โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จบไปอยากเป็น “นักการเมือง” เรียนคณะไหนได้บ้าง?

Dek-D.com

เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 06.10 น. • DEK-D.com
เรียนจบไปอยากเป็นนักการเมือง สามารถเรียนคณะไหนได้บ้าง ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ใกล้เข้ามาแล้วครับกับการเลือกตั้งปี 69 ที่กำลังจะถึงในวันที่ 8 ก.พ. นี้ สำหรับ DEK69 หลายคนก็กำลังจะได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกด้วย เรื่องการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัวน้องๆ เลยครับ เด็กหลายคนเริ่มมีมุมมองความคิดเกี่ยวกับบ้านเมืองมากขึ้น สนใจเรื่องของสังคม ตั้งถำถามกับการเมือง และอยากเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในอนาคต แต่พอคิดจริงจังมากขึ้นคำถามแรกของการเริ่มต้นคือต้องเรียนคณะอะไรถึงจะไปอยู่จุดนั้นได้

ความจริงแล้วไม่ได้มีคณะไหนที่เจาะจงว่าเรียนจบแล้วจะได้เป็นนักการเมืองทันที แต่มีหลายคณะที่จะปูพื้นฐานให้เราเข้าใจโครงสร้างรัฐ สังคม กฏหมาย เศรษฐกิจ ไปจนถึงการสื่อสารกับประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นทักษะสำคัญในการต่อยอดเป็นนักการเมืองจริงได้ครับ

จบไปอยากเป็น “นักการเมือง” เรียนคณะไหนได้บ้าง?

หากไปดูคุณสมบัติผู้สมัครสมาชิกพรรคการเมืองต่างๆ พบว่าไม่ได้มีกำหนดเรื่องคุณสมบัติสาขาที่เรียนจบ แต่จะกำหนดเรื่องของคุณสมบัติต้องห้าม เช่น การทำผิดกฎหมาย หรือ การดำรงตำแหน่งอื่นๆ

ดังนั้น สมาชิกพรรค หรือนักการเมือง จึงเป็นอาชีพที่เปิดกว้าง แต่การได้เรียนในคณะที่เรียนไปเพื่อเข้าใจการเมืองโดยตรงก็มีอยู่หลายสาขาทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งคณะที่จะเน้นเรื่องรัฐ อำนาจ การปกครอง นโยบายสาธารณะ เหมาะกับน้องๆ ที่รู้ตัวว่าอยากทำงานด้านการเมืองตั้งแต่แรก และก็ยังมีคณะที่ไม่ได้เรียนการเมืองตรงๆ แต่ก็สามารถต่อยอดได้ คือเรื่องของคน เศรษฐกิจ สื่อ และสังคม ซึ่งต้องทำความเข้าใจและตัดสินใจว่าตัวของน้องเหมาะกับคณะไหน

1. คณะรัฐศาสตร์ (Faculty of Political Science)

นี่คือคณะที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรกสำหรับการต่อยอดเป็นนักการเมืองเพราะเป็นการเรียนการเมืองโดยตรง คณะนี้มีเปิดหลายสาขา เช่น สาขาวิชาการเมืองการปกครอง สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นต้น

ในคณะนี้ น้องๆ จะได้เรียนรู้โครงสร้างรัฐระบบการเมืองการปกครอง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไปจนถึงแนวคิดทางการเมืองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจว่าอำนาจรัฐทำงานอย่างไร การออกนโยบายส่งผลต่อสังคมแบบไหน และประชาชนมีบทบาทอย่างไรในระบอบประชาธิปไตย เหมาะมากสำหรับน้องๆ ที่อยากเข้าสู่สนามทางการเมือง

ตัวอย่างวิชาที่เรียน

  • ปรัชญาการเมืองเบื้องต้น
  • การบริหารทรัพยากรบุคคล
  • การเมืองกับกฎหมายมหาชน
  • พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ และการเลือกตั้ง

ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่เปิดสอน

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง

2. คณะนิติศาสตร์ (Faculty of Law)

นักการเมืองจำนวนไม่น้อยมาจากสายกฎหมาย เพราะกฎหมายคือรากฐานของการบริหารประเทศ การออกกฎหมาย แก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือกำหนดนโยบาย ล้วนต้องอาศัยความเข้าใจทางกฎหมายทั้งสิ้น การเรียนกฎหมายจะฝึกการคิดอย่างมีเหตุผล วิเคราะห์ข้อเท็จจริง และมองปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของนักการเมือง โดยเฉพาะผู้ที่อยากทำงานด้านนิติบัญญัติ หรือบทบาทเชิงนโยบายที่ต้องอิงกฎหมายเป็นหลัก

ตัวอย่างวิชาที่เรียน

  • นิติกรรมศาสตร์และการใช้ภาษากฏหมาย
  • จริยธรรมและปรัชญาพื้นฐานสำหรับนักกฏหมาย
  • นิติเศรษฐศาสตร์
  • นิติปรัชญา

ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่เปิดสอน

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น

3. คณะเศรษฐศาสตร์ (Faculty of Economics)

นโยบายการเมืองจำนวนมากเกี่ยวข้องกับการเงินและปากท้องประชาชน ทั้งเรื่องงบประมาณ การพัฒนาเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ ภาษี หรือสวัสดิการรัฐ ซึ่งล้วนต้องใช้ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์

