โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘พริษฐ์’ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงปมถูก กกต.แจ้งความสังเกตการณ์เลือกตั้งใหม่

The Reporters

อัพเดต 27 ก.พ. เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. เวลา 08.01 น.

มั่นใจในความบริสุทธิ์ไม่ได้ทำอะไรผิด ขอ กกต.พูดให้ชัดแจ้งความใครบ้าง พร้อมฟ้องกลับหากปรากฏแจ้งความเท็จ

วันนี้ (26 ก.พ.69) เวลา 12.00 น.ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน พร้อมทนายความ เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าแจ้งความดำเนินคดี 6 รายชื่อ จากเหตุการณ์การออกเสียงลงคะแนนใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กทม.ในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาตรา 209 มาตรา 322 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14

นายพริษฐ์เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาหลังจากที่เห็นกระแสข่าวเมื่อวานนี้ว่า กกต.มีการแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนรวมตนเองเป็นทั้งหมด 6 คน ที่ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งใหม่ที่เขตคันนายาววันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงวันนี้มาลงบันทึกประจำวันเพื่อมายืนยันความบริสุทธิ์ใจของตนเองกับเจ้าหน้าที่ หลังจากได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า กกต.ได้เข้าแจ้งความ แต่ในส่วนของรายชื่อคนที่ถูกกล่าวหาขั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถเผยแพร่ได้ในเวลานี้ ซึ่งคนที่จะรู้ดีที่สุดว่าแจ้งข้อหาอะไร หรือแจ้งความใคร คือผู้ที่กล่าวหา กกต.ส่วนรายงานข่าวที่ออกมาเมื่อวานคาดว่าคงเป็นไปตามที่มีรายงาน และเพื่อให้สิ้นข้อสงสัยอยากจะเรียกร้องให้ กกต.พูดออกมาอย่างช้า ๆ และชัด ๆ ว่าแจ้งความใครบ้าง และข้อเท็จจริงที่ใช้แจ้งความมีอะไรบ้าง แทนที่จะใช้วิธีการปล่อยข่าวแบบนี้ก็พูดออกมาให้ชัด ๆ

ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่าหนึ่งในข้อหาที่ถูกแจ้งคืออั้งยี่ซ่องโจรนั้น นายพริษฐ์ระบุว่า วันนี้มาลงบันทึกประจำวันหลังเห็นว่ามีรายงานข่าว วันนี้มายืนยันความบริสุทธิ์ใจ และมั่นใจว่าในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่มีการเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่เขตคันนายาว ตนเดินทางไปถึงหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวหลังจากที่มีการปิดหีบเวลา 17.00 น.ซึ่งอยู่ในช่วงของการสังเกตการณ์การนับคะแนน เป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว ซึ่งการนับคะแนน กกต.จะต้องทำในพื้นที่ที่โปร่งใสต่อหน้าพี่น้องประชาชน ซึ่ง กกต.มีการสื่อสารเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนไปร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนน และการที่ตัวเองไปร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนใหม่ไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย ยังไม่นับว่าในวันนั้นมีเจ้าหน้าที่ กกต.อยู่หลายคน รวมถึงรองเลขาธิการ กกต.ก็ไม่เห็นว่าจะมีท่าทีอะไร และเจ้าหน้าที่คนใดถือให้เห็นหรือพยายามจะตักเตือนชี้แนะสิ่งที่ทำอยู่ว่าเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ และขอยืนยันว่าไม่มีอะไรที่ขัดต่อข้อกฎหมาย ความจริงเป็นความจริง และเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล ตนขอยืนยันความจริงแบบนี้ และพร้อมเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการแจ้งความกลับหรือไม่ นายพริษฐ์ระบุว่า ในหลักการการแจ้งความกลับด้วยข้อมูลที่ตนรู้ว่าเป็นเท็จเป็นการสร้างความเสียหายให้กับประชาชน เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ต้องรอดูว่า กกต.แจ้งความด้วยข้อเท็จจริง และขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่จะปรากฏหรือไม่ หากพบว่าเป็นการแจ้งความข้อมูลอันเป็นเท็จ โดย นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมที่จะดำเนินการกลับทันที

ส่วนข้อกล่าวหาอั้งยี่ซ่องโจรเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงเกินไปหรือไม่ นายพริษฐ์ยืนยันว่า จะกล่าวหาแรงหรือเบาแค่ไหน ตนก็ขอยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง เห็นว่ามีหลายข้อกล่าวหา ยืนยันว่าตนไม่ได้ทำความผิดทั้งนั้น ถ้ามีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงก็กล่าวหามาเลย แล้วออกมาพูดต่อสาธารณะด้วยว่ากล่าวหาว่าอะไร พร้อมเข้าสู่กระบวนการ

“ขอพูดนอกเหนือในฐานะประชาชนคนหนึ่ง แต่พูดในฐานะคนที่มาอาสาทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร มันเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผมในการตรวจสอบว่าหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ว่ามีการดำเนินการอย่างไร รวมไปถึงการเลือกตั้งว่าโปร่งใสหรือไม่ ผมพร้อมเดินหน้าในการตรวจสอบข้อพิรุธข้อสงสัย และการดำเนินการของ กกต.สุดท้ายถ้าผมไม่ทำตรงนั้น ผมควรเป็นฝ่ายถูกถามว่าเข้ามาทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรทำไม”นายพริษฐ์กล่าว

ส่วนจะเป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่ นายพริษฐ์ระบุว่า ตนไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงแทนบุคคลอื่นได้ ซึ่งในวันนั้นไม่เห็นบางคนใน 6 รายชื่ออยู่ในเหตุการณ์ แต่กลับถูกแจ้งความ จึงอยากให้เจ้าตัวมายืนยันข้อเท็จจริงน่าจะแม่นยำกว่า ส่วนจะเป็นการปิดปากหรือไม่ ขอตอบคำถามนี้ใน 2 สถานะ ในฐานะที่ทำงานการเมืองไม่ว่าเจตนาในการฟ้องตนเองคืออะไร ตนพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ย้ำถ้าตนอาสามาเป็นสภาผู้แทนราษฎรแล้ว คือการเป็นตัวแทนประชาชนในการตรวจสอบหน้าที่ของ กกต.ไม่มีเหตุผลใดที่จะยุติการเดินหน้า

นายพริษฐ์กล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่เราต้องตระหนักในสังคมไทย เรื่องการฟ้องปิดปากหากมีการฟ้องปิดปากจริง จากหน่วยงานรัฐที่มีการฟ้องประชาชน และคาดการณ์แล้วว่าไม่สามารถนำไปสู่การพิสูจน์ความจริงได้ และสังคมควรจะตระหนักร่วมกันว่า แม้ว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาจะพิสูจน์ว่าบริสุทธิ์ แต่ความเสียหายมันได้เกิดขึ้นแล้ว ภาระที่ใช้ในการชี้แจง รวมถึงภาระรายจ่าย การแจ้งความก็สร้างภาระให้กับประชาชนได้เหมือนกัน และเป็นการส่งผลลบต่อเสรีภาพการแสดงออกซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะแสดงออกทางประชาธิปไตยได้

“หน่วยงานรัฐเวลาเจอพี่น้องประชาชนถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำหน้าที่ และถ้าเป็นการตั้งคำถามที่ไม่ได้ผิดกฎหมาย อย่างการสังเกตการณ์การนับคะแนน สิ่งที่หน่วยงานรัฐพึงกระทำคือการชี้แจงให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย ไม่ใช่การดำเนินคดีกับประชาชน” นายพริษฐ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...