมว่าบ้านของข้าไปทางไหน…"

หูเจียวเจียวจำได้ว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ตัวร้ายกลายเป็นมารคือเจ้าของร่างเดิมไม่ชอบเขาและมองว่าเขาเป็นคนไร้ค่า นางจึงทิ้งเขากับลูก ๆ ไป ดังนั้นสิ่งแรกที่สามีทำหลังจากที่แข็งแกร่งขึ้นก็คือลงมือฆ่านางเพื่อระบายความโกรธของตัวเอง

ตราบใดที่สามีของหูเจียวเจียวไม่เข้าสู่ด้านมืด เธอจะสามารถเปลี่ยนแปลงตอนจบอันน่าเศร้าได้หรือไม่?

ตอนนี้อย่างแรกที่เธอต้องทำก็คือรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุดเพื่อไปแก้ปัญหาเกี่ยวกับจอมวายร้ายและลูก ๆ

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเธอรู้เพียงแค่โครงเรื่องคร่าว ๆ เท่านั้น แล้วเธอไม่รู้ว่าในระหว่างกระบวนการทะลุมิติเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้น เธอจึงไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเจ้าของร่างเดิมเลยสักกะติ๊ดเดียว!!

เมื่อหู่จิงได้ยินคำถามไร้สาระนั้น นางก็โกรธจนเส้นเลือดปูดที่ขมับ แล้วนางก็ชูกำปั้นขึ้นข่มขู่อีกฝ่าย "หูเจียวเจียว! มันจะมากเกินไปแล้วนะ ออกไป๊!!"

"ข้าไปแล้ว ๆ"

คนถูกตวาดกุมหัวพร้อมกับวิ่งเตลิดหนีไปอย่างไม่รู้ทิศทาง…

เด็กเกเรรังแกลูกของเธอ

หลังจากที่หูเจียวเจียวเดินคลำทางมาอย่างยากลำบาก ในที่สุดเธอก็พบบ้านของเจ้าของร่างเดิมกับจอมวายร้าย

ระหว่างทาง หญิงสาวได้พบกับภูตชายที่กำลังถืออาวุธไว้ในมือหลายคน แต่พอคนเหล่านั้นเห็นเธอ พวกเขากลับทำหน้าเหมือนเห็นผีก่อนที่จะเดินเลี่ยงเธอไป

เดิมทีเธอคิดว่าจะถามทางกลับบ้านกับพวกเขาสักหน่อย เพราะแบบนี้เธอเลยไม่มีโอกาสได้ถามใครแม้แต่คนเดียว

ทว่ายังโชคดีที่ผู้เขียนเคยบรรยายในหนังสือไว้ว่า เจ้าของร่างเดิมกับตัวร้ายถูกชาวบ้านรังเกียจจึงอาศัยอยู่ได้เฉพาะในส่วนที่ห่างไกลที่สุดของเผ่า เธอจึงเดินไปในทิศทางตรงข้ามกับภูตเหล่านั้น

แน่นอนว่าจิ้งจอกสาวถูกหลอก

เนื่องจากตรงหน้าของเธอคือบ้านทรุดโทรมหลังหนึ่งที่มีกลิ่นเหม็นโชยออกมา เธอไม่รู้ว่าถ้าลมพัดแรง ๆ บ้านหลังนี้จะพังลงหรือเปล่า อีกทั้งเธอบอกได้เลยว่าคงไม่มีบ้านหลังไหนในเผ่าภูตที่มีเอกลักษณ์เช่นนี้แน่นอน

"ในที่สุดฉันก็หาเจอสักที" หูเจียวเจียวพึมพำพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพราก ณ ตอนนี้คงมีแต่พระเจ้าที่รู้ว่าเธอเจ็บปวดแค่ไหนหากจะต้องลากสังขารอันบอบช้ำเดินไปทั่วเผ่าแบบนี้

ในขณะที่หญิงสาวตั้งท่าจะเดินเข้าไปในบ้านซอมซ่อ เธอก็ได้ยินเสียงโต้เถียงที่ดังอยู่ไม่ไกล

“ไม่! นี่คืออาหารที่ท่านพ่อให้เรา เจ้าเอาไปไม่ได้!”

"ไอ้คนน่ารังเกียจ เอาอาหารของเราคืนมา…"

“พวกเจ้าเป็นแค่คนตาบอดแล้วก็ปีศาจอัปลักษณ์ ไม่สมควรต้องกินเนื้อหรอก พวกเจ้าไม่ควรเกิดมาด้วยซ้ำ รีบ ๆ อดตายไปซะ!”

