สสส. ผนึกพลัง กทม. ยกระดับชีวิตคนเมือง สร้างเมืองน่าอยู่ภายใน 5 ปี
กรุงเทพมหานครฯ เมืองหลวงของประเทศไทย ศูนย์กลางเศรษฐกิจและธุรกิจของประเทศ ที่แม้ว่าจะถือเป็นเมืองกรุงที่มีการพัฒนามากที่สุด ทันสมัยที่สุด แต่อีกด้านหนึ่งกลับยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของคนเมืองซุกซ่อนอยู่มากมายในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ด้วยเหตุนี้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. จึงเร่งเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจับมือกับ กทม.ผสานกำลังภาคีเครือข่ายทำงานผ่านกลไกชุมชน ภายใต้นโยบาย 9 ด้าน 9 ดี ตั้งเป้าภายใน 5 ปี ภายในปี 2570 ครอบคลุม 50 เขต มุ่งสู่กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน เป็นกระบวนการที่สำคัญเพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเสริมสร้างโอกาสในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การศึกษา และการทำงานให้กับประชาชนทั้งหมดในเมืองกรุงเทพฯ
บูรณาการงานสร้างเสริมสุขภาพ
ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส.มีแผนบูรณาการสร้างเสริมสุขภาวะคนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) มุ่งบูรณาการงานสร้างเสริมสุขภาพอย่างเป็นระบบ โดยมีทิศทางและตั้งเป้าหมาย 10 ปี ผสานความร่วมมือกับทางกรุงเทพฯ และเครือข่ายภาคีทำงานผ่านกลไกชุมชน ) พัฒนาต้นทุนองค์ความรู้ คน ทรัพยากร กับนโยบาย 9 ดี ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนและชุมชน ตั้งเป้าภายใน 5 ปี ภายในปี 2570 ครอบคลุม 50 เขต มุ่งสู่กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน
ทั้งนี้ เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือจัดการงานสร้างเสริมสุขภาพโดยใช้พื้นที่เป็นฐานการพัฒนา ขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อให้คนกรุงเทพฯ มีสุขภาพดีทั้งกาย จิต ปัญญา และสังคม
1 ปีกับความสำเร็จและการต่อยอด
ในช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา แผนดำเนินงานมีความก้าวหน้า ได้ขับเคลื่อนผ่านกลไกการทำงานไปแล้ว 7 กลุ่มงาน ได้แก่
- การพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กแบบไร้รอยต่อ (แพลตฟอร์ม “เติมเต็ม”) ทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และครอบครัว กลุ่มเปราะบาง นำร่องในเขตลาดกระบัง และอยู่ระหว่างการหารือเพื่อการขยายผล
- การพัฒนากลไกหน่วยจัดการเพื่อหนุนเสริมการทำงานชุมชนอย่างมีส่วนร่วมทุกระดับ 10 เขต สนับสนุนโครงการกว่า 200 ชุมชน
- การเข้าถึงทรัพยากรเพื่อยกระดับบริการปฐมภูมิ สนับสนุนกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม นำร่อง 22 เขต ให้ประชาชนเข้าถึงกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นเพื่อจัดการสุขภาพตนเอง
- การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากรกลุ่มเปราะบาง พัฒนาศักยภาพคนพิการเพื่อเพิ่มโอกาสได้รับการจ้างงานหน่วยงานในกรุงเทพฯ และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านให้เข้าถึงโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยและได้รับความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ
- การพัฒนาพื้นที่สุขภาวะสร้างสรรค์เพื่อทุกวัย พัฒนาพื้นที่สุขภาวะสร้างสรรค์นำร่องทั้งด้านการปรับพื้นที่ทางกายภาพและเชื่อมโยงกิจกรรมสุขภาวะเพื่อคนทุกวัย
- องค์กรสุขภาวะและการบริหารจัดการที่ดี จัดตั้งคณะกรรมการการพัฒนาสุขภาวะของบุลากรในสังกัด กทม. และนำร่องสำรวจสถานการณ์สุขภาวะใน 2 พื้นที่
- การสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาสุขภาวะชุมชนในพื้นที่ กทม. ใช้ชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาชุมชน หนุนเสริมการใช้ข้อมูลชุมชนเพื่อการพัฒนา ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพแกนนำและออกแบบระบบการทำงานอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน นำร่อง 11 พื้นที่ ใน 4 เขต
ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
จับมือภาคีทำงานบูรณาการ
ดร.ประกาศิต ย้ำถึงการร่วมงานกับ กทม. และภาคีเครือข่ายว่า จะเน้นการทำงานเชิงระบบโดยใช้ทุนเดิมออกแบบการทำงาน เพื่อสนับสนุนการบูรณาการ ให้เกิดกลไกการทำงานร่วมกัน สร้างนวัตกรรม/การบริการแบบใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ได้จริง เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ กลไกการทำงาน และคนทำงานสร้างเสริมสุขภาพในทุกระดับ
“แผน 5 ปี มุ่งเน้นบูรณาการงานสร้างเสริมสุขภาพเชื่อมโยงกับการดำเนินงานของ กทม. อย่างเป็นระบบ โดยใช้ทิศทางและเป้าหมาย 10 ปี สสส. กับนโยบาย 9 ดี กรุงเทพฯ ‘เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน’ เป็นกรอบดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนและชุมชนในแต่ละพื้นที่ พัฒนาระบบสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกัน 5 ระบบ
- ระบบการจัดการข้อมูลกลาง
- ระบบสนับสนุนพื้นที่การทำงานร่วมกัน (Sandbox)
- ระบบการสื่อสารสาธารณะ
- ระบบการติดตามประเมินผลเพื่อการพัฒนา
- ระบบการจัดการเรียนรู้ภาคีเครือข่าย”
นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
กทม. ชูยุทธศาสตร์ครอบคลุม50 เขตภายในปี 2567
นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การทำงาน 2567 มุ่งขยายผลงานนำร่องให้ครอบคลุมพื้นที่ 50 เขต สร้างกลไกเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานระดับพื้นที่ ขับเคลื่อนงานเชิงประเด็น (ผู้สูงอายุ เกษตรในเมือง การสร้างฐานข้อมูลร่วมของทุกหน่วยงานเป็นฐานข้อมูลเดียว “one map”) เพื่อปรับกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองที่สำคัญ คือ การระเบียบ/ข้อบัญญัติ/แนวทางปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน
ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา หลายๆ โครงการก่อให้เกิดผลสำเร็จในหลายๆ ด้าน อาทิ จ้างงานคนพิการ 489 ตำแหน่ง รับคนพิการเข้าบรรจุราชการ 9 อัตรา มีพื้นที่สาธารณะ 21 แห่ง สวน 15 นาที 28 แห่ง พัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ หมอถึงชุมชน 104 แห่ง ซึ่งเป็นผลลัพธ์การทำงานจากความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภายใต้นโยบาย 9 ด้าน 9 ดี
“ซึ่งแม้ผู้บริหารจะเปลี่ยนไป แต่พลังภาคีเครือข่ายยังคงทำงานได้เข้มแข็งและต่อเนื่อง ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่นำความเชี่ยวชาญมาทำงานร่วมกัน และขอสนับสนุนการทำงานร่วมกันภายใต้แผนบูรณาการ 5 ปีนี้ เพื่อสุขภาวะของคนกรุงเทพฯ ทุกคน สร้างเมืองให้น่าอยู่ต่อไป”