โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิกฤตขาดแคลน “ทองแดง” เริ่มก่อตัว หลังภาษีสหรัฐ-เหมืองสะดุดทำการผลิตตึงตัว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 14.26 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 07.26 น.

วิกฤตขาดแคลน "ทองแดง" เริ่มก่อตัว หลังภาษีสหรัฐ-เหมืองสะดุดทำการผลิตตึงตัว คาดว่าภายในปี 2040 โลกอาจเผชิญภาวะขาดแคลนทองแดงสูงถึง 10 ล้านตัน

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 13.22 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดทองแดงโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงขาดแคลนอุปทานอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐและปัญหาการหยุดชะงักของเหมืองแร่ ซึ่งทำให้ตลาดตึงตัวในระยะใกล้

รายงานของ S&P Global เมื่อเดือนมกราคมคาดว่า ภายในปี 2583 โลกอาจเผชิญภาวะขาดแคลนทองแดงสูงถึง 10 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 42 ล้านตันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 50% จากระดับปัจจุบัน สอดคล้องกับการประเมินของ ING ที่คาดว่าตลาดทองแดงบริสุทธิ์จะขาดแคลนประมาณ 600,000 ตันในปี 2569 หลังจากที่ตลาดขาดดุลแล้วราว 200,000 ตันในปี 2568

ภาวะตึงตัวของอุปทานทำให้ราคาทองแดงพุ่งขึ้นอย่างมากในปี 2568 โดยสัญญาทองแดงล่วงหน้าในตลาด COMEX ของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 41% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552 และในปีนี้ราคายังปรับเพิ่มขึ้นต่ออีกเกือบ 2%

ทองแดงมักถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดภาวะเศรษฐกิจโลก เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเทคโนโลยี โดยถูกใช้ในโครงข่ายไฟฟ้า ระบบพลังงานหมุนเวียน รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงงานก่อสร้าง โดยเฉพาะสายไฟในบ้านและโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนี้กระแสการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังช่วยเพิ่มความต้องการทองแดง เนื่องจากศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ใช้ฝึกและประมวลผล AI ต้องใช้ทองแดงจำนวนมากในระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และอุปกรณ์เครือข่าย

ชาร์ลส์ คูเปอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยทองแดงของ Wood Mackenzie ระบุว่า เมื่อเศรษฐกิจเติบโต ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานก็เพิ่มขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้นต้องใช้พลังงานมากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดจะนำไปสู่ความต้องการใช้ทองแดงที่สูงขึ้นตามไปด้วย

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดทองแดงตึงตัวคือ การหยุดชะงักของการผลิตจากเหมืองแร่ ในปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องไปอีกหลายปี

ตัวอย่างเช่น เหมือง Kamoa Kakula ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ของโลก ประสบเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ส่งผลให้ต้องปรับลดคาดการณ์การผลิตในปี 2569 และ 2570

ขณะเดียวกัน เหมือง El Teniente ของบริษัท Codelco ในชิลี ซึ่งเป็นเหมืองทองแดงใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็เกิดเหตุอุโมงค์ถล่มในเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การผลิตอาจลดลงต่อเนื่องนานถึง 5 ปี

ในอินโดนีเซีย เหมือง Grasberg ซึ่งเป็นหนึ่งในเหมืองทองแดงที่ใหญ่ที่สุดของโลก ก็ประสบเหตุดินถล่มในเดือนกันยายน ทำให้คาดการณ์การผลิตในปี 2569 ลดลงถึง 35% โดยคาดว่าการดำเนินงานจะกลับสู่ระดับปกติได้ในปี 2570

Wood Mackenzie ระบุว่า โดยปกติแล้วอุตสาหกรรมเหมืองแร่จะเผชิญการหยุดชะงักของการผลิตประมาณ 5% ต่อปี แต่ในปีที่ผ่านมา ปัญหาที่เกิดขึ้นมีขนาดใหญ่กว่าปกติ ส่งผลให้อุปทานทองแดงใหม่จำนวนมากที่คาดว่าจะช่วยลดช่องว่างในตลาดต้องถูกเลื่อนออกไปในอนาคต

อีกปัจจัยหนึ่ง คือ ระยะเวลาการพัฒนาเหมืองใหม่ที่ยาวนาน โดย S&P Global ระบุว่า โดยเฉลี่ยต้องใช้เวลาประมาณ 17 ปี ตั้งแต่การค้นพบแหล่งแร่จนถึงการเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์

นอกจากปัญหาด้านอุปทานแล้ว ความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐยังทำให้ตลาดเกิดภาวะตึงตัวชั่วคราว หลังจากสหรัฐประกาศเก็บภาษี 50% สำหรับผลิตภัณฑ์ทองแดงกึ่งสำเร็จรูป เช่น ท่อ สายไฟ และอุปกรณ์ต่อท่อ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568

แม้ว่าทองแดงดิบ เช่น แร่ทองแดง แคโทด และเศษทองแดง จะไม่ได้อยู่ในรายการเก็บภาษี แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีเพิ่มเติม ทำให้ผู้ประกอบการในสหรัฐเร่งกักตุนสินค้า ส่งผลให้ทองแดงจำนวนมากถูกเก็บอยู่ในคลังสินค้าในสหรัฐ ขณะที่อุปทานในตลาดนอกสหรัฐกลับตึงตัวมากขึ้น

นักวิเคราะห์จาก ING ระบุว่าสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดภาวะตึงตัวเทียมในตลาด เนื่องจากทองแดงจำนวนมากถูกกักเก็บในสหรัฐ ขณะที่ประเทศอื่น ๆ กลับมีอุปทานจำกัด ทำให้ตลาดโลกมีพื้นที่รับมือกับความผันผวนของอุปทานน้อยลง

แม้ศาลสูงสหรัฐจะมีคำตัดสินเมื่อเดือนมีนาคมให้ยกเลิกมาตรการภาษีหลายรายการของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ภาษีเฉพาะในภาคโลหะยังคงมีผลบังคับใช้ ส่งผลให้ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้ายังคงสร้างค่าความเสี่ยง (risk premium) ต่อราคาทองแดงในตลาดโลกต่อไป

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...