“นี่หูหนวกหรือไง รีบ ๆ ส่งเนื้อมาให้ข้ากินซะ!!”

ในระหว่างที่เสียงโต้เถียงยังดังขึ้น หูเจียวเจียวก็เดินไปตามเสียงนั้น ก่อนจะเห็นเด็กตัวเล็ก ๆ 2-3 คนกำลังถูกกลุ่มเด็กวัยรุ่นผลักจนล้มไปกองกับพื้น

เด็กตัวเล็กเหล่านั้นดูซูบผอมไม่ต่างจากลูกไก่ที่อดอาหารมาครึ่งเดือน พวกเขาไม่มีเรี่ยวแรงที่จะตอบโต้อีกฝ่ายเลย เด็กน้อยที่น่าสงสารจึงทำได้เพียงขดตัวป้องกันตัวเองในระหว่างที่กลุ่มเด็กวัยรุ่นขว้างโคลนใส่พวกเขา

ในยามที่โคลนสกปรกโดนตัวของฝ่ายที่ถูกกดขี่ข่มเหงมันไม่เจ็บเท่ากับความคับแค้นที่คอยทิ่มแทงหัวใจเลย

ขณะนี้ความเกลียดชังแล่นผ่านดวงตาของเด็กน้อยที่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบกลุ่มนั้น

จากเหตุการณ์ดังกล่าว หูเจียวเจียวจำได้ว่าเจ้าของร่างเดิมมีลูก 5 คน โดยที่หนึ่งในนั้นเป็นคนตาบอดแล้วอีกคนเสียโฉม

การถูกรังแกเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ลูก ๆ ของภูตจิ้งจอกกลายเป็นปีศาจร้าย

ถัดมา หญิงสาวรีบเดินไปตะคอกใส่กลุ่มเด็กที่มารังแกลูกของตนทันที

"พวกเจ้าทำอะไรน่ะ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"

ทว่าเมื่อฝ่ายที่ถูกกลั่นแกล้งได้ยินเสียงของหูเจียวเจียว พวกเขากลับยิ่งตัวสั่นสะท้านมากกว่าเดิม จากนั้นเหล่าเด็กน้อยก็มองไปที่เจ้าของเสียงด้วยสายตาหวาดกลัวสุดขีด

นางจะมาซ้ำเติมพวกเราอีกแล้วงั้นหรือ!?

ในอดีต เวลาที่พวกเขาถูกรังแกหรือมีความขัดแย้งกับเด็กในเผ่า แม่ใจยักษ์จะตีพวกเขาซ้ำโดยไม่สนว่าลูกของตัวเองจะผิดหรือถูกก็ตาม แล้วเหตุผลที่นางมักจะพูดออกมาก็คือ พวกเขามันไร้ประโยชน์จนทำให้นางต้องอับอายขายหน้า

นอกจากนี้ เพื่อสร้างความประทับใจที่ดีต่อหน้าอิงหยวน หูเจียวเจียวไม่เคยตำหนิเด็กที่รังแกพวกเขาเลยสักครั้ง

ในตอนนั้นเด็ก ๆ คิดไว้แล้วว่าจะต้องเจ็บตัวเพราะผู้หญิงคนนี้มากกว่าเดิมแน่นอน

ส่วนทางด้านเด็กเกเรพอเห็นหน้าของหูเจียวเจียว พวกเขาก็ทำหน้าบูดบึ้งก่อนจะวิ่งหนีไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

สิ่งที่หญิงสาวเกลียดที่สุดก็คือเด็กที่ทำตัวเกเร เมื่อเธอเห็นภาพตรงหน้า เธอโกรธมากจนคว้าโคลนบนพื้นมาขว้างใส่เด็กนิสัยเสียพวกนั้น

ตามปกติเผ่าภูตมีพลังเหนือมนุษย์อยู่แล้ว หูเจียวเจียวเองก็เป็นภูตที่โตเต็มวัย ดังนั้นก้อนโคลนที่เธอขว้างออกไปจึงค่อนข้างแม่นยำ

กลุ่มเด็กที่กำลังวิ่งหนีไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจิ้งจอกสาวคนนั้นจะทำอะไรกับตนเอง พวกเขาจึงไม่ทันได้หลบหลีกแล้วถูกก้อนโคลนฟาดเข้าที่ด้านหลังศีรษะหลายครั้ง นอกจากนี้เจ้าเด็กซน 2-3 คนที่วิ่งรั้งท้ายถึงกับล้มหัวทิ่มลงไปในบ่อโคลน

หลังจากนั้นเหล่าเด็กเกเรก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง

“พวกเจ้าจะร้องไห้ทำไม ลูกของข้าโดนพวกเจ้ารังแกอยู่ตั้งนานยังไม่ร้องเลย!”