การเรียนเศรษฐศาสตร์จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจระบบเศรษฐกิจทั้งระดับประเทศและระดับโลก วิเคราะห์ผลกระทบของนโยบายได้อย่างมีหลักการ เหมาะกับคนที่อยากเป็นนักการเมืองสายวางแผนเศรษฐกิจ หรือทำงานนโยบายสาธารณะ ก็จะนำความรู้ตรงนี้มาใช้ประโยชน์ได้โดยตรง

ตัวอย่างวิชาที่เรียน

  • หลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น จุลภาค มหภาค
  • เศรษฐศาสตร์ประยุกต์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • สัมมนาเศรษฐศาสตร์การเมืองและประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ
  • เศรษฐมิติเบื้องต้น

ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่เปิดสอน

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

4. คณะสังคมศาสตร์ (Faculty of Social Sciences)

การเมืองที่ดีต้องเริ่มจากความเข้าใจคน คณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา จะพาไปเรียนรู้โครงสร้างสังคม วัฒนธรรม ความเหลื่อมล้ำ และปัญหาของกลุ่มคนต่างๆ ในสังคม คนที่เรียนสายนี้มักจะเข้าใจบริบทของประชาชนอย่างลึกซึ้ง เหมาะกับบทบาทนักการเมืองที่ทำงานใกล้ชุมชน หรือนักการเมืองที่ขับเคลื่อนประเด็นทางสังคม สิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียม

สำหรับคณะสังคมศาสตร์ แต่ละมหาวิทยาลัยก็มีสาขาแยกย่อยแตกต่างกัน บางแห่ง นิติศาสตร์ หรือรัฐศาสตร์ ก็เป็นส่วนหนึ่งของคณะนี้เช่นกัน

ตัวอย่างวิชาที่เรียน

  • ประชากรศาสตร์
  • สังคมวิทยาเพื่อการพัฒนา
  • การศึกษาชุมชน เมือง
  • หลักการบริหารและการประเมินโครงการพัฒนา

ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่เปิดสอน

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น

5. สาขารัฐประศาสนศาสตร์ (Public Administration) / สาขาการบริหารรัฐกิจ (Public Affairs)

แม้จะแนะนำคณะรัฐศาสตร์ไปแล้ว แต่จะขอแนะนำ “สาขารัฐประศาสนศาสตร์” เพิ่มเติม สาขานี้จะเน้นเรื่องการบริหารงานภาครัฐ การกำหนดนโยบาย การจัดการองค์กรภาครัฐ และการทำงานของระบบราชการ ซึ่งน้องๆจะเข้าใจว่ารัฐควรบริหารทรัพยากรอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพ และนโยบายจะถูกนำไปปฏิบัติจริงได้ยังไง เหมาะกับคนที่อยากทำงานการเมืองเชิงบริหาร เช่น ผู้บริหารท้องถิ่น รัฐมนตรี นักวิเคราะห์หรือกำหนดนโยบายภาครัฐ

ตัวอย่างวิชาที่เรียน

  • การบริหารการประกอบการทางสังคม
  • เศรษฐศาสตร์สำหรับรัฐประศาสนศาสตร์
  • การบริหารการคลังภาครัฐ
  • การจัดการภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม

ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่เปิดสอน

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

6. คณะวารสารศาสตร์/นิเทศศาสตร์ (Faculty of Journalism/Communication Arts)

สำหรับการเมืองยุคใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องนโยบายที่สำคัญอย่างเดียว แต่คือการสื่อสารกับประชาชน นักการเมืองที่สื่อสารเป็น เข้าใจสื่อ และใช้โซเชียลมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ มักได้เปรียบในสนามการเมือง

ซึ่งการเรียนวารสารศาสตร์/นิเทศศาสตร์สามารถนำทักษะเหล่านี้ไปปรับใช้ในเส้นทางนักการเมืองได้ คือ การสื่อสาร การสร้างทำสื่อเพื่อนำเสนอแนวคิดต่างๆ ไปถึงประชาชนแต่ละกลุ่มให้มีความเข้าใจในกฎหมายหรือนโยบายต่างๆ ให้เข้าใจง่ายมากขึ้น เหมาะกับคนที่อยากเป็นนักการเมืองยุคใหม่ หรือทำงานเบื้องหลังด้านกลยุทธ์การเมือง

ตัวอย่างวิชาที่เรียน

  • การเขียนเชิงวารสารศาสตร์
  • หลักการสื่อสารองค์กร
  • สิทธิเสรีภาพ จริยธรรมและกฏหมายสื่อ
  • เทคโนโลยีและวิทยาการข้อมูลเพื่อการขับเคลื่อนงานด้านสื่อและการสื่อสาร

ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่เปิดสอน

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

การเป็นนักการเมืองไม่ได้ถูกจำกัดด้วยคณะหรือสาขาเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราเข้าใจสังคม ประชาชน และอยากเข้าไปมีบทบาทแบบไหน บางคนเริ่มจากรัฐศาสตร์ บางคนมาจากกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ หรือแม้แต่นิเทศศาสตร์ แต่ทุกเส้นทางล้วนสามารถพาไปสู่สนามการเมืองได้ หากต่อยอดความรู้ให้ตรงกับเป้าหมายของตัวเอง

ถ้าน้องๆคนไหนกำลังสนใจการเมืองอยู่ ลองมองคณะให้ลึกกว่าแค่ชื่อ และเลือกเส้นทางที่ใช่ให้กับตัวเรา เพราะการเมืองที่ดีเริ่มต้นจากคนที่เข้าใจโลกอย่างรอบด้าน ติดตามข่าวสาร รู้เท่าทั่นยุคสมัย ถึงจะสามารถไปไกลกว่าเดิมและเป็นนักการเมืองเต็มตัวอย่างมีคุณภาพได้ครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...