NER โชว์งบปี 68 รายได้ 3 หมื่นลบ. กำไร 1.9 พันลบ. ปันผล 0.26 บ./หุ้น XD 23 เม.ย.นี้
NER โชว์งบปี 68 รายได้ 3 หมื่นลบ. กำไร 1.9 พันลบ. ปันผล 0.26 บ./หุ้น XD 23 เม.ย.นี้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 ก.พ. 69 9:45: น.
NER เปิดผลงานปี 68 โชว์รายได้ 30,510.20ลบ. เพิ่มขึ้น 10.96% ด้านกำไร 1,884.52 ลบ. เพิ่มขึ้น 14.04% จากปีก่อน บอร์ดเคาะจ่ายเงินปันผล 0.26 บ./หุ้น ขึ้น XD 23 เม.ย. 69 ฟากผบ.ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โตแตะ 32,000 ลบ. หลังปริมาณขายยางธรรมชาติเพิ่ม- แนวโน้มราคายางฟื้นตัว
นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดเผยถึงผลงานไตรมาส 4/68 และงบปี 68 พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลและเป้าหมายปี 69 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
- ปี 68 มีรายได้รวม 30,510.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,014.04 ล้านบาท หรือ 10.96% และมีกำไรสุทธิ 1,884.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 232.05 ล้านบาท หรือ 14.04%% โดยมีปริมาณการขายรวม 475,430 ตัน เพิ่มขึ้น 36,251 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 8.25% จากปีก่อน สะท้อนถึงความต้องการใช้ยางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ
- อนุมัติให้จ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 ม.ค. 68 ถึง 31 ธ.ค. 68 ในอัตรา 0.31 บาทบาทต่อหุ้น โดยจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 1 ม.ค. 68 ถึง 30 มิ.ย.68 ไปแล้วในอัตรา 0.05 บาทต่อหุ้น
- ยังคงเหลือเงินปันผลสำหรับงวดวันที่ 1 ก.ค. 68 ถึง 31 ธ.ค. 68 อีก 0.26 บาท คิดเป็นเงิน 480.43 ล้านบาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 23 เม.ย. 69 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 7 พ.ค.69 ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวยังต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น จัดขึ้นในวันที่ 10 เม.ย. 69
-ปี 69 บริษัทตั้งเป้าการเติบโต โดยมีเป้าหมายกำลังการผลิตที่ 500,000 ตันต่อปี และตั้งเป้ายอดขายประมาณ 32,000 ล้านบาท โดยกลยุทธ์หลักจะมุ่งเน้นการขยายตลาด โดยเฉพาะประเทศอินเดีย พร้อมสร้างความมั่นคงของรายได้ผ่านสัญญาระยะยาวกับผู้ผลิตยางรถยนต์ และตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าใหม่อีก 2 รายภายในปีนี้
- ขยายกำลังการผลิตอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในระยะยาว โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานผลิตยางแท่งและยางผสมแห่งที่ 3 ใช้งบลงทุนรวมประมาณ 2,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งอาคารและเครื่องจักร ซึ่งได้สั่งซื้อเครื่องจักรเรียบร้อย คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 1/70
- โรงงานแห่งใหม่ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตอีก 320,000 ตันต่อปี และผลักดันให้กำลังการผลิตรวมของ NER เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 835,600 ตันต่อปี ภายในปี 70 โดยปัจจุบันบริษัทมีคำสั่งซื้อล่วงหน้า (Order Book) รองรับการผลิตยาวไปจนถึงเดือนมิ.ย. 69
- อีกทั้งการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อบริหารจัดการผลผลิตยางพาราประมาณ 200,000 ตันต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี โรงงานแห่งที่ 3 จะเป็นฐานการผลิตหลักในการรองรับโครงการดังกล่าว ทำให้การขยายกำลังการผลิตครั้งนี้มีความจำเป็นและสอดรับกับแผนการเติบโตในระยะยาว
- การบริหารต้นทุนและความเสี่ยง บริษัทใช้กลยุทธ์ Matching ควบคู่กับการทำ Hedging ตามสถานการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ พร้อมบริหารต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
- ด้าน ESG บริษัทได้ยกระดับการดำเนินงานตามกรอบ ESG โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) รวมถึงนำเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อยกระดับมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- ทั้งนี้ปี 69 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของ NER จากการลงทุนและการขยายกำลังการผลิต ซึ่งจะช่วยเพิ่มทั้งปริมาณและคุณภาพสินค้า สอดรับกับแนวโน้มการใช้ยางพาราในหลากหลายอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น บริษัทเชื่อว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมวางรากฐานให้ NER ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการชั้นนำของอุตสาหกรรมยางธรรมชาติในระดับสากล
เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