“ถ้าครั้งหน้าข้าเห็นว่าพวกเจ้ามารังแกลูกของข้าอีก ได้เห็นดีกันแน่!”

เนื่องด้วยหูเจียวเจียวไม่คุ้นเคยกับอีกฝ่าย ดังนั้นเธอจึงกล้าที่จะพูดข่มขู่เด็ก ๆ ด้วยถ้อยคำดังกล่าว

แต่ในความเป็นจริง ก่อนหน้านี้เจ้าของร่างเดิมมักจะถูกด่าทอหรือทุบตีจากคนในเผ่าอยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุนี้หูเจียวเจียวจึงเอาตัวรอดโดยการทำเป็นหลับหูหลับตาในยามที่มีคนมารังแกลูกของนาง

เมื่อเหล่าเด็กนิสัยไม่ดีถูกผู้ใหญ่ข่มขู่ พวกเขาก็วิ่งแจ้นหนีกลับบ้านไปให้เร็วที่สุด

ในเวลาเดียวกันนั้น เด็กน้อยที่กำลังนอนจมกองโคลนก็มีสีหน้าประหลาดใจ

ผู้หญิงคนนั้นกำลังช่วยจัดการเด็กเกเรให้พวกเขา

นางพูดว่าอะไรนะ?

‘ลูกของข้า’ นี่นางกำลังพูดถึงพวกเขาหรือเปล่า?

นางเคยเรียกพวกเขาว่าสวะด้วยซ้ำ…

ขณะนี้เด็ก ๆ มองไปที่หูเจียวเจียวด้วยดวงตาที่เคลือบแคลงไปด้วยความสงสัยปนประหลาดใจ พลางคิดว่านี่พวกเขากำลังฝันไปอยู่หรือเปล่า ผู้หญิงตรงหน้าคือแม่ใจยักษ์จริง ๆ หรือ?

อีกด้านหนึ่ง หญิงสาวยังไม่ละสายตาจากเด็กเกเรที่กำลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ในเวลาเดียวกันนั้น เธอทำท่าปัดฝุ่นออกจากมือแล้วพบว่าโคลนที่เกาะอยู่บนมือนั้นปัดออกไม่ได้ เธอจึงก้มลงเช็ดมือกับพื้นหญ้าก่อนจะเดินไปหาเหล่าเด็กน้อย

ตอนนี้เด็ก ๆ มีสภาพไม่ต่างจากตุ๊กตาดินเผา เนื่องจากทั้งเนื้อทั้งตัวของทุกคนมีโคลนเกาะอยู่

หลังจากที่หูเจียวเจียวสำรวจอยู่พักหนึ่ง เธอก็พบว่าเด็กกลุ่มนี้มีเพียง 4 คนเท่านั้น

เมื่อเธอมองดูใกล้ ๆ ‘หลงหลิงเอ๋อ’ ซึ่งเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวกำลังอุ้มงูสีดำตัวเล็กที่มีดวงตาสีแดงเหมือนสัตว์เดรัจฉานอยู่ในอ้อมแขน

อาจเป็นเพราะหูเจียวเจียวที่เป็นเจ้าของร่างเดิมโหดร้ายผิดมนุษย์มนา นางทารุณกรรมลูกตัวเองจนเด็กทั้ง 5 ขาดสารอาหาร แม้ว่าทุกคนจะโตป่านนี้แล้ว แต่ ‘หลงเหยา’ ที่เป็นลูกคนสุดท้องก็ยังไม่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้เลย เขาจึงยังอยู่ในร่างมังกรซึ่งเป็นร่างที่แท้จริง

แล้วเนื่องจากมังกรตัวนี้ผอมมาก มันจึงดูไม่ต่างจากงูเลยสักนิด

“เป็นยังไงบ้าง? บาดเจ็บตรงไหนกันหรือเปล่า? ลุกขึ้นแล้วมาให้แม่ดูหน่อย…” เมื่อหูเจียวเจียวมองไปที่เด็กน้อยทั้งหลายที่ตัวแข็งทื่อ เธอก็รู้สึกสะเทือนใจพลางยื่นมือออกไปดึงตัวพวกเขาขึ้นมาจากบ่อโคลน

แม้ว่าหูเจียวเจียวจะเกลียดเด็กนิสัยเสียพวกนั้น แต่นางก็ไม่ได้เกลียดลูก ๆ ของเจ้าของร่างเดิม เพราะเด็กเกเรกับเด็กไร้เดียงสาแตกต่างกัน

ในฐานะสาวโสดใกล้ขึ้นคาน ความสุขที่สุดในชีวิตของเธอก็คือการเลี้ยงลูกในเกมออนไลน์

พอหญิงสาวได้เห็นความน่ารักของเด็ก ๆ สัญชาตญาณความเป็นแม่ของเธอก็พุ่งสูงขึ้น

แต่ในสายตาของเด็กตัวเล็กทั้ง 5 คน ระหว่างที่เห็นการกระทำของผู้เป็นแม่ ในหัวของพวกเขาก็ฉายภาพฝันร้ายที่ได้เจอมาตลอดชั่วชีวิตนี้ทันที

พวกเขาตื่นระหนกแล้วรีบพูดว่า “อย่าตีพวกเราเลย พวกเราผิดไปแล้ว”

“เราไม่กล้าทำอีกแล้ว ได้โปรด…ปล่อยพวกเราไปเถอะ!”

ระหว่างที่พูดเด็ก ๆ ก็กอดกันกลมแล้วตัวสั่นทะส้านอย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่

“ถ้าอยากตีก็ตีข้า อย่าตีน้อง ๆ เลย ข้าผิดเอง ท่านลงโทษข้าคนเดียวเถอะ”

ในตอนนั้นเอง หลงอวี้ที่เป็นพี่ชายคนโตกางแขนผอมแห้งพร้อมก้าวออกมาปกป้องน้อง ๆ ด้วยร่างกายที่อ่อนแอพร้อมกับความคิดที่จะพลีชีพตัวเองเพื่อให้คนอื่นอยู่รอด

ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของคนเป็นพี่ชาย หลงเซียวที่เป็นลูกคนรองและตาบอดกับหลงหลิงเอ๋อก็อุทานออกมา

"พี่ใหญ่!"

“ไม่ อย่าตีพี่ใหญ่นะ!”

ที่ผ่านมาเด็กพวกนี้แทบไม่มีอะไรตกถึงท้องมาครึ่งเดือนแล้ว ถ้าพวกเขายังถูกผู้หญิงสารเลวคนนี้เฆี่ยนตีอีกก็มีโอกาสที่พวกเขาจะถูกทำร้ายร่างกายจนตาย

“เราต้องสู้ไปด้วยกัน เราไม่กลัวท่านหรอก!”

ลูกชายคนที่ 3 นามว่าหลงจงแอบกัดฟันเงียบ ๆ ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อยืนเคียงข้างหลงอวี้ พลางจ้องมองหูเจียวเจียวเขม็ง ซึ่งเขาเผยให้เห็นใบหน้าที่ปกคลุมไปด้วยรอยแผลเป็นคล้ายตะขาบ ประกอบกับดวงตาคู่หนึ่งที่จมเป็นเบ้าลึกเพราะความหิวโซแล้วยังแฝงไปด้วยความเกลียดชัง

ภูตจิ้งจอกมองภาพลูกที่กำลังพยายามปกป้องกันและกัน ขณะนี้เธอมีอารมณ์ที่หลากหลายแทรกเข้ามาในจิตใจ

ดูเหมือนว่าบาดแผลที่ร่างเดิมทิ้งไว้นั้นบาดลึกเกินไป มันจึงเป็นไปได้ยากมากที่เด็กน้อยพวกนี้จะสามารถเปลี่ยนความคิดได้

ต่อมา หูเจียวเจียวเผยรอยยิ้มจาง ๆ ก่อนจะดึงมือบอบบางมาจับแล้วพูดว่า "ใครบอกว่าแม่จะตีพวกเจ้ากัน"

แต่คำพูดเหล่านั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด เหล่าเด็กผู้น่าสงสารยังคงมองไปที่แม่ของตนอย่างหวาดระแวง

เมื่อหญิงสาวเห็นแบบนั้นจึงถอนหายใจออกมาและชี้ไปทางดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า "อาทิตย์กำลังจะตกดินแล้ว พวกเจ้าจะนอนในบ่อโคลนกันหรือไง ลุกขึ้นไปอาบน้ำเร็ว เดี๋ยวแม่จะทำอาหารเย็นไว้รอพวกเจ้ากลับมา"

ถ้อยคำของเธอทำให้หลงหลิงเอ๋อรู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย "ทะ ท่านจะไม่ตีเราจริง ๆ หรือ?"

เด็กน้อยไม่กล้าหวังลม ๆ แล้ง ๆ เพราะการกระทำที่ผ่านมาของแม่ใจมาร

หากวันไหนพวกเขาไม่ถูกเฆี่ยนตี วันนั้นจะถือว่าเป็นวันที่มีความสุขที่สุดของพวกเขา

หลงจงที่ได้ยินเช่นนั้นรีบจับมือน้องสาวทันที "หลิงเอ๋อ อย่าไปเชื่อคำพูดของนาง เจ้าลืมไปแล้วหรือว่านางเคยโกหกเราแบบนี้มาก่อน นางบอกว่านางจะไม่ตีเรา หลอกให้เรากลับเข้าไปในบ้านแล้วลงกลอนประตูไม่ให้เราหนีไปไหนได้ ตอนนั้นนางเกือบจะฆ่าเราด้วยซ้ำ!”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: สงสารลูก ๆ ของเจ้าของร่างเดิมมาก น้องต้องโดนแม่ทารุณกรรมสารพัดแน่ ไม่แปลกที่เด็กจะทั้งโกรธทั้งกลัวแม่ ลำบากเจียวเจียวแล้วไง ; - ;

รอดตายแล้ว! เธอมีมิติเก็บของที่หยิบใช้ได้ไม่จำกัด!

เดิมทีหูเจียวเจียวรู้สึกมีความหวังขึ้นมาแล้ว แต่ทันทีที่เธอได้ยินคำพูดของหลงจง เธอก็ไม่สามารถฝืนยิ้มได้อีก

ในนิยายที่เธออ่านบอกเพียงว่าเจ้าของร่างเดิมชอบทำร้ายร่างกายลูกของตนเอง แต่ไม่ได้เขียนลงรายละเอียดไว้มากขนาดนั้น เธอจึงไม่คาดคิดว่านางจะใจยักษ์ใจมารได้ขนาดนี้

แต่ถ้าเธอมัวมานั่งบ่นอยู่แบบนี้ก็คงจะไม่ได้อะไรขึ้นมา

ดังนั้นหลังจากที่หญิงสาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมประนีประนอมต่อลูก ๆ ทั้ง 5 "งั้นแม่จะกลับไปทำอาหารก่อน พวกเจ้าก็ไปล้างตัว ถ้าเสร็จแล้วก็รีบ ๆ กลับบ้านกันล่ะ อย่าทำให้แม่ต้องเป็นห่วง"

ลูกภูตไม่ได้บอบบางเหมือนลูกมนุษย์ แม้ว่าลูกภูตจะมีอายุประมาณ 5-6 ขวบ แต่ความสามารถในการดูแลตัวเองของพวกเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเด็กวัยรุ่นเลย ยิ่งไปกว่านั้น ร่างเดิมไม่เคยดูแลลูก ๆ อยู่แล้ว เด็กน้อยทั้งหลายจึงเหมือนได้ฝึกทักษะการเอาชีวิตรอดอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำสายเล็ก ๆ อยู่ติดกับบ่อโคลน หูเจียวเจียวจึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะมีใครมาสร้างปัญหาให้กับครอบครัวของเธออีก

หลังจากที่หญิงสาวพูดจบ เธอก็หันหลังเดินออกไปทันที

ทางด้านกลุ่มเด็กผอมโซที่ถูกทิ้งไว้ก็จ้องมองแผ่นหลังของผู้เป็นแม่ด้วยสายตาเหลือเชื่อ

หลงหลิงเอ๋อรู้สึกตกตะลึงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของแม่ "นะ นางไม่ได้ตีเรา…"

หลงเซียวที่เป็นพี่ชายคนรองและตามองไม่เห็นดึงหลงจงกับหลงหลิงเอ๋อขึ้นจากพื้นด้วยใบหน้าที่เศร้าหมองพลางกล่าวว่า "ข้าไม่เชื่อคำพูดไร้สาระของนางหรอก นางต้องพยายามโกหกเราแน่ ๆ เหมือนกับครั้งนั้นที่นางขังเราไว้ในห้องแล้วตีเราจนเกือบตาย"

“แต่วันนี้นางช่วยไล่พวกคนที่มาแกล้งเราไปนะ และนางก็ไม่ได้ทำร้ายเราด้วย นางอาจจะเปลี่ยนไปแล้วหรือเปล่า?” ดวงตาที่สดใสของเด็กสาวเพียงคนเดียวในบรรดาพี่น้องเต็มไปด้วยความหวัง

สาวน้อยคนนี้เฝ้าฝันถึงแม่ที่อ่อนโยนทะนุถนอมนางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

เมื่อพี่ชายคนโตได้ยินดังนั้น เขาก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง "หลิงเอ๋อ หญิงชั่วคนนั้นชอบใช้เล่ห์เหลี่ยม อย่าไว้ใจนางเด็ดขาด"

“แต่ข้าหิวมาก ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของข้า ถ้าพวกมันไม่ฉกเนื้อชิ้นนั้นไป คืนนี้เราคงได้กินอะไรอร่อย ๆ กัน” หลงหลิงเอ๋อก้มหน้าลงต่ำด้วยความหงุดหงิด

“อดทนไว้ พรุ่งนี้ท่านพ่อก็กลับมาแล้ว ท่านพ่อจะเอาอาหารมาให้พวกเรา” หลงอวี้กำหมัดแน่นในระหว่างที่พูด แต่น้ำเสียงของเขากลับมีแต่ความสิ้นหวัง

เขาต้องเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วที่สุด มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่เขาจะสามารถออกไปล่าสัตว์หาอาหารเอง แล้วเขาจะสามารถปกป้องน้องชายและน้องสาวได้ด้วย

เมื่อเด็ก ๆ คิดว่าพรุ่งนี้จะมีอาหารกิน ทุกคนก็หยุดคิดเรื่องที่เป็นกังวลก่อนจะลากสังขารที่อ่อนล้าไปอาบน้ำในแม่น้ำ

หลังจากล้างเนื้อล้างตัวเสร็จเรียบร้อย เหล่าเด็กน้อยก็สวมเสื้อหนังสัตว์ที่เปียกโชกแล้วเดินไปอีกฝั่งของบ้านตัวเอง ซึ่งการทำแบบนี้บ่งบอกว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะกลับบ้านเลย

ส่วนหูเจียวเจียวเดินมาถึงประตูบ้านแล้ว

บ้านของร่างเดิมเป็นบ้านไม้ทรงสี่เหลี่ยมเรียบง่าย ผนังด้านนอกเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ หลังคาถูกมุงด้วยหญ้าแฝก บริเวณด้านนอกถูกล้อมรอบด้วยรั้วไม้และมีลานเล็ก ๆ ให้ได้ใช้สอย

นอกจากนี้ยังมีกองฟางกับท่อนไม้กองอยู่ทางด้านซ้ายของลานบ้าน ซึ่งของพวกนี้เป็นของที่เหล่าเด็กตัวผอมแห้งพวกนั้นช่วยกันไปตัดมาจากในป่าเมื่อตอนกลางวัน

เจ้าของร่างเดิมไม่เพียงแค่ทำร้ายลูก แต่นางทั้งไม่แบ่งอาหารหรือน้ำดื่มให้ลูกด้วย แล้วยังให้พวกเขาทำงานหนักอีก หากเด็ก ๆ ทำงานเสร็จไม่ทันเวลา พวกเขาจะถูกแม่ใจยักษ์เฆี่ยนตีอย่างรุนแรง

เมื่อหญิงสาวคิดถึงร่างกายที่ผอมแห้งจนน่าสังเวชของลูก ๆ เธอก็สาปแช่งหูเจียวเจียวคนเก่าในใจอีกครั้ง

เธอหวังเพียงว่าเธอยังมีโอกาสแก้ไขสถานการณ์ได้ มิฉะนั้นเมื่อลูกทุกคนโตขึ้น เธอต่างหากที่จะเป็นคนที่ต้องทนทุกข์ทรมาน

พอหูเจียวเจียวคิดจบก็รีบเข้าไปทำอาหารเย็น

แต่อนิจจา เมื่อเธอเดินเข้าไปข้างใน เธอก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า

นี่คือคอกหมูหรือไง!?

กลิ่นที่อธิบายไม่ได้โชยออกมาจากในห้องทันที ซึ่งกลิ่นนั้นเหมือนกับกลิ่นอาหารบูดผสมกับสิ่งปฏิกูลของสัตว์ มันทำให้หญิงสาวแทบอยากจะขย้อนเอากรดในกระเพาะอาหารออกมาเลยทีเดียว

ต่อมา ภูตจิ้งจอกมองไปรอบ ๆ ก่อนจะพบว่านอกจากเตียงที่ทำด้วยหญ้าแห้งแล้วปูทับด้วยหนังสัตว์อีกที ก็มีเพียงกองอุจจาระที่ถูกทิ้งไว้อยู่ตรงด้านซ้ายของประตู

แค่คำว่า ‘โสโครก’ ก็ยังไม่เพียงพอที่จะมาอธิบายบ้านหลังนี้ได้เลย!

ในขณะนั้นหางตาของหญิงสาวก็กระตุก

หากจะให้เธออยู่ในสภาพแบบนี้ต่ออีกสักอึดใจ แค่คิดเธอก็ทนไม่ได้แล้ว เจ้าของร่างเดิมนี่มันทั้งขี้เกียจและนิสัยเสียมากจริง ๆ ขนาดการรักษาความสะอาดในบ้านนางยังทำไม่ได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับการทำอาหาร

หลังจากที่หูเจียวเจียวยืนทำใจอยู่พักหนึ่ง เธอก็หยิบท่อนไม้และเศษหญ้าจากข้างนอกมาคลุมอุจจาระกองนั้นไว้ เสร็จแล้วเธอก็เปิดประตูเพื่อระบายอากาศในห้อง

ถัดมา เธอทำการห่อสิ่งไม่พึงประสงค์ด้วยใบไม้ขนาดใหญ่แล้วนำมันไปทิ้งข้างนอก

หูเจียวเจียวใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการทำความสะอาดบ้านอันแสนสกปรกจนเสร็จ

ขณะนี้เธอกำลังนั่งซบหน้าลงบนหนังสัตว์พลางเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ดีใจ เธอก็ตระหนักถึงปัญหาที่ร้ายแรงขึ้นมาได้

นั่นก็คือในบ้านหลังนี้ไม่เหลืออาหารอยู่เลย!

แหล่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดสำหรับร่างเดิมคือสามีที่เป็นตัวร้าย, พ่อ, แม่และพี่ชายของนาง

ปัจจุบันหญิงสาวพบว่าในบ้านไม่มีเนื้อเหลืออยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงคาดเดาว่าหูเจียวเจียวคนเดิมคงจะกินมันไปจนหมด

ต่อมา เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเนื้อชิ้นสุดท้ายถูกเจ้าเด็กเหลือขอที่มารังแกลูก ๆ ฉกไป

ในเวลานั้นเธอมัวแต่โกรธจนลืมฉวยชิ้นเนื้อกลับมาจากมือของเด็กเกเรพวกนั้น

พอคิดที่จะหวังพึ่งหลงโม่ผู้เป็นสามี เธอก็จำได้ว่าตั้งแต่ที่เจ้าของร่างเดิมกับตัวร้ายบังเอิญมีลูกด้วยกัน ฝ่ายภรรยาไม่ยอมอยู่ร่วมกับสามีเพราะไม่ชอบที่เขาเป็นตัวซวย ดังนั้นฝ่ายสามีจึงไปอาศัยอยู่ในป่าเพียงลำพังแล้วเขาจะกลับมาส่งอาหารให้ครอบครัวเป็นครั้งคราวเท่านั้น

และตอนนี้หูเจียวเจียวไม่แน่ใจว่าครั้งต่อไปตัวร้ายจะกลับมาอีกเมื่อไหร่

"คงต้องพึ่งตัวเองแล้วสินะ!"

“คงไม่ใช่ว่าฉันทะลุมิติเข้ามาในนิยายวันแรกแล้วต้องมาหิวข้าวตายไปกับลูก ๆ หรอกใช่ไหม”

ถ้าเป็นคนอื่นที่ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยาย พวกเขามักจะได้รับความสามารถพิเศษติดตัวมาด้วย แต่เธอกลับไม่มีความสามารถอะไรเลย แล้วคนที่เธอมาสิงร่างนั้นกลับเป็นนางร้ายที่ทุกคนรังเกียจอีก นี่พระเจ้าจงใจแกล้งกันหรือไง!

ในระหว่างที่หูเจียวเจียวกำลังสาปแช่งความยุ่งเหยิงที่ร่างเดิมทิ้งไว้

ทันใดนั้นภาพตรงหน้าเธอก็เปลี่ยนไป

ห้องโถงที่ทรุดโทรมเลือนหายไปในอากาศ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยสภาพแวดล้อมที่แปลกประหลาด

"นี่มันอะไรกัน ฉันอยู่ที่ไหน?" หญิงสาวตัวแข็งทื่ออยู่กับที่พร้อมกับความคิดที่สับสนวุ่นวายในหัว

เบื้องหน้าของเธอคือชั้นวางขนาดใหญ่ที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตาจนนับไม่หวาดไม่ไหว

เธอมองเข้าไปใกล้ ๆ และเห็นว่ามีวัตถุดิบประกอบอาหารทุกชนิดวางอยู่บนชั้นวาง ไม่ว่าจะเป็นไก่, เป็ด, ปลา, หม้อ, กระทะ, ข้าว, น้ำมันและเกลือซึ่งมีหลากหลายกว่าในซุปเปอร์มาร์เก็ตเสียอีก

ด้วยความที่ว่าหูเจียวเจียวเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เธอจึงรู้สึกหิวมาก พอเธอได้เห็นอาหารวางอยู่ตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะต้องกลืนน้ำลายเสียงดังพลางนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่าง

ชั้นวางนับไม่ถ้วนที่เต็มไปด้วยสิ่งของพวกนี้เหมือนกับมิติในนิยายแฟนตาซีเลยไม่ใช่หรือ!

"นี่อาจจะเป็นนิ้วทองที่พระเจ้ามอบให้เป็นของขวัญ?"

"โอ้พระเจ้า! ขอบคุณพระเจ้า! ฉันรักคุณ!"

หญิงสาวมีความสุขมากจึงรีบตรงไปเลือกอาหารที่ชั้นวางโดยไม่คิดอะไรอีก

บนชั้นแรกเต็มไปด้วยอุปกรณ์ในการประกอบอาหารซึ่งเป็นสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดในตอนนี้

เมื่อนึกถึงเด็กตัวผอม ๆ 5 คน สิ่งแรกที่เธอเลือกหยิบมาคือหมูสามชั้น

“ลูก ๆ ผอมเกินไป พวกเขาจะกินแต่เนื้อไม่ติดมันไม่ได้ ฉันต้องเพิ่มไขมันให้” มิตินี้ทำให้หูเจียวเจียวมีความมั่นใจที่จะเลี้ยงลูกให้อ้วนพลีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรอีก!

แต่ของในชั้นแรกเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น เนื่องจากในมิติแห่งนี้มีชั้นวางอยู่มากมาย แต่เธอก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะว่าตอนนี้เธอต้องการอาหารในการดำรงชีวิตเป็นอย่างแรก อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องอดตายตั้งแต่วันแรกที่มาสิงอยู่ในร่างใหม่ และนั่นถือว่าเธอไม่ได้ขาดทุนอะไรด้วย

หมูสามชั้นชิ้นนี้หนักประมาณ 600 กรัม และตอนนี้หูเจียวเจียวอยู่ในร่างของภูต ดังนั้นเนื้อ 600 กรัมจึงไม่หนักสำหรับเธอ

แต่ทันทีที่เธอหยิบหมูสามชั้นออกจากชั้นวางก็มีหมูสามชั้นอีกชิ้นหนึ่งปรากฏขึ้นแทนที่

ภาพนั้นทำให้คนที่ได้เห็นต้องกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความสับสน

ชั้นวางนี้เติมของได้เองโดยอัตโนมัติ!

เมื่อได้รู้อย่างนี้หญิงสาวก็รู้สึกมีความสุข เธอจึงหยิบหมูสามชั้นออกมา 2 ชิ้น, ข้าว 1 กระสอบ, หม้อ, กระทะและเครื่องปรุงต่าง ๆ ติดมือมาก่อนจะกลับไปที่บ้าน

เนื่องจากบ้านหลังนี้ไม่มีหน้าต่าง มันเลยยังหลงเหลือกลิ่นเหม็นอยู่ในอากาศ

แม้ว่าหูเจียวเจียวจะดูถูกบ้านไม้หลังนี้ แต่เธอก็ไม่อยากทำอาหารในบ้านเพราะเธอกลัวจะเผลอทำไฟไหม้บ้านจนวอดไปทั้งหลังเสียก่อน แล้วตัวเองจะไม่มีที่ซุกหัวนอนอีก

ดังนั้นจิ้งจอกสาวจึงรีบย้ายของไปที่ลานบ้านก่อนจะทำการย้ายก้อนหินเรียบ ๆ มาตั้งเป็นเตา จากนั้นเธอก็จุดไฟเพื่อเริ่มประกอบอาหาร

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